ศาลยกคำร้องรื้อฟื้น คดีชายหูหนวกฆ่าคน ชี้หลักฐานใหม่อ่อนไม่เพียงพอ

ศาลจังหวัดสิงห์บุรีพิพากษายกคำร้องรื้อฟื้นคดีชายหูหนวกฆ่าคนเมื่อปี51 ชี้พยานหลักฐานใหม่ไม่เพียงพอ

วันนี้ (11 เม.ย.60) ศาลจังหวัดสิงห์บุรี พิพากษายกคำร้องในคดีที่นายพัสกร สิงคิ อายุ 28 ปี ชาวตำบลบ้านจ่า อำเภอบางระจัน จังหวัดสิงห์บุรี จำเลยคดีร่วมกันฆ่าผู้อื่น เมื่อปี 2551 ซึ่งมีความบกพร่องทางด้านการได้ยินหูหนวก ตามพระราชบัญญัติการรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ.2526

คนหูหนวก, ฆ่าคน, รื้อคดี, แพะ

โดยศาลเห็นว่าพยานที่ผู้ร้องนำมาสืบล้วนแต่เป็นพยานหลักฐาน ที่เพิ่งหยิบยกขึ้นมากล่าวอ้างหลังเกิดเหตุ เป็นเวลากว่า 2 ปี ย่อมมีโอกาสที่จะแต่งเติมเรื่องราวขึ้นให้ผิดไปจากความเป็นจริงได้ง่ายและพยานปากอื่นที่นำมาสืบไม่ใช่เป็นประจักษ์พยานที่รู้เห็นเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุ ศาลจึงเห็นว่าผู้ร้องไม่มีพยานหลักฐานใหม่เพียงพอ ที่จะแสดงให้เห็นว่า ผู้ร้องไม่ได้กระทำความผิด พิพากษายกคำร้อง

ทั้งนี้ ทันทีที่ทราบคำตัดสินของศาล ทำให้ครอบครัวนายพัสกร ถึงกับร้องให้ โดยมารดาถึงกับทรุดตัวลงบันไดหน้าศาล พร้อมกล่าวว่าถ้าเป็นครอบครัวคุณแล้วจะคิดยังไงที่ต้องมาติดคุก

สำหรับคดีนี้ศาลฎีกาพิพากษายืนตามศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ให้จำคุก 20 ปี โดยพ่อแม่ของผู้ต้องขังไม่เชื่อว่าลูกชายกระทำผิดจริง จึงมายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงยุติธรรม จนกระทั่งพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พบพยานหลักฐานใหม่และหลังศาลรับรื้อฟื้นคดีนายพัสกร ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว หลังติดคุกระหว่างการพิจารณาคดีนาน 5 ปี แต่สุดท้ายหลังศาลพิจารณาได้มีคำสั่งยกคำร้องรื้อฟื้นคดีดังกล่าว ทำให้ นายพัสกร ต้องถูกจำคุกต่อไปตามคำพิพากษา

ภาพจากเพจ อีจัน

ฟาร์มเฮ้าส์ โร่ขอโทษแล้ว ปมดราม่านำถาดใส่ของบริจาค

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟาร์มเฮาส์ โร่ขอโทษ “สมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธวิทยาลัย” พร้อมแจงถึงเหตุที่เกิดขึ้น ชี้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญ

หลังจากที่วันนี้ (11 เม.ย. 60) ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ “ลูกวชิราวุธ” ได้มีการโพสต์ข้อความทำนองว่าถูกผู้บริหารฟาร์มเฮ้าส์ ตำหนิว่า ซุ้มสมาคมสิษยืเก่าวชิราวุธฯ ทำไม่ถูกต้องนำถาดของผลิตภัณฑ์ไปใส่ของบริจาคยี่ห้ออื่นๆ ระหว่างตั้งเต็นท์แจกของให้ประชาชนที่เข้ากราบพระบรมศพ ก่อนที่จะชี้แจงผ่านเพจและขอยกเลิกการสั่งซื้อสินค้าจากฟาร์มเฮ้าส์ทุกประเภทที่จะนำมาใช้ในกิจกรรมครั้งนี้ เพื่อให้ผู้บริหารฟาร์มเฮ้าส์ได้สบายใจและตระหนักถึงความมีน้ำใจต่อส่วนรวมมากกว่าห่วงหน้าตาขอบริษัทนั้น
ฟาร์มเฮาท์, ของบริจาค

ล่าสุดในวันเดียวกัน ทางประธานเจ้าหน้าที่บริหารของฟาร์มเฮาส์ นายพิพัฒน์ พะเนียงเวทย์ ได้ออกมาชี้แจงถึงเรื่องที่เกิดขึ้นผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “สรุปเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างชาววชิราวุธ กับทางผู้บริหารฟาร์มเฮ้าส์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่มีผู้บริหารคนหนึ่งเข้าไปต่อว่า เรื่องเอาขนมปังยี่ห้ออื่นมาใส่ถาดฟาร์มเฮ้าส์แจก

หลังจากทราบเรื่องนี้เมื่อเช้าวันจันทร์ ทางบริษัทก็รีบหาทางประสานติดต่อเข้าไปทางวชิราวุธ และเช้านี้ทางฟาร์มเฮ้าส์ได้เข้าไปขอโทษและทำความเข้าใจกับพี่ๆ O.V. ที่เต็นท์แล้วนะครับ ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดพลาดของทางคนของเราเอง เดี๋ยวจะทำจดหมายขอโทษอย่างเป็นทางการเข้าไปอีกครั้ง

พี่ๆ O.V. ก็น่าเคารพมากครับ ไม่ถือโทษโกรธอะไร ให้เรื่องนี้จบกันด้วยดี ยังไงก็ต้องขอโทษ และขอขอบคุณ พี่ๆ น้องๆ เพื่อนๆ ชาววชิราวุธ รวมทั้งทุกๆ ท่านที่เกี่ยวข้องมา ณ ที่นี้อีกครั้งนะครับ เป็นบทเรียนครั้งสำคัญครั้งนึงของทางบริษัทเลยครับ ขอบคุณครับผม”

วิจารณ์แซด สายการบินดัง บังคับผู้โดยสารทิ้งเก้าอี้ เหตุขายตั๋วเกิน

สายการบินดัง บังคับผู้โดยสารทิ้งเก้าอี้ เหตุขายตั๋วเกิน

เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ไปทั่วโลก เมื่อผู้ใช้ทวิตเตอร์ เจย์เส ดี อันส์เพช ได้มีการโพสต์ภาพเหตุการณ์ขณะเจ้าหน้าที่ของสายการบินชื่อดังอย่าง ยูไนเต็ดแอร์ไลน์ บังคับให้ผู้โดยสารคืนเก้าอี้ภายหลังมีการขายตั๋วเกิน

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพภายในเครื่องบิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สุ่มเลือกผู้โดยสารที่ถูกบังคับให้ลงจากเครื่อง เพราะไม่มีใครอาสาที่จะสละที่นั่งที่สายการบินขายเกินให้ จากนั้นได้มีจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาฉุดกระฉากผู้โดยสารออกจากที่นั่งและลากตัวผู้โดยสารรายนี้ออกไปตามทางเดิน ซึ่งผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า ยูไนเต็ดขายตั๋วเกิน

และต้องการให้เรา 4 คนสละเก้าอี้ให้กับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องทำงานในวันรุ่งขึ้น ไม่มีใครอาสา ยูไนเต็ดเลยตัดสินใจที่จะสุ่มเลือก และเขาก็เลือกหมอชาวเอเชียกับภริยา ทั้งที่หมอจำเป็นต้องเข้าทำงานในโรงพยาบาลในวันถัดไป ทำให้เขาไม่สละเก้าอี้ให้

10 นาทีต่อมา หมอก็วิ่งเข้ามาในเครื่องพร้อมด้วยเลือดบนใบหน้า พร้อมกับตะโกนว่าเขาต้องการกลับบ้าน สายการบินยูไนเต็ดซึ่งถูกวิพากษ์อย่างหนักทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นและว่ากำลังทำการสอบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่ ขณะที่สำนักงานการบินของชิคาโกเผยว่าเจ้าหน้าที่ 1 ใน 3 รายที่ร่วมกันลากตัวผู้โดยสารออกจากเครื่องถูกสั่งพักงาน พร้อมกับยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติในการทำงาน และกำลังสั่งให้มีการตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

ยูไนเต็ดแอร์ไลน์