ตำรวจยึดทรัพย์ ‘ซินแสโชกุน’ จ่อเรียกแม่ข่าย 30 คน สอบปากคำ

ผบช.ก. ไม่กังวลสอบปากคำ “ซินแสโชกุน” พร้อมประสาน ปปง.ยึดทรัพย์ 3 ล้านบาท ในบัญชี ชี้ พบแม่ข่าย 30 คน จ่อเรียกสอบปากคำ

วันนี้(13 เม.ย.) พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. เปิดเผยถึงการการดำเนินคดีกับ นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ข้อหาฉ้อโกงประชาชน ว่าไม่มีความกังวลเรื่องการสอบปากคำเพราะได้ตัวผู้ต้องหาแล้ว ผู้ต้องหาสามารถพูดแสดงความคิดเห็นอะไรก็ได้ แต่ตำรวจต้องตรวจสอบจากข้อมูลเชิงประจักษ์ คาดว่าหลังเทศกาลสงกรานต์จะมีการสอบสวนและได้ข้อมูลที่มีความชัดเจนขึ้น

ซึ่งขณะนี้ประสานกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เรื่องการยึดทรัพย์เพื่อไม่ให้เกิดการโยกย้ายถ่ายโอนทรัพย์สิน แต่จากการตรวจสอบการทำธุรกรรมกับธนาคารของ ซินแสโชกุน เบื้องต้นทราบว่ามีจำนวนเงินอยู่ประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งเงินบางส่วนมีการแปลงสภาพไปซื้ออสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม จะเร่งตรวจสอบเพื่อจะได้นำเงินคืนสู่ผู้เสียหายให้เร็วที่สุด

ส่วนกรณี ที่ “ซินแสโชกุน” มีการอ้างสถาบันเบื้องสูง ขณะนี้หลักฐานเอกสารยังไม่มีความเชื่อมโยงอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งชุดสืบสวนสอบสวนทราบแล้วว่าเครือข่ายซินแสโชกุนมีผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ ผู้ที่เป็นแม่ข่ายทั้งหมด ประมาณ 30 คน ระหว่างการรอความชัดเจนและเร่งเชิญตัวทั้งหมดเข้ามาสอบปากคำ ส่วนการนำตัวชินแสโชกุนไปฝากขังที่ศาลอาญา พนักงานสอบสวนคัดค้านการประกันตัวเพราะอาจจะไปยุ่งหรือทำลายพยานหลักฐานได้

5 ของกินสุดฮิตสร้างรายได้ช่วง ‘เทศกาลสงกรานต์’

ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในแต่ละปี พี่น้องประชาชนชาวไทยต่างทยอยเดินทางกลับภูมิลำเนา รวมถึงเดินทางออกต่างหวัดเพื่อไปสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศที่ชินตามาหลายสิบปีแล้ว บางส่วนก็รวมกับกลุ่มเพื่อนฝูงเพื่อไปเล่นน้ำสงกรานต์ตามจุดต่างๆ ที่ทางหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดไว้ให้เล่นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่เชื่อว่ายังมีอีกหลายๆคนที่ไม่ได้กลับภูมิลำเนา หรือไม่ได้ออกไปเล่นน้ำสงกรานต์ โดยเลือกที่จะอยู่บ้านเฉยๆ เป็นการพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาวนี้

วันนี้ MThaiNews ขอนำเสนอแนวคิดพลิกชีวิตวันหยุดพักผ่อนในช่วง ‘เทศกาลสงกรานต์’ นี้ให้เป็นการสร้างรายได้ โดยที่ไม่ต้องลงทุนเยอะมากมายแต่อย่างใด ซึ่งนอกจากจะขายสินค้าในช่วงเทศกาลดังกล่าวแล้ว อาทิเสื้อลายดอก ปืนฉีดน้ำ น้ำอบ หรือดินสอพอง สิ่งหนึ่งที่จำเป็นอีกอย่างนั้นก็คือ…. “อาหารและเครื่องดื่ม” แน่นอนว่าของกินเป็นสิ่งสำคัญต่อตัวเรา แล้วยิ่งในช่วงเทศกาลแบบนี้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่นอน!! โดยอาหารและเครื่องดื่มที่เราสามารถขายได้ง่ายๆ มีดังนี้

1.’เครื่องดื่ม’ สินค้าที่ลงทุนไม่เยอะแต่ขายได้เรื่อยๆ สำหรับคนที่เล่นน้ำสงกรานต์แน่นอนว่าความกระหายน้ำต้องมี ซึ่งสามารถขายได้ทั้ง น้ำเปล่า น้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ รวมถึงน้ำแข็งด้วย หรือจะทำขนมหวานที่ไม่ต้องใช้กรรมวิธีมากมาย อาทิเฉาก๊วยโบราณ ขายได้ราคาตั้งแต่ 10-20 บาท เพียงแค่ตั้งโต๊ะหาพื้นที่เหมาะๆ ทำเลดีๆ มีคนคนพลุกพล่าน แค่นี้ก็สามารถสร้างรายได้ในช่วงหยุดยาวได้แล้ว

2.’ข้าวไข่เจียว’ คือชื่อก็หิวแล้ว…!! นอกจากเครื่องดื่มแล้ว อาหารก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะอาหารที่ไม่ต้องใช้เวลาในการทำนาน ข้าวไข่เจียวก็ถืออาหารอีกประเภทหนึ่งที่ทำง่ายขายได้เร็วทันใจลูกค้าที่เหน็ดเหนื่อยจากการร่วมกิจกรรมสงกรานต์ ซึ่งขายได้ในราคาตั้งแต่ 15-20 เลยทีเดียว แต่หากเราจะเพิ่มมูลค่าก็ใส่พวกผักหรือเนื้อสัตว์ลงไป ก็เพิ่มมูลค่าได้ถึง 25-30 บาทแล้ว อาจจะดูไม่ยุ่งยากแต่เชื่อว่าในช่วงเทศกาลแบบนี้คุณอาจจะทอดไข่เจียวไม่ทันเลยก็ได้

3.’ของทอด’ เป็นอาหารอีกชนิดหนึ่งที่มีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไป มีวัตถุดิบให้เลือกมากมายทั้งไก่ทอด ลูกชิ้นทอด ทอดมัน หมูทอด และอื่นๆอีกมาก ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่เราสามารถหาซื้อได้ตามทอดตลาดทั่วไป ตั้งเตาลงทอดบวกกับน้ำจิ้มรสเด็ด เพียงเท่านี้ก็สามารถสร้างรายได้ในช่วงวันหยุด

4.’ข้าวเหนียวส้มตำ-ไก่ย่าง’ เมนูนี้จัดว่าเด็ดเลยทีเดียวขายได้ทุกช่วงเทศกาล แต่อาจจะต้องพอมีฝีมือพอสมควร วัตถุดิบก็ต้องยุ่งยากเพิ่มขึ้นไปอีก ซึ่งส้มตำก็ต้องมาคู่กับข้าวเหนียวไก่ย่าง ยิ่งเป็นข้าวเหนียวร้อนๆ ไก่ย่างนุ่มๆ หนังกรอบๆ และน้ำจิ้มแจ่วรสเด็ด เชื่อว่าเป็นอีกเมนูที่คนส่วนใหญ่นึกถือและอยากรับประทานในช้วันหยุดยาวแบบนี้

5.’ไข่ต้ม’ เมนูแสนง่ายลงทุนไม่เยอะมาก โดยไข่ไก่แผงหนึ่งราคาไม่เกิน 100 บาท ยิ่งซื้อร้านส่งก็ยิ่งราคาถูกลงไปอีก ส่วนกรรมวิธีการต้มก็หลากหลายทั้งจะให้เป็นไข่ต้มแบบยางมะตูม หรือแบบสุกๆเลย ขาย 3 ฟอง 20 บาท บวกกับน้ำจิ่มเป็นซอสปรุงรสรับประทานคู่กันก็เข้ากันดี หรือจะใช้เป็นน้ำจิ้มแจ่วก็ได้ ในช่วงสงกรานต์แบบนี้การขายไข่ต้มง่ายๆ ก็อาจสร้างกำไรในช่วงหยุดยาวแบบนี้ได้หลักพันเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตามยังมีอาหารและเครื่องดื่มอีกจำนวนมากมาย ที่สามารถนำมาประกอบอาชีพสร้างรายได้เสริมในช่วงเทศกาลสงกรานต์แบบนี้ได้ ก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละคนว่าจะเลือกขายสินค้าแบบไหน ทั้งนี้ทีมข่าว MThaiNews ขอให้ทุกท่านมีความสุขในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ และเดินทางโดยสวัสดิภาพ

สงกรานต์อาเซียน ส่องเทศกาลสาดน้ำของประเทศเพื่อนบ้าน

ในเดือนเมษายนของทุกปี ไทยและประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะจัดเทศกาลสาดน้ำคลายร้อนขึ้น เรามาดูกันว่าเทศกาลของแต่ละประเทศมีความเหมือนหรือแตกต่างจากสงกรานต์ของเรามากน้อยแค่ไหน

สงกรานต์ ปีใหม่ไทย หรือ เทศกาลสาดน้ำ คือประเพณีที่มีจัดการขึ้นในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเทศกาลที่เป็นที่รู้จักมากที่สุด คงหนีไม่พ้นเทศกาลสงกรานต์ในเมืองไทย ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาติจำนวนมาก ให้มาเปิดศึกสาดน้ำใส่กันอย่างสนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นในกรุงเทพ ทและตามหัวเมืองใหญ่ อย่างเชียงใหม่ ขอนแก่น หรือภูเก็ต

ส่วนเทศกาลสงกรานต์ของประเทศลาว ก็มีความคล้ายคลึงกับของไทย เทศกาลนี้ตรงกับช่วงปีใหม่ลาว โดยเมืองที่จัดงานปีใหม่ลาว ตามพิธีกรรมดั้งเดิมที่คึกคักที่สุดคือ หลวงพระบาง เป็นเทศกาลวันหยุดยาว ที่ทุกคนกลับไปเยี่ยมบ้าน ทำความสะอาดบ้านเรือน ทำบุญตักบาตร ก่อกองทรายในวัด ชาวลาวก็เล่นสาดน้ำกันตามท้องถนนเหมือนไทยเช่นกัน

สงกรานต์

ส่วนการเฉลิมฉลองสงกรานต์ของประเทศกัมพูชา ก็มีความเหมือนกับของไทยเกือบทุกอย่าง โดยเรียกเป็นภาษาเขมรว่า “บน โจล ชนัม ทเมย”

ขณะที่ประเทศเมียนมาจะเรียกประเพณีของพวกเขาว่า “ทิงยาน” หรือ ปีใหม่เมียนมา มีความใกล้เคียงกับสงกรานต์ของไทยเช่นกัน โดยเทศกาลจะจัดขึ้นในระยะเวลาระหว่างวันที่ 13 – 17 เมษายน การเล่นสาดน้ำของชาวเมียนมา มีที่มาจากความเชื่อเหมือนกันกับไทยคือ จะช่วยปัดเป่าเคราะห์ร้ายของปีที่แล้วให้พ้นไป

เทศกาลทิงยาน ของเมียนมาในปีนี้มีทั้งการจัดตามประเพณีดั้งเดิม และจัดตามสมัยใหม่ ขณะนี้ในเมืองมัณฑะเลย์ได้มีการจัดสถานที่ไว้ให้ประชาชนเล่นน้ำแล้ว แต่ในปีนี้จะมีกฎระเบียบเข้มงวดกว่าครั้งที่ผ่านๆ มา โดย “อู จ่อว์ ซาน มยินต์” สมาชิกคณะกรรมการพัฒนาเมืองมัณฑะเลย์ กล่าวว่า ในปีนี้ ได้ประกาศห้ามประชาชนไม่ให้แต่งกายไม่สุภาพ เปิดเพลงที่ไม่เหมาะสม และห้ามกั้นพื้นที่ส่วนตัวในบริเวณสาธารณะที่ทางการจัดไว้ให้เล่นน้ำ และห้ามทำกิจกรรมที่ไม่เหมาะสมบริเวณดังกล่าวเด็ดขาด

ปิดท้ายด้วยประเทศเล็กๆ อย่างสิงคโปร์ ซึ่งจัดเทศกาลสงกรานต์เป็นครั้งแรก เมื่อปี 2557 หรือเพิ่งเมื่อสามปีที่แล้วนี่เอง โดยงานสงกรานต์ในปีดังกล่าว มีทั้งการจัดคอนเสิร์ตจากศิลปินนานาชาติและบอกว่า จะเป็นงานเทศกาลน้ำที่ใหญ่ที่สุด

อย่างไรก็ตาม สงกรานต์เวอร์ชั่นสิงคโปร์นั้นไม่มีการเล่นน้ำ ใช้ปืนฉีดน้ำ และไม่มีกิจกรรมใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับน้ำ เนื่องจากต้องปฏิบัติตามแคมเปญระดับชาติที่รณรงค์ให้ใช้น้ำอย่างประหยัด และมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังมีการประชาสัมพันธ์ออกไปว่าจะมีการเล่นสาดน้ำ

ในขณะนั้น คนไทยจำนวนมากต่างแสดงความรู้สึกไม่พอใจ ที่สิงคโปร์จัดเทศกาลนี้และใช้ชื่องานว่า “สงกรานต์”เหมือนกับไทย โดยบางคนมองว่า สิงคโปร์ขโมยวัฒนธรรมของเราไป ขณะที่บางคนมองว่า วัฒนธรรมดังกล่าวเป็นวัฒนธรรมร่วมของอาเซียนอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นของชาติใดชาติเดียวเท่านั้น