กฟน.เตือน!! ระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศแปรปรวนเกิดพายุฤดูร้อน

การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) เตือนผู้ใช้ไฟฟ้าระมัดระวังอันตรายจากสภาวะอากาศแปรปรวนเกิดพายุฤดูร้อนที่อาจก่อให้เกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณต้นไม้ใหญ่และป้ายโฆษณาที่อยู่ใกล้แนวสายไฟฟ้า ที่อาจหักและพาดลงมาทำให้เสาไฟฟ้าล้ม หรือสายไฟฟ้าขาด เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้

ตามที่มีประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา “พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน” ฉบับที่ 11 ลงวันที่ 28 เมษายน 2560 ระบุว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีสภาวะอากาศแปรปรวน บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมถึงบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ช่วงวันที่ 28-29 เมษายน 2560 จะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีพายุฝนฟ้าคะนอง ฟ้าผ่า ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกได้บางพื้นที่

การไฟฟ้านครหลวง มีความห่วงใยประชาชนให้ระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยขอให้อยู่ห่างจากป้ายโฆษณา ต้นไม้ใหญ่ และสิ่งก่อสร้างที่ ไม่แข็งแรง ที่อยู่ใกล้แนวสายไฟฟ้า เพราะอาจหักโค่นจากลมกระโชกแรงและพาดลงมาทำให้เสาไฟฟ้าล้ม หรือสายไฟฟ้าขาด เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ในขณะเดียวกันการไฟฟ้านครหลวงขอแนะนำให้ประชาชนสำรวจต้นไม้ที่ปลูกในบริเวณบ้านของตนเอง ให้กิ่งไม้อยู่ในระดับที่ปลอดภัยไม่ระสายไฟฟ้า เพราะอาจทำให้ไฟฟ้าดับ รวมไปถึงอาจจะทำให้มีกระแสไฟฟ้ารั่วมาตามกิ่งไม้ที่เปียกน้ำจากฝนฟ้าคะนองได้ ในส่วนของห้างร้านที่ติดตั้งป้ายโฆษณา จะต้องตรวจสอบความแข็งแรงของโครงสร้างป้ายโฆษณาให้อยู่ในสภาพที่มั่นคง ปลอดภัย

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นสายไฟฟ้า หรืออุปกรณ์ไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวงชำรุด ตลอดจนพิจารณาแล้วว่าไม่อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้ สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้านครหลวงเขตได้ทุกเขต หรือที่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง MEA CALL CENTER โทร 1130 และแจ้งผ่าน MEA Smart Life ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบ iOS และ Android ของการไฟฟ้านครหลวง ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ผัวเมียนำหลานเด็ก 3 ขวบนั่งอำพรางตาตำรวจ ขณะขนยาบ้าเกือบล้านเม็ด

จับกุมเครือข่ายค้ายาบ้าจากประเทศลาวได้ที่ ด่านตรวจชะอำ 830,000 เม็ด ผัวเมียนำหลานเด็ก 3 ขวบนั่งอำพรางมาด้วยในรถ

พล.ต.อ.สุวีระ ทรงเมตตา ที่ปรึกษาสบ.10 พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.ดาวลอย เหมือนเดช ผช.ผบช.ภาค 7 พล.ต.ต.สรไกร พูนเพิ่ม ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี และ พ.ต.อ. ภคิน ศิวเมธากุล ผกก.สภ.ชะอำ และ พ.ต.ท.หม่อมหลวงกิตติบดี ประวิช รองผวจ.เพชรบุรี ร่วมกัน แถลงข่าวการจับกุมเครือข่ายค้ายาบ้า ขณะลำเลียงลงภาคใต้ได้ที่ด่านตรวจชะอำ จ.เพชรบุรี แปดแสนสามหมื่นกว่าเม็ด ได้ผู้ต้องหาสองคนเป็นสองผัวเมียซึ่งนำหลานอายุ 3 ขวบนั่งมาด้วยเพื่ออำพรางตาตำรวจ

โดยการจับกุมดังกล่าวขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจตำรวจ สภ.ชะอำ ตั้งจุดตรวจ ได้มีรถยนต์แวนยี่ห้อ มิตซู 4 ประตู สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ-9133 สกลนครวิ่งมาริมซ้าย โดยมีนายสัมฤทธิ์ 50 ปี เป็นคนขับ และ นางสุธิชา นั่งมาด้วย เมื่อผู้ต้องหาเห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเลี้ยวรถหลบหนีเข้าไปภายในซอยสำนักงานขนส่ง อ.ชะอำ เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามไปจนสามารถจับกุมตัวได้

เบื้องต้นภายในรถพบถุงผ้าสายรุ่งจำนวน 3 ถุงวางไว้ที่เบาะหลังรถภายในบรรจุยาบ้าจำนวนมาก จากนั้นได้นำตัวทั้ง นายสัมฤทธิ์ และนางสุธิชา มาตรวจค้นภายในรถที่ สภ.ชะอำ พบยาบ้าใส่ถุงจำนวน 3 ถุง จำนวน 830,000 เม็ด นางสุธิชา เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าไม่รู้เห็นว่ามียาเสพติดในรถและนั่งมาด้วย

พิษพายุฤดูร้อน พัดป้ายพังถล่มทับรถที่ลพบุรีตาย 1 เจ็บ 4

เกิดพายุฤดูร้อนพัดถล่มอำเภอท่าวุ้งลพบุรี ป้ายพังถล่มลงมาทับรถตาย 1 เจ็บ 4 รองผู้ว่ารุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ

เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านได้เกิด พายุฤดูร้อนพัดกระหน่ำในพ้นที่ของตำบลท่าวุ้ง อำเภอท่าวุ้ง ซึ่งมีทั้งลมและฝนตกลงมานานกว่า 30 นาที ทำให้ป้ายซุ้ม เทศบาลตำบลท่าวุ้ง ซึ่งติดตั้งอยู่บน ทางหลวงหมายเลข 311 กม.17-18หน้าโรงเรียนท่าวุ้ง พังลงมาทับรถ 2 คัน เป็นรถกระบะ ยี่ห้อ วีโว้ สีดำป้ายแดงหมายเลขทะเบียนจ-1424 กทม.และ รถเก๋ง ยี่ห้อ โต้โยต้า อาเวนซ่า สีขาว หมายเลขทะเบียน 1 กษ 3181 กทม.

เวลาต่อมาพ.ต.อ.จารึก อ้นอารี ผกก.สภ.ท่าวุ้ง ลพบุรี ได้รับแจ้งจึงได้เดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยนายผล ดำธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดลพบุรี หัวหน้าปภ.จังหวัด นายอำเภอท่าวุ้ง ลงมาตรวจที่เกิดเหตุพบในรถยนต์รถเก๋ง ยี่ห้อ โต้โยต้า อาเวนซ่าชนป้ายเป็นลักษณะป้ายซุ้ม ที่ถูกลมกระโชกแรงพัด จนพังลงมาทับรถยนต์ที่กำลังวิ่งผ่านบริเวณดังกล่าวได้รับความเสียหายรวมแล้ว 2 คัน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย (ซึ่งบาดเจ็บเล็กน้อย) เจ้าหน้าที่เร่งนำส่งรพ.ท่าวุ้ง นอกจากนั้นแล้วยังมีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุด้วย 1 รายเป็นผู้ชายเสียชีวิตอยู่ในรถยนต์กระบะวีโว้ป้ายแดง

ทราบชื่อในเวลาต่อมาคือนาย สมชาย แซ่พ่าน เช่าบ้านพักอยู่ที่ ม.1 ต.บางคู้ อ.ท่าวุ้ง จ.ลพบุรี จากการสอบสวนผู้นั่งมาในรถยนต์เก๋งคือนางปุณยนุช ไชยสุภา อายุ64 ปี ผู้โดยสาร เล่าว่าตนเองพร้อมครอบครัวเดินทางมาจากกรุงเทพแวะมาเที่ยวลพบุรี ก่อนจะเดินทางไปหาญาติที่จังหวัดแพร่ ขณะขับรถจะไปออกสายเอเชียมาถึงจุดเกิดเหตุได้เกิดพายุฝนและลมแรงมากเมื่อวิ่งมาถึงป้ายได้ล้มลงมาทับรถทำให้คนที่มาในรถทั้ง4คนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งทั้งหมดไม่สาหัส ส่วนรถอีกคันที่วิ่งสวนมาถูกป้ายทับจนทำให้เสียชีวิต