ทอท. จัดพื้นที่ช่วยลูกทัวร์ญี่ปุ่น ด้านกระทรวงท่องเที่ยวจ่อแถลงบ่าย

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จัดพื้นที่พักคอยอำนวยความสะดวกผู้โดยสาร “ทัวร์ญี่ปุ่น” ถูกหลอก ด้านกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมแถลงบ่ายนี้

นายศิโรตม์ ดวงรัตน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตามที่มีผู้โดยสารจำนวน 1,000 – 1,500 คน เดินทางมายังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในช่วงเวลา 19.00 น. – 20.00 น. ของเมื่อวานนี้ โดยผู้โดยสารดังกล่าวได้ให้ข้อมูลในเบื้องต้นแก่เจ้าหน้าที่ ว่าได้ร่วมลงทุนกับบริษัทแห่งหนึ่งโดยบริษัทมีนโยบายในการนำผู้ลงทุนไปเที่ยวต่างประเทศเช่นประเทศญี่ปุ่น

และผู้โดยสารถูกนัดหมายให้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในคืนนี้ แต่เมื่อเดินทางมาถึง กลับไม่พบบุคคลที่จะพาไปเที่ยว จึงทราบว่าตนถูกหลอก กรณีดังกล่าวทำให้เกิดความแออัดบริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ในส่วนของเคาน์เตอร์เช็คอินตั้งแต่ Row A จนถึง Row J ทั้งนี้ เบื้องต้น ทสภ. ได้ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกพาผู้โดยสารไปพักคอยที่บริเวณห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 แทน เพื่อลดความแออัดของห้องผู้โดยสารขาออก

พร้อมทั้งให้การดูแลแจกจ่ายน้ำดื่มให้กับผู้โดยสาร และจัดจุดอำนวยความสะดวกผู้โดยสารที่บริเวณ ประตู 2 ชั้น 2 หน้าทางออก Exit A  และยังได้จัดรถบัสเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางไปยังท่าอากาศยานดอนเมือง บริเวณประตู 3 ชั้น 2 อีกด้วย สำหรับข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอยู่ในระหว่างการสอบสวนของสถานีตำรวจท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ด้าน ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน โฆษกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กรณีกลุ่มลูกทัวร์ที่โดนบริษัทขายตรงหลอกลวงว่าจะพาไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นระหว่างวันที่ 11-16 เมษายน ซึ่งติดค้างอยู่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อคืนที่ผ่านมานั้น ล่าสุดบางส่วนได้เดินทางกลับบ้านแล้วและบางส่วนรอเข้าแจ้งความดำเนินคดีในเช้าวันนี้

ซึ่งเมื่อคืนที่ผ่านมานางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยว ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือลูกทัวร์ พร้อมร่วมกับบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และตำรวจจัดหาพื้นที่อำนวยความสะดวก รวมทั้งได้จัดรถ shuttle bus ให้กับผู้โดยสารที่มีความประสงค์ต้องการเดินทางกลับบ้าน

ขณะที่มาตรการให้ความช่วยเหลือในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยว ต้องยอมรับว่าอาจไม่ได้เข้าไปช่วยเหลือได้เต็มที่ เนื่องจากกรณีที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากบริษัททัวร์ แต่เป็นบริษัทขายตรง ดังนั้นในส่วนของกระทรวงการท่องเที่ยวจึงเข้าไปดูแลได้แค่เรื่องของการอำนวยความสะดวกการเดินทางกลับ และวันนี้อาจมีลูกทัวร์ที่โดนหลอกเดินทางมาเพิ่มไปที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมินั้น

เชื่อว่าเหตุการณ์ตั้งแต่เมื่อคืนสมาชิกในกลุ่มได้มีการส่งข่าวต่อๆกันแล้วให้ทราบถึงสถานการณ์ ดังนั้นจึงคาดว่ากลุ่มคนที่จะมาเพิ่มเป็นการเข้ามาแจ้งความมากกว่า และวันนี้เวลา 13.00 น. ที่กระทรวงการท่องเที่ยวจะมีการแถลงข่าวในเรื่องดังกล่าวด้วย

จีนส่งทหารแสนห้านาย อารักขาชายแดนเกาหลีเหนือ หวั่นมะกันทำสงคราม

ทั่วโลกหวั่นความรุนแรงจนกลายเป็นสงคราม ล่าสุดจีนส่งกำลังทหาร 150,000 นาย อารักขาชายแดนด้านเกาหลีเหนือ เพื่อรับมือหากสหรัฐฯโจมตีเกาหลีเหนือ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานข่าว กรณีจีนเตรียมกำลังกำลังทหาร 150,000 นายไปยังชายแดนที่ติดกับเกาหลีเหนือ เพื่อรับมือผู้อพยพจากเกาหลีเหนือ ที่อาจจะข้ามพรมแดนมายังจีนเพื่อหนีสงคราม หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ อาจสั่งโจมตีเกาหลีเหนือหลังจากสั่งใช้ชีปนาวุธโทมาฮอว์คโจมตีซีเรียเมื่อวันศุกร์

นอกจากกองกำลังทหารแล้ว จีนได้เตรียมหน่วยแพทย์และหน่วยสนับสนุนจากกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA ไปยังบริเวณแม่น้ำยาลู ซึ่งอาจมีผู้อพยพจากเกาหลีเหนือหลั่งไหลมาเพื่อลี้ภัย

ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือมีท่าทียั่วยุสหรัฐฯ และชาติอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ โสมแดงได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง ไปตกในทะเลญี่ปุุ่นทำให้มีการคาดหมายว่า สหรัฐฯ อาจใช้ปฏิบัติการทางทหารเพื่อยับยั้งปฏิบัติการขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ

ซึ่งในระหว่างการประชุมสุดยอดร่วมกันระหว่างทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ที่รัฐฟลอริดานั้น ทรัมป์ได้ขอให้ผู้นำจีน ร่วมมือทำอะไรมากกว่าที่ทำอยู่ เพื่อยุติความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เนื่องจากคาดว่าเกาหลีเหนือจะยังคงทดสอบนิวเคลียร์ต่อไป ท่ามกลางความกระอัดกระอ่วนเนื่องจากจีน ถือเป็นท่อน้ำเลี้ยงรายใหญ่ทางการค้าระหว่างเกาหลีเหนือ ที่เป็นประเทศยากจนติดอันดับโลก เนื่องจากเกาหลีเหนือได้ส่งออกถ่านหินให้จีน เป็นการสร้างรายได้มหาศาล และอาจเป็นที่มาของการนำงบประมาณจากการค้าระหว่างจีนมาทดลองอาวุธ แม้จีนจะทำการคว่ำบาตรทางการค้าเกาหลีเหนือไปก่อนหน้านี้ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงมีการทำการค้าใต้ดินอยู่อย่างมากมาย

เกาหลีเหนือใช้โอกาสวันสำคัญของชาติ อาทิ การครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 105 ของ ประธานาธิบดีคิม อิล-ซุง บิดาผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือ เฉลิมฉลองด้วยการแสดงแสนยานุภาพทางทหาร เช่นการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล ที่อ้างว่ามีความสามารถโจมตีได้ไกลถึงแผ่นดินสหรัฐฯ ซึ่งการกระทำดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการยั่วยุทางการทหารของทางฝั่งโสมแดง

อย่างไรก็ตาม ความขัดแย้งดังกล่าว ถือเป็นความหวาดหวั่นที่ทั่วโลกจับตามอง เนื่องจากหากเกิดสงครามขึ้นระหว่างเกาหลีเหนือและสหรัฐฯ อาจจะไม่จำกัดเพียงแค่ความรุนแรงระหว่าง 2 ประเทศ แต่จะมีอีกหลายประเทศ อาทิ เกาหลีใต้ จีน ญี่ปุ่น เข้ามาพัวพัน ยังไม่นับรวมประเทศพันธมิตรทางทหารของสหรัฐฯ ที่อาจจะบานปลายเป็นปัญหาใหญ่ก็เป็นได้…

ที่มา  www.breitbart.com

เงิบ! นำเหรียญมาจ่ายค่าปรับ แต่ต้องหอบกลับบ้าน

เงิบ! หนุ่มถูกปรับข้อหาไม่คาดเข็มขัด นำเหรียญมาจ่ายค่าปรับ แต่ต้องหอบกลับบ้าน เพราะตำรวจนำข้อกฎหมายซัด

วันนี้(12 เม.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปจากเฟซบุ๊กเพจ DR.K v.3 ซึ่งได้โพสต์เผยให้เห็นเหตุการณ์ขณะที่ตำรวจพูดคุยกับประชาชนที่ต้องเสียค่าปรับ 300 บาท ข้อหาไม่คาดเข็มขัดนิรภัย แต่นำเหรียญมาจ่าย หวังกวนเจ้าหน้าที่ พร้อมข้อความระบุว่า

“ไอ้นี่กวนตีนตำรวจนี่หว่า ค่าปรับสามร้อยให้แบงค์พันพี่เขาก็มีทอน…ทำผิดกฏจราจรยังกวนอีก เหตุการณ์ว่า
พี่แกโดนจับข้อหาไม่คาดเข็มขัดเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว โวยวายๆ แล้วก็ถ่ายคลิปในด่าน..มาวันนี้พี่แกปรากฏตัวมาแล้ว ไปรวบรวมโคตรเหรียญสตางค์มาเทต่อหน้าเลย กะกวนเต็มที่….แต่เปล่าเลย เอาฮาด้วยเหมือนกันครับ…

ผม : โอ้โห (เสียงตะลึง เสียงสูงๆ) เชิญนับเหรียญเลยครับ ครบเปล่าครับ
พี่แก : ผมนับมาแล้ว ไม่มีขาดแน่นอน
ผม : ผมไม่เชื่อว่าครบ ยังไงมันก็ขาด (หาเรื่องให้พี่แกนับ)
พี่แก : นิ่ง ไปสักพัก …แล้วก็สวนมาว่า สรุปจะไม่รับเงินใช่ไหม?? ตำรวจไม่รับเหรียญใช่ไหม?? เหรียญไม่ใช่เงินใช่ไหม??
ผม : รับสิครับผม เหรียญเยอะแบบนี้ผมชอบ จะไปหยอดกระปุก แต่คุณต้องนับให้ผมดูก่อนนะครับ
พี่แก : ผมจะจ่ายคุณไม่รับก็เรื่องของคุณ
ผม : เอาแล้วไงกวนกูละ (คิดในใจ)
พี่แก : เงินทุกบาททุกสตางค์ใช้ชะระหนี้ได้ตามกฏหมาย ทำไมผมจะชำระไม่ได้?? ผมจะเอาใบขับขี่คืน!!
ผม : ผมเลยบอกพี่แกไปตรงๆ พี่รู้ไหมว่า “เหรียญสตางค์ 25 และ50 สตางค์ ใช้ชำระหนี้ตามกฏหมายรวมกันได้ไม่เกิน 10บาท” ครับ
พี่แก : ไหนๆ กฏหมายอะไร
ผม : ควักโทรศัพท์ พิมพ์ google ค้นหาคำว่า “การชำระหนี้ ด้วยเหรียญ” หน้าแรกเป็นลิงค์ของเว็บเดลินิวส์ ที่เอากฏหมายตารางเหรียญชำระหนี้มาบอก ….พอเจอตารางเสร็จ ผมก็ยื่นไปให้พี่แกดู
พี่แก : นี่มันมาจากเดลินิวส์ ไม่ได้มาจากกฏหมาย
ผม : เฮ้ยพี่ เดลินิวส์เขาเอาตารางนี้มาลงในข่าวเขาให้ประชาชนดู เพื่อให้ประชาชนฉลาดในกฏหมาย
พี่แก : นิ่งไปสักพัก

จากนั้นก็สนทนากันแต่เรื่องเดิมๆ จนพี่แกเหนื่อย….และแล้วพี่แกก็ควักแบงค์พันมาจ่ายค่าปรับ 300 บาท แล้วก็โกยเหรียญสตางค์ใส่ถุง พร้อมเดินออกไป
ปล.ตอนจะทอนเงิน 700 บาท ผมน่าจะเอาเหรียญทั้งหมดที่มีในลิ้นชักทอนคุณนะ… #โปรดใช้วิจารณญาณ ~”