รถบัส คณะหมอลำชื่อดังอีสาน ‘สมจิตร บ่อทอง’ ตกโค้งผาเสวย เขาภูพาน เจ็บอื้อ

รถบัส คณะหมอลำชื่อดังอีสาน สมจิตรบ่อทอง วิ่งหลุดตกโค้งผาเสวย บนเทือกเขาภูพาน จ.กาฬสินธุ์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย

ร.ต.อ.ไพบูลย์ ภูไชยแสง ร้อยเวร สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถบัสพลิกคว่ำที่ถนนสายสมเด็จ-สกลนคร บนเทือกเขาภูพาน บริเวณโค้งใกล้กับจุดชมวิวผาเสวย บ้านแก้งกะอาม ต.ผาเสวย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จึงรายงาน พ.ต.อ.ทศพร จิเนราวัต ผกก.สภ.สมเด็จ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสมเด็จไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

โดยที่เกิดเหตุพบรถบัสสีส้ม ยี่ห้อนิสสัน หมายเลขทะเบียน 30-0184 บุรีรัมย์ ซึ่งมีผู้โดยสารเป็นลูกวงคณะหมอลำชื่อดังภาคอีสาน ของ สมจิตร บ่อทอง พลิกคว่ำตรงโค้งห่างจากผาเสวยประมาณ 200 เมตร และพบผู้โดยสารส่วนใหญ่เป็นห่างเครื่องนอนร้องระงมด้วยความเจ็บปวดกว่า 30 คน เจ้าหน้าที่จึงได้ช่วยกันนำตัวส่งโรงพยาบาลสมเด็จ โดยมีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 1 ราย ส่วนคนขับทราบชื่อ คือนายวิไล อายุ 43 ปี เป็นชาว อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ ศีรษะแตกถูกนำส่งโรงพยาบาล

ทั้งนี้มีรายงานว่า นายสุวิทย์ คำดี ผวจ.กาฬสินธุ์ พล.ต.ต.มนตรี จรัลพงศ์ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมหน่วยสืบสวนอุบัติเหตุ ยังได้เข้าไปตรวจสอบเหตุ เบื้องต้นทราบว่า รถบัสของสมจิตรบ่อทองพึ่งจะเสร็จสิ้นการแสดงที่ อ.นาหว้า จ.นครพนม ในช่วงเช้าและกำลังจะเดินทางไปแสดงต่อที่ อ.บ้านแฮด จ.ขอนแก่น ในช่วงเย็น แต่เมื่อมาถึงบริเวณเกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้งลาดชัน คนขับรถไม่ชินทาง ประกอบกับรถสภาพเก่า เบรกไม่อยู่เสียหลักหลุดโค้งทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวน 23 คน สาหัส 1 คน โชคดีไม่มีใครเสียชีวิต สำหรับพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์หน้าเทศกาลสงกรานต์ มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 2 ราย ซึ่งยังคงเฝ้าป้องกันอย่างเข้มข้นต่อไป

อายัดเงินสด 3 ล้าน ‘ซินแสโชกุน’ เร่งสอบทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อคืนให้ผู้เสียหาย

ปปง. อายัด เงินสด ‘ซินแสโชกุน’ ไว้ตรวจสอบแล้วกว่า 3 ล้าน เร่งตรวจสอบทรัพย์สินทั้งหมด เพื่อคืนผู้เสียหาย จ่อออกหมายจับผู้ต้องสงสัยเพิ่ม

เจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เข้าพบ พลตำรวจตรีสุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อหารือการตรวจสอบทรัพย์สิน และเส้นทางการเงิน นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน กรรมการบริหารบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ ผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

ทั้งนี้ พลตำรวจตรีสุทิน ระบุว่า ขณะนี้ ปปง. ได้อายัดเงินฝากจำนวน 3 ล้านบาท ของนางสาวพสิษฐ์ เบื้องต้นทรัพย์สินและอสังหาริมทรัพย์ยังไม่พบถูกโอนต่อไปยังบุคคลอื่น โดยจะเร่งตรวจสอบอายัดทรัพย์สินทั้งหมดเพื่อนำเข้าสู่กระบวนการคืนให้กับผู้เสียหาย

ขณะเดียวกันเชื่อว่ามีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายคนในฐานะแม่ข่าย อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ และรอผลสอบสวนผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวที่ มทบ.11 โดยเบื้องต้นยังไม่พบผู้บงการหรือตัวการใหญ่ที่อยู่ในระดับสูงกว่านางสาวพสิษฐ์ ซึ่งขณะนี้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้วเกือบ 400 คน ทั้งนี้ จะมีนัดประชุมติดตามความคืบหน้าในคดีอีกครั้งวันจันทร์ ที่ 17 เมษายน นี้

สรุป 3 วันอันตราย สงกรานต์ตาย167 เจ็บ1,795 เหตุหลักเมาแล้วขับ

ศปถ. แถลงตัวเลขเฝ้าระวังอุบัติเหตุสงกรานต์วันที่ 3 ยอดรวมเกิดเหตุ 1,743 ครั้ง เสียชีวิต 167 ราย บาดเจ็บ 1,795 คน

ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) ได้รวบรวมสถิติอุบัติเหตุทางถนนประจำวันที่ 13 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ “สงกรานต์ปลอดภัยส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร” พบว่าเกิดอุบัติเหตุ 748 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 79 ราย ผู้บาดเจ็บ 752 คน โดยจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือ เชียงใหม่ และอุดรธานี จำนวน 33 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือ สกลนคร และ กรุงเทพมหานคร จังหวัดละ 5 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด เชียงใหม่ จำนวน 37 คน

ขณะที่ยอดอุบัติเหตุรวม 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 11-13 เมษายน 2560 พบว่า เกิดอุบัติเหตุ 1,743 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 167 ราย ผู้บาดเจ็บ 1,795 คน จังหวัดที่มีอุบัติเหตุสูงสุดคือเชียงใหม่ 83 ครั้ง ส่วนจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด คือนครราชสีมา จำนวน 9 ราย และจังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุดคือ เชียงใหม่จำนวน 86 คน ซึ่งสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือการเมาแล้วขับ ร้อยละ 48.80 รองลงมาการขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 27.54

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า แม้ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิตระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน โดยรวมจะลดลง แต่ความตั้งใจของรัฐบาลคิดว่าทุกชีวิตมีคุณค่า จึงไม่ได้เน้นการเปรียบเทียบสถิติแต่ต้องเน้นให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยของคนไทย โดยโครงการเซฟตี้ไทยแลนด์ เป็นสิ่งสำคัญที่จะทำอย่างไร ไม่ใช่แค่รณรงค์เฉพาะช่วงเทศกาลเท่านั้นแต่สิ่งที่สามารถทำได้คือ ขอความร่วมมือร่วมกันศึกษาจากสาเหตุที่เกิดขึ้น โดยดูประวัติย้อนหลัง 5 ปี ว่าสาเหตุหลักที่เกิดขึ้น เกิดจากอะไรซึ่งสาเหตุที่เกิดขึ้นร้อยละ 80 มาจากพฤติกรรมผู้ขับขี่ โดยผู้ขับขี่จะต้องสวมหมวกและคาดเข็มขัดนิรภัย เชื่อว่าจะช่วยลดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้โดยรัฐบาลต้องการให้เกิดการกระทำอย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นวัฒนธรรม

อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ได้รณรงค์สงกรานต์วิถีไทย ซึ่งคนจะนิยมเข้าถึงกิจกรรมตามขนบธรรมเนียมประเพณีมากขึ้นแต่ยังมีการเฉลิมฉลองโดยสิ่งสำคัญคือการดูแลตัวเองหากเมาต้องไม่ขับรถ รวมถึงคนไทยต้องร่วมกันเป็นเจ้าบ้านที่ดีโดยการดูแลพร้อมให้คำแนะนำกับนักท่องเที่ยวด้วย

ทั้งนี้ แม้ตัวเลขสถิติการสูญเสียจะลดลง แต่นายกรัฐมนตรีไม่อยากให้เน้นเพียงแค่สถิติ แต่ต้องหาวิธีไม่ให้เกิดอุบัติเหตุและเสียชีวิต โดยศึกษาสาเหตุย้อนหลังเพื่อเป็นแนวทางในการป้องกัน