วอนช่วยตามหา!! ชายเดินทางกลับชัยภูมิตั้งแต่ 8 เม.ย ตอนนี้ยังไม่ถึงบ้าน-ไร้การติดต่อ!

พ่อแม่วอนช่วยตามหา ลูกชายเดินทางกลับชัยภูมิตั้งแต่ 8 เมษายนที่ผ่านมา ตอนนี้ยังไม่ถึงบ้าน-ไร้การติดต่อ!  

วันนี้ (17 เม.ย.60) ผู้คนบนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์ภาพและข้อความขอความช่วยเหลือตามหาคนหาย โดยแฟนเพจ กู้ภัยสว่างคุณธรรม(Sawangkunnatum) ได้โพสต์ภาพชายที่หายไปพร้อมรายละเอียดว่า ชายที่หายไปได้เดินทางเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรที่กรุงเทพเมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา

จากนั้นได้เดินทางกลับบ้านที่ บ้านท่าแก ตำบลลุ่มลำชี อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ โดยครั้งล่าสุดที่ติดต่อทางครอบครัวคือวันที่ 8 เมษายน เวลาประมาณ 20.30 น. เขาได้บอกผู้เป็นแม่ว่า เดินทางถึงหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ แต่จนถึงวันนี้ก็ยังไม่ถึงบ้าน ทางครอบครัวเป็นห่วงมาก หากใครพบเห็นสามารถติดต่อได้ที่เบอร์ 093-364-9193

ตุรกีลงประชามติ โหวต Yes ชนะ แก้ไขรัฐธรรมนูญเพิ่มอำนาจ ปธน.

การลงประชามติเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเพิ่มอำนาจให้แก่ประธานาธิบดีตุรกีได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อวานนี้ โดยผลคะแนนแบบไม่เป็นทางการชี้ว่า ฝ่ายสนับสนุน หรือโหวต Yes ชนะ

ชาวตุรกีผู้มีสิทธิ์ออกเสียงราว 55 ล้านคน พากันออกมาลงประชามติตามคูหาเลือกตั้งที่มีอยู่ราว 1 แสน 6 หมื่น 7 พันแห่งทั่วประเทศเมื่อวานนี้ เพื่อชี้ชะตาอนาคตของประเทศในหัวข้อ จะสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะช่วยเพิ่มอำนาจให้แก่ ประธานาธิบดีหรือไม่

ฝ่ายที่โหวต Yes หรือผู้สนับสนุนประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดแกน เชื่อว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะช่วยให้ประเทศพัฒนาตามโลกสมัยใหม่ได้ทัน ในขณะที่ฝ่ายโหวต No หรือผู้สนับสนุนพรรคฝ่ายค้านกังวลว่า การเปลี่ยนแปลงจะนำพาประเทศเข้าสู่ลัทธิเผด็จการ

จากผลการนับคะแนนแบบไม่เป็นทางการ แสดงให้เห็นว่า ฝ่ายที่สนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ โหวต Yes เป็นฝ่ายชนะในการลงประชามติในครั้งนี้ จึงมีโอกาสที่ประธานาธิบดีเออร์โดแกน จะมีอำนาจอยู่ในตำแหน่งยาวไปจนถึงปี 2572

ระหว่างการเปิดคูหาให้ลงคะแนนประชามติเมื่อวานนี้ มีรายงานความไม่สงบเกิดขึ้นในจังหวัด ดียาร์บากีร์ ที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตุรกี โดยมีเหตุยิงกันเกิดขึ้นใกล้กับคูหาเลือกตั้ง มีสาเหตุจากความขัดแย้งกันในเรื่องการลงประชามติ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 3 คน
ถูกใจ · ตอบกลับ · 1 ชม. · มีการแก้ไข

คสช. ยึดรถรวม 5 วัน 6,544 คัน เผย สถิติยึดรถเมาแล้วขับสูงกว่าปี 59

คสช. เผย ยึดรถ 5 วัน 6,544 คัน ดำเนินคดีผู้กระทำผิดแล้วกว่าเกือบ 4 แสนคน สถิติยึดรถเมาแล้วขับสูงกว่าปีที่แล้ว

คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผย ภาพรวมการสัญจรในขณะนี้ พบว่ายังมีความคับคั่ง เนื่องจากประชาชนเดินทางกลับจากเทศกาลสงกรานต์และท่องเที่ยว โดยเจ้าหน้าที่ทุกส่วนยังคงร่วมให้การดูแลในทุกเส้นทาง เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชนเช่นเดิม ส่วนใหญ่เป็นการอำนวยการจราจรเปิดช่องทางพิเศษในการสัญจรเฉพาะพื้นที่ที่เป็นปมการคมนาคมสำคัญ การซ่อมแซมและตรวจสอบสภาพรถ การปฐมพยาบาล เป็นต้น โดยจะดูแลและส่งประชาชนกลับจนสภาพการสัญจรกลับสู่ภาวะปกติ

สำหรับสถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ในวันที่ 16 เม.ย. 60 พบรถจักรยานยนต์ กระทำความผิด 89,009 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถไว้ 1,013 คัน และส่งผู้กระทำผิดดำเนินคดี 45,929 คนซึ่งรถโดยสารสาธารณะและรถยนต์ส่วนบุคคล พบการกระทำความผิด 57,719 ครั้ง เจ้าหน้าที่ได้ยึดใบอนุญาตขับขี่ไว้ 581 ใบ ยึดรถยนต์ 319 คัน ส่งผู้กระทำความผิดดำเนินคดี 29,304 คน

ขณะที่ สถิติการตรวจพบผู้กระทำผิดในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุโดยประมาทด้วยการดื่มแล้วขับขี่ โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา ตั้งแต่วันที่ 12-16 เม.ย.2560 มีรถจักรยานยนต์ 325,013 ครั้ง รถโดยสารสาธารณะ/รถยนต์ 274,309 ครั้ง เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดรถที่ฝ่าฝืนมาตรการดื่มไม่ขับไว้แล้ว 6,544 คัน แยกเป็นจักรยานยนต์ 4,982 คัน รถยนต์ 1,562 คัน และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดรถจักรยานยนต์ 230,513 คน มีรถโดยสารสาธารณะ และรถยนต์ส่วนบุคล 166,145 คน

อย่างไรก็ตามมาตราการ “ดื่มไม่ขับ จับยึดรถ” นั้น ด้วยจำนวนผู้ใช้เส้นทางและปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ทำให้สถิติการยึดรถสูงกว่าเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 รวมทั้งอาจประเมินเบื้องต้นได้ว่า ยังมีผู้ขับขี่รถจำนวนหนึ่งที่เชื่อมั่นในตนเองเกินไป โดยไม่ตระหนักและคำนึงถึงความเสียหายของการดื่มสุราแล้วขับขี่รถ ซึ่งสถิติการยึดรถและข้อมูลพฤติกรรมของผู้ขับขี่ดังกล่าว คสช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะนำไปพิจารณาปรับการดำเนินตามมาตรการสร้างความปลอดภัยการสัญจร และมาตรการดื่มไม่ขับจับยึดรถต่อไป