ม.จ. จุลเจิม แนะยกเลิกรถนำขบวน บุคคลวีไอพี คืนความสุขบนถนน

มจ.จุลเจิม โพสต์บอกให้ไทยเอาอย่างอินเดีย ยกเลิกหวอนำขบวนบุคคลในรัฐบาล และขรก.หวังแก้ไขปัญหาจราจร

วันนี้ (29 เม.ย.60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อ หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ได้มีการโพสต์ข้อความแสดงความเห็นพร้อมเสนอแนะให้ทางการไทยยกเลิกรถนำขบวนบุคคลสำคัญของประเทศ เพื่อเป็นการลดปัญหาการจราจร ตามทางการอินเดีย หลังจากจะมีประกาศใช้ในวันที่ 1 พ.ค. นี้ เนื่องจากประชาชนทุกคนเป็นบุคคลพิเศษ โดยข้อความดังกล่าวถูกโพสต์ไว้ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่า

รถนำขบวน, หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล

ไหนบอกคืนความสุขให้ประชาชน ทำไมไม่ทำแบบ ประเทศอินเดียมั่งครับ

เมื่อไหร่หนอ ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนี้ จะเสียสละความสุขส่วนตัวบนท้องถนนให้ประชาชนบ้าง นับวันยิ่งทำตัวแย่ลงๆ ลองดูประเทศอื่นบ้างซิครับ เช่นที่ อินเดีย เริ่มบังคับใช้มาตรการ ห้ามรถยนต์รัฐมนตรี และจนท.อาวุโสของ รบ.ติดสัญญาณไฟขอทาง ดีเดย์ 1 พ.ค. 60

ประชาชน กำลังบ้าคลั่ง รวมทั้งตัวผมด้วยบนท้องถนน เพราะอากาศ ก็ร้อน รถก็ติด แถมมีรถของผู้มีอำนาจ ยศถาบรรดาศักดิ์ ในคณะรัฐบาล รวมทั้ง ทหาร ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ติดไฟขอทาง พร้อมกับมีมอเตอร์ไซร์ตำรวจ หรือทหารสารวัตนำ โบกมือใ้ห้ ชิดซ้าย ชิดขวา บางครั้งปาดหน้ารถ เพื่อขอให้เปิดทางเพื่อให้เจ้านายรีบไปเข้าส้วม (ขี้) มั้ง ครับ

ม.จ. จุลเจิม ยุคล

เดนนี่ ขวัญ ดาราสาวกัมพูชา ถูกแบนห้ามแสดง 1 ปี เหตุจากความเซ็กซี่

เซ็กซี่เกินเหตุ กัมพูชาแบนดาราสาวห้ามออกจอ 1 ปี

เดอะซันของอังกฤษ รายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะของกัมพูชา สั่งแบนดาราสาว เดนนี่ ขวัญ วัย 24 ปี เป็นเวลา 1 ปี หลังกระทรวงพิจารณาแล้วเห็นว่าเธอทำผิดจรรยาบรรณนักแสดง

สำหรับสาวเดนนี่ เป็นดาราที่มีภาพลักษณ์สุดเซ็กซี่ และมักจะเผยภาพเซลฟี่แบบเซ็กซี่ลงในเฟซบุ๊กที่มีผู้ติดตามกว่า 300,000 คน บ่อยๆ เผยว่า เจ้าหน้าที่ของกระทรวงโทรมาต่อว่าเธอ และกล่าวหาว่าเธอทำผิดหลักจรรยาบรรณ เพราะแต่งตัวเซ็กซี่ล่อแหลม ทั้งนี้ มีหลักปฏิบัติของกระทรวงที่กำหนดให้บุคคลสาธารณะต้องแต่งตัวอย่างมีศักดิ์ศรีและมีความเป็นกัมพูชา ด้วยเหตุนี้ เดนนี่จึงถูกแบนไม่ให้ออกกล้องเป็นเวลา 12 เดือน

ดารากัมพูชา, สาวกัมพูชา, ข่าวกัมพูชา

นายจำเริญ วันทา ที่ปรึกษาของกระทรวงวัฒนธรรมและศิลปะ ระบุว่า กระทรวงตัดสินใจที่จะลงโทษเดนนี่โดยไม่ให้เธอมีกิจกรรมในอุตสาหกรรมบันเทิง เช่นการถ่ายหนัง ร้องเพลงออกทีวี ซึ่งตอนนี้กระทรวงได้ขอความร่วมมือไปยังสมาคมศิลปิน สถานีโทรทัศน์ ไม่ให้งานกับเดนนี่เป็นเวลา 1 ปี

ข่าวจาก matichon tv

2 พี่น้องผวา ถูกหนุ่มเมากาวจี้ชิงทรัพย์ ฉุดเข้าห้องน้ำหวังข่มขืน

หนุ่มเมากาวจี้สาวสองพี่น้องชิงทรัพย์และพยายามฉุดเข้าห้องน้ำข่มขืนริมเขาพระตำหนัก ตร.ระดมกำลังออกล่าสุดท้ายบุกรวบตัวได้พร้อมของกลาง

วานนี้ (28 เม.ย. 60) เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.อภิชัย กรอบเพชร ผกก.สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้ รับแจ้งมีคนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์และพยายามจะข่มขืนหญิงสาว บริเวณเชิงเขาพระตำหนัก ใต้สะพานต่างระดับทางไปท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย พัทยาใต้ จ.ชลบุรี จึงนำกำลังชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบ

ทั้งนี้ ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบผู้เสียหายเป็นหญิงสาวจำนวน 2 คน ทราบชื่อ น.ส.เอ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี และ น.ส.บี (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ซึ่งทั้งคู่เป็นพี่น้องกัน ยืนรอตำรวจอยู่ในสภาพมีอาการหวาดผวาตื่นกลัว โดยหลังตั้งสติได้ จึงให้การว่าก่อนเกิดเหตุขณะ น.ส.เอ กำลังยืนรอน้องสาว น.ส.บี ที่ไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งมีลักษณะเป็นเพิงสังกะสีที่คนจรสร้างทิ้งไว้ที่ริมเชิงเขาพระตำหนักได้มีชายไทย อายุประมาณ 30 ปี ท่าทางคล้ายคนเมายาเดินเข้ามาประกบ พร้อมกับชักอาวุธมีดปลายแหลมออกมาข่มขู่ไม่ น.ส.เอ จึงวิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้านใกล้เคียง

จากนั้นคนร้ายจึงตรงเข้าไปพังประตูห้องน้ำ ก่อนบุกเข้าใช้อาวุธมีดขู่บังคับชิงโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง ของ น.ส.บี ซึ่งอยู่ภายใน อีกทั้งยังบังคับให้ถอดเสื้อผ้าเพื่อหวังจะข่มขืนกระทำชำเรา น.ส.บี จึงได้ทำการต่อสู้พร้อมร้องตะโกนร้องเสียงดัง กระทั่งมีชาวบ้านวิ่งเข้ามาช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายตกใจวิ่งหลบหนีไปบนเชิงเขาพระตำหนักได้อย่างหวุดหวิด หลังเกิดเหตุจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบทันที

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังกันออกค้นหาตัวคนร้าย กระทั่งไปพบชายต้องสงสัยลักษณะรูปพรรณใกล้เคียงกับข้อมูลที่ผู้เสียหายให้ไว้ กำลังนั่งดมสาระเหย อยู่บริเวณพื้นที่รกร้างเชิงเขา จึงเข้าทำการจับกุม ทราบชื่อคือนายบูรพา สุชาติ อายุ 32 ปี ตรวจค้นพบโทรศัพท์มือถือ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย

จากการสอบสวน นายบูรพา ให้การอ้างว่ามีอาชีพเก็บของเก่าขาย โดยใช้พื้นที่รกร้างบริเวณเขาพระตำหนักไปที่พักพิงและอาศัย โดยก่อนเกิดเหตุพบหญิงสาวกำลังรอต่อคิวเข้าห้องน้ำจึงใช้ไม้แหลมห่อ หุ้มด้วยผ้าลักษณะคล้ายอาวุธมีดบุกเข้าไปจี้ชิงทรัพย์และพยายามข่มขืนเลยวิ่งหลบหนีไปซ่อนตัว สุดท้ายไม่รอดถูกจับกุมดังกล่าว

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า บริเวณจุดเกิดเหตุนั้นอยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่สวนสาธารณะ บริเวณเขาพระตำหนัก เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่มั่วสุม และค้าประเวณีของกลุ่มรักร่วมเพศ กระทั่งมีการนำเสนอข่าว และร้องเรียนจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งต่อมาเมืองพัทยา จึงได้เข้าไปบูรณะด้วยการเก็บกวาด และติดตั้งไฟส่องสว่างเพิ่ม พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจสอบเฝ้าระวังเหตุ แต่สุดท้ายก็เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น จึงอยากฝากหน่วยงานเกี่ยวข้องเข้าไปจัดการบูรณาการพื้นที่ เนื่องจากมีหลายจุดบนเขาพระตำหนักมีกลุ่มเร่ร่อนสร้างเพิงพักกันเป็นจำนวนมาก ซึ่งอาจเสี่ยงต่อประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนและออกกำลังกายได้