เด็กหนุ่มขับรถจักรยานยนต์ กลับจากบ้านแฟน ถูกยิงตายเสียชิวิต ริมทางป้ายรถเมล์ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 17 เม.ย. 60 มีรายงานว่า ร.ต.อ.มนตรี รัตน์พันธุ รองสารวัตรสอบสวนสภ.คูคต ได้รับแจ้งเกิดเหตุยิงกันตาย ที่ป้ายรถเมล์ก่อนถึงทางเข้าชุมชนสิทธิพยากรณ์ ม.18 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้นและรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัตน์ ผกก.สภคูคต พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง แพทย์เวร ร.พ.ภูมิพลอดุลยเดช เจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเขต 1

ในที่เกิดเหตุบริเวณป้ายหยุดรถประจำทางพบผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายลักษณะนอนหงายหน้าเลือดไหลนองพื้นสวมเสื้อแขนสั้นคอกลมสีดำ กางเกงขายาวสีดำ มีบาดแผลถูกยิงเข้าที่กลางหน้าอก 1 นัด กระสุนฝังในเป้นเหตุให้เสียชีวิต ข้างกันพบกระเป๋าใส่เสื้อผ้าสีน้ำเงิน รถจยย.ฮอนด้าเวฟ สีขาว-ดำ หมายเลขทะเบียน 4กจ-486กทม. จอดอยู่ข้างกัน โดยที่กุญแจรถยังเสียบคาอยู่และเกียร์ยังอยู่ที่ตำแหน่งเกียร์ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงยึดไว้ตรวจสอบ ทราบชื่อต่อมาคือ นาย ธนพล ธนากรปิ่นทอง อายุ 21 ปี
สอบสวนเบื้องต้นผู้มาพบเป็นคนแรกชื่อ นายปุริม โหเจริญ อายุ 17 ปี เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองเพิ่งเลิกกินงานวันเกิดกับเพื่อนที่ซอยเยื้องกับที่เกิดเหตุและกำลังเดินทางกลับบ้านก็พบมีคนนอนอยู่ที่ป้ายรถประจำทางจึงขับรถวนมาจอดดูเผื่อต้องการความช่วยเหลือ จึงพบว่ามีผู้เสียชีวิตอยู่และพบรถจยย.จอดอยู่ในลักษณะหัวรถวิ่งย้อนศรจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ
ต่อมา นาย บุญพา ธนากรปิ่นทอง อายุ 55 ปี พ่อของผู้ตาย ได้เดินทางมาที่เกิดเหตุและให้การว่า ก่อนที่ตนจะทราบข่าวว่าลูกชายถูกยิงเสียชีวิตนั้น เมื่อช่วงดึกที่ผ่านมาลูกชายพึ่งโทรบอกว่ากำลังกลับเข้าบ้าน เพราะพึ่งกลับจากบ้านแฟนสาวที่ต่างจังหวัด และหลังจากนั้นก็เงียบไปจนมาทราบข่าว ตนเองก็ไม่ทราบว่าลูกชายไปมีเรื่องกับใคร เพราะเท่าที่ผ่านมาก็เป็นเด็กเรียนและทำงานด้วย จนล่าสุดไปสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครเพื่อจะเรียนต่อ
ด้าน พ.ต.อ.เศรษฐณัณข์ ทิมวัตน์ ผกก.สภ.คูคต เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อหาเส้นทางที่ผู้เสียชีวิตขับผ่าน เพราะยังไม่แน่ใจว่าผู้เสียชีวิตมาถูกยิงในจุดนี้หรือไม่เพราะสภาพรถจยย.ที่พบตอนแรกจอดอยู่ในสภาพปลอดภัยแต่รถหันหน้าย้อนศรจากเส้นทาง และจะได้ตรวจสอบทางเทคนิคเพื่อเร่งหาสาเหตุและเบาะแสของคนร้ายเพื่อใช้ในการติดตามตัวมาสอบสวนและดำเนินคดีทางกฏหมาย ทั้งนี้ได้ให้อาสาสมัครมูลนิธิปอเต็กตึ้งนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่ รพ.ภูมิพลอดุยเดช เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป



