เปิดใจ! พ่อเด็กแฝด ปมคลิปฉุดแย่งลูกจากยายและป้า

เปิดใจ! พ่อเด็กแฝด ปมคลิปฉุดแย่งลูกจากยายและป้า เผยไม่ได้กีดกัน 7 ปีที่ผ่าน ส่งเงินเป็นค่าเลี้ยงดูมาโดยตลอด

จากกรณีปรากฏคลิปพ่อของเด็กแฝดหญิงและญาติ ฉุดรั้งดึงตัวเด็กหญิง 2 คนออกจากอกของป้าและญาติที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่กำเนิด เพื่อนำไปอยู่ด้วย จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างหนัก ต่อมาเมื่อวันที่ 26 เม.ย. ที่ผ่านมา นางเสาร์ พวงท้าว อายุ 66 ปี ผู้เป็นยาย และนางปุณณภัทร พวงท้าว อายุ 43 ปี ป้าของเด็กแฝด ได้เดินทางมาที่บ้านพ่อเด็กแฝด อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เพื่ออยากพบหน้าเด็กแฝดทั้งสองคน แต่กลับไม่พบหลานแฝดและตัวพ่อเด็ก จนล่าสุดมีการโดยมีการนัดเจรจาไกล่เกลี่ยกันที่ว่าการอำเภอไทรน้อย จ.นนทบุรี ในวันที่ 28 เม.ย. นี้

ล่าสุด เวลา 13.00 น. วันที่ 28 เม.ย. 60 มีรายงานว่า นางเสาร์ พวงท้าว อายุ 66 ปี ผู้เป็นยาย และนางปุณณภัทร พวงท้าว อายุ 43 ปี ป้าของเด็กแฝดขอเลื่อนเข้ามาเจรจาไกล่เกลี่ยกับทางนายสุรชัย พลอยไป พ่อของเด็กแฝดโดยให้เหตุผลว่าต้องไปเฝ้าไข้ญาติผู้ใหญ่ที่ป่วยอยู่ใน จ.ศรีสะเกษ จึงขอเลื่อนเข้าเจรจาไกล่เกลี่ยออกไปโดไม่มีกำหนด

เวลาต่อ นายสุรชัย ได้เดินทางมาพร้อมกับญาติและบุตรชายคนโต พร้อมกับทนายความ เข้ามาชี้แจงกรณีดังกล่าวโดยเปิดว่า เหตุที่ไม่ออกมาพูดในช่วงแรกหลังได้มีการเผยแพร่คลิปออกไป เนื่องจากมีกระแสจากสังคมอย่างหนัก และกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตจากการถูกคุมคามต่างๆ ซึ่งขณะนี้ยังส่งผลกระทบไปถึงครอบครัวและคนรอบข้างอีกด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ตนยืนยันพร้อมที่จะเลี้ยงดูบุตรสาวฝาแฝดทั้งสองคนอย่างเต็มที่ รวมถึงแม่เลี้ยงก็มีการปรับตัวกันได้ดี

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไม่ได้กีดกันทางฝั่งยายและป้าในการพบเจอหลานแต่อย่างใด โดยสาเหตุที่ให้ทางฝั่งยายและป้าเป็นคนเลี้ยงดูในช่วง 7 ปีที่ผ่านมานั้น เนื่องจากยังไม่พร้อมซึ่งในขณะนั้นยังมีชีวิตที่ลำบาก แต่มีการส่งเงินเป็นค่าเลี้ยงดูลูกแฝดให้กับทางฝั่งยายมาโดยตลอด แต่วันนี้ที่ออกมาเพราะว่ามีความพร้อมในการเลี้ยงดูอย่างเต็มที่แล้ว ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการเจรจากับทางฝั่งยายของเด็กแฝดแล้วแต่ถูกกีดกันมาโดยตลอด

อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์ดำรงธรรมอำเภอไทรน้อย และทาง พม. จะร่วมกันเจรจาไกล่เกลี่ยแล้วเข้ามาช่วยเยียวยาในเรื่องดังกล่าว และจะมีการนัดพูดคุยทั้งฝั่งพ่อเด็กแฝดและทั้งฝั่งยายกับป้า เพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดในเรื่องนี้ต่อไป

สลด! ชาวบ้านสังเวยชีวิต 1 ศพ หลังเกิดพายุฤดูร้อนถล่มที่ลพบุรี

พายุฤดูร้อนพัดถล่มเมืองลพบุรี ก่อนทำป้ายเทศบาลล้มทับรถประชาชน ส่งผลทำให้มีคนเสียชีวิต 1 ศพ  

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 15.30 น. วันนี้ (28 เม.ย. 60) ได้เกิดเหตุสุดสลดขึ้นที่ จ.ลพบุรี เมื่อมีผู้ใช้รถใช้ถนนเสียชีวิต 1 ราย จากอุบัติเหตุป้ายเทศบาลล้มทับ หลังจากเกิดพายุฝนลมแรงขึ้นที่บริเวณดังกล่าว

โดยเพจ เรารัก”ลพบุรี” ได้มีการโพสต์ภาพสุดสลดของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ที่เผยให้เห็นภาพของรถกระบะคันหนึ่งพังยับเยิน โดยมีป้ายเทศบาลทับเกยอยู่ ท่ามกลางของเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่เข้าไปช่วยเหลือ

พายุฤดูร้อน, ข่าวจังหวัดลพบุรี

สำหรับสภาพอากาศในบ้านเราขณะนี้ ทางกรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเปิดเผยว่า ในช่วงนี้ (28 – 29 เม.ย. ) หลายพื้นที่ของไทยจะประสบกับภาวะพายุฤดูร้อน มีลมกระโชกแรง โดยเฉพาะบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จึงขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย

พายุฤดูร้อน, ข่าวจังหวัดลพบุรี, ข่าวสดวันนี้

ภาพจาก เรารัก”ลพบุรี”

ศาลอนุมัติออกหมายจับ ‘บอส’ กระทิงแดง ด้าน อสส. จ่อขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติออกหมายจับ “บอส” ทายาทกระทิงแดงแล้ว ด้าน อสส. เตรียมประสานขอใช้สนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

ศาลอาญากรุงเทพใต้ อนุมัติหมายจับ นายวรยุทธ อยู่วิทยา เลขที่ จ.138/60 ลงวันที่ 28 เมษายน 2560 ในข้อหาข้อหาขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และข้อหาหลบหนีไม่หยุดให้ความช่วยเหลือและแจ้งเหตุต่อเจ้าหน้าที่ หรือ ชนแล้วหนี ตามคำร้องของพนักงานสอบสวน ตำรวจนครบาลทองหล่อ ได้รับหนังสือจากสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ให้ดำเนินการออกหมายจับ นายวรยุทธ มาดำเนินคดี

หลังไม่เข้าพบพนักงานอัยการตามกำหนดนัดและส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบมาอย่างต่อเนื่องโดยให้เหตุผลว่าติดธุระต่างประเทศ ซึ่งกระบวนการหลังจากนี้ตำรวจจะต้องประสานด่านตรวจคนเข้าเมืองต่างๆ เพื่อให้ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับหากพบว่าเดินทางเข้าหรือออกนอกประเทศ

ขณะที่อัยการสูงสุดจะประสานประเทศปลายทางที่ นายวรยุทธ พักอาศัย ใช้สนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน เพื่อติดตามตัวกลับมาดำเนินคดี ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับประเทศปลายทางว่าข้อหาที่ถูกออกหมายจับจะเข้าข่ายตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนหรือไม่