ศาลนัดสอบปากคำ ‘ไซซะนะ’ ทนายเผยพร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ศาลนัดสอบปากคำ ‘ไซซะนะ’ ทนายเผยพร้อมปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

เมื่อเวลา 9.00 น. วันที่ 18 เม.ย.60 ศาลนัดสอบปากคำให้การจำเลย คดีอัยการฟ้องนายไซซะนะ แก้วพิมพา นักค้ายาเสพติดชาวลาว ร่วมกันนำยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) จำนวน 1.2 ล้านเม็ด นำเข้ามาในราชอาณาจักรเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย


ทั้งนี้นายไซซะนะ ถือได้ว่าเป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดรายสำคัญในอันดับต้นๆ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามยาเสพติดใช้เวลาติดตามตัวมานานกว่า 5 ปี ก่อนจะสามารถจับกุมตัวได้คาสนามบินสุวรรณภูมิ โดยพฤติการณ์ของผู้ต้องหาจะทำหน้าที่เป็นคนส่งยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามายังฝั่งประเทศไทย เพื่อนำไปจำหน่ายต่อในพื้นที่ต่างๆ และเป็นเครือข่ายเดียวกับอุสมานสแลแมง ที่เป็นกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดรายใหญ่ในภาคใต้

ด้านนายวรกร พงศ์ธนากุล ทนายความ กล่าวว่าวันนี้ทางศาลได้เบิกตัวนายไซซะนะ เพื่อสอบปากคำ เบื้องต้นทางจำเลยยืนยันพร้อมที่จะต้องสู้คดี และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยนายไซซะนะ มีสีหน้าที่อาการที่เคร่งเครียด เนื่องจากถูกฟ้องในข้อหาที่ร้ายแรงมีโทษถึงประหารชีวิต

โจ๋วัย 13 โชว์ไลฟ์สดเล่นปืน สุดซวยลั่นใส่ตัวเองดับ

วัยรุ่นวัย 13 ปี โชว์ถ่ายทอดสดเล่นปืนเคราะห์ร้าย ทำกระสุนลั่นใส่ตัวเองเสียชีวิต

เมื่อวันที่ 13 เม.ย.เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ต่างประเทศรายงานเหตุสะเทือนขวัญ หลังจากมาลาคี เฮมฟิลล์ (Malachi Hemphill)วัยรุ่นชาวอเมริกันวัย 13 ปี ที่อาศัยอยู่ในเมืองฟอเรสต์ พาร์ค รัฐจอร์เจีย ได้ถ่ายทอดสกโชว์และเล่นปืนบนโลกออนไลน์ แต่เคราะห์ร้าย ทำปืนลั่นใส่ตัวเองจนถึงแก่ความตาย โดยรายงานเปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่านมา

มารดาของเด็กชายผู้เสียชีวิตเล่าว่า เธอได้ยินเสียงดังขึ้นในห้องลูกชาย เธอและลูกสาวอีกคนจึงรีบวิ่งและเปิดประตูเข้าไปดู และภาพที่เห็นคือลูกชายกำลังนอนจมกองเลือด พร้อมกับโทรศัพท์มือถือที่กำลังไลฟ์สดและมีคนเข้าดูอยู่จำนวนมาก ซึ่งผู้คนบนโลกโซเชียล ต่างพากันช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม เฮมฟิลล์ ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน แต่ไม่สามารถยื้อชีวิตเขาไว้ได้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทั้งนี้แม่ของผู้ตายยังเผยอีกว่า ในขณะที่ลูกชายของเธอถ่ายทอดสดอยู่นั้น ได้มีเพื่อนชาวเน็ตคนหนึ่งเสนอให้ลูกชายเธอใส่เข็มกลัดลงไปในกระบอกปืน จนเกิดเหตุสลดใจขึ้นในที่สุด

อานิสงค์พายุฤดูร้อน เขื่อนลำแชะ น้ำเพิ่มขึ้น 32%

อานิสงค์พายุฤดูร้อน ส่งผลดีต่อเขื่อนลำแชะ จ.นครราชสีมา มีน้ำเพิ่ม 32% ไม่ต้องรับภาระหนักช่วงฤดูแล้ง

หลังจากที่มีฝนตกลงมาอย่างเนื่องในช่วงที่เกิดพายุฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ส่งผลทำให้ปริมาณน้ำภายในลำน้ำต่างๆ ในพื้นที่ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ ชุมชนต่างๆ ที่อยู่ติดกับลำน้ำสามารถดึงน้ำภายในลำน้ำไปใช้เพื่อการผลิตประปาได้อย่างสะดวกและไม่ขาดแคลน ทำให้เขื่อนลำแชะ ซึ่งเป็นเขื่อนต้นน้ำตั้งอยู่ใน ต.โคกกระชาย  ไม่ต้องรับภาระหนักต่อการบริหารจัดการน้ำในห้วงฤดูแล้งปีนี้  และมั่นใจว่าจะมีน้ำเพียงพอไว้ให้ชาวนาได้เตรียมการเพาะปลูกข้าวนาปีในฤดูกาลเพาะปลูกหน้าอย่างแน่นอน

นายจักรี ยิ่งเจริญ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามูลบน – ลำแชะ เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำภายในเขื่อนว่า ปัจจุบัน เขื่อนลำแชะมีปริมาณน้ำดิบอยู่ที่ 88 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมดที่ 275 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 32 ของความจุ  แต่ก็ถือว่ามีปริมาณน้ำมากกว่าทุกๆ ปีที่ผ่านมา หากเทียบกับช่วงเดียวกันนี้

ทั้งนี้เนื่องจากในห้วงที่ผ่านมาเกิดพายุฤดูร้อนและมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เขื่อนไม่จำเป็นต้องส่งน้ำให้กับระบบประปาทั้งในระดับประปาภูมิภาคและประปาชุมชน เนื่องจากสามารถดึงน้ำภายในลำน้ำที่มีอยู่อย่างสมบูรณ์จากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องไปใช้ได้โดยสะดวก แต่อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ก็คงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภัยแล้งต่อเนื่องไปอีก จนกว่าฤดูฝนจะมาถึง แต่มั่นใจว่าด้วยปริมาณน้ำที่มีอยู่จะเพียงพอไว้สำรองให้ประชาชนได้ใช้เพื่อการอุปโภคบริโภคโดยไม่ขาดแคลนอย่างแน่นอน รวมถึงน่าจะมีน้ำไว้ให้เริ่มเตรียมการเพาะปลูกข้าวนาปีก่อนช่วงฤดูฝนจะมาถึงด้วย