พบอีก! ‘นกเงือก’ ถูกปล่อยทิ้งใต้ต้นไม้ที่ จ.พังงา

พบอีก ‘นกเงือก’ ถูกปล่อยทิ้งใต้ต้นไม้ใกล้บ้านกลุ่มอนุรักษ์เกาะยาวน้อย จ.พังงา คาด คนครอบครองกลัวความผิด

นายณัฐวัฒน์ นุ้ยศรีงาม นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ แจ้งว่ามีชาวบ้านพบนกแก๊ก หรือ นกเงือกพันธุ์เล็ก เพศผู้ อายุประมาณ 1 ปี หลังจากมีคนนำในพื้นที่ปล่อยไว้ใกล้กับที่พักของสมาชิกกลุ่มอนุรักษ์เกาะยาวน้อย เพื่อหลีกเลี่ยงความผิด จึงได้ช่วยจับกันใส่กรงนก และลงบันทึกประจำวันกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เกาะยาว จ.พังงา ก่อนนำส่งมอบให้กับทางเจ้าหน้าที่อำเภอเกาะยาว และมอบต่อให้ นายธีธัช ดำอุดม หัวหน้าสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ดูแลตามขั้นตอน

เบื้องต้นพบว่าสภาพร่างกายยังแข็งแรง มีบาดแผลเล็กน้อยเกิดจากวัสดุที่ใส่ก่อนมอบให้เจ้าหน้าที่ สภาพส่วนบริเวณขนหางไม่มี จากลักษณะท่าทางคาดว่าเป็นนกที่โตขึ้นจากรังแล้วถูกคนนำมาเลี้ยงไว้ภายหลังจากพ่อแม่ดูแลจนสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ทางเจ้าหน้าที่จึงนำใส่กรงขังเพื่อดูแลและสามารถอาศัยอยู่ตามธรรมชาติได้แล้วจึงจะปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติ ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่สถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าพังงา ได้อนุบาลเจ้าบุญรอด ลูกนกเงือกที่มีคนนำมาคืนก่อนหน้านี้โดยเข้าตู้ควบคุมอุณหภูมิให้อบอุ่นทำให้มีสภาพร่างกายแข็งแรงขึ้นตามลำดับ

ด้าน นายบัญชา ธนูอินทร์ นายอำเภอเกาะยาว เปิดเผยว่า จากที่มีชาวบ้านพบลูกนกเงือก ตัวดังกล่าว ซึ่งเป็นคนละตัวกับที่หายไปก่อนหน้าที่ยังตามหายังไม่เจอ จากการที่พบนกเงือกวันนี้น่าจะเป็นเพราะมีข่าวออกตามสื่อต่าง ๆ ว่า มีการขโมยนกเงือกหายออกไปจากป่าในพื้นที่เกาะยาวน้อย และเป็นมาตรการที่ทางเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองเกาะยาว และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินการตรวจเข้มจึงทำให้กลุ่มที่ลักลอบเลี้ยงนกเงือกเกิดความหวาดกลัวความผิดในการลักลอบเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองจึงได้นำมาวางไว้ที่ต้นไม้จนมีชาวบ้านไปพบเจอ

อัยการออกหนังสือให้ ตร.ทองหล่อ ขอหมายจับ “บอส อยู่วิทยา” วันนี้

อัยการใต้ออกหนังสือ แจ้ง ตร.ทองหล่อ ขอหมายจับตามตัว “บอส อยู่วิทยา” ทายาทกระทิงแดง หลังชนตำรวจเสียชีวิต

นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เปิดเผยถึงการติดตาม นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ทายาทกระทิงแดง หลังจากอัยการสูงสุดยืนยันให้ติดตามตัวมาฟ้องคดีขับรถประมาทชนตำรวจเสียชีวิตภายในอายุความ 2570 ว่า หลังจากทีมโฆษกอัยการสูงสุด มีการแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีไปแล้วเมื่อวานที่ผ่านมา (27 เม.ย. 60) ตามขั้นตอนปฏิบัติอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 ที่รับผิดชอบสำนวนคดี จะทำหนังสือแจ้งให้พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินการติดตามตัวนายวรยุทธ มาส่งให้อัยการ หากไม่พบตัวให้ขอศาลอาญากรุงเทพใต้ ออกหมายจับเพื่อนำตัวมาฟ้องคดีต่อไปตามคำสั่งของอัยการที่ยุติแล้ว

สำหรับการทำหนังสือแจ้งพนักงานสอบสวนนั้น มีรายงานแจ้งว่า อัยการได้ให้พนักงานสอบสวน มารับหนังสือที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ภายในวันนี้ (28 เม.ย. 60) ด้วย

พายุพัดถล่มหลายจังหวัด ต้นไม้หัก ทำบ้านเรือนประชาชนเสียหายอื้อ

พายุพัดถล่มหลายพื้นที่ ในหลายจังหวัด พิจิตร กำแพงเพชร ตาก ทำบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายอื้อ

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร เปิดเผยถึงความคืบหน้าของเหตุการณ์ที่เกิดฝนตกหนักและมีลมพายุพัดแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ของ 4 อำเภอ ในจังหวัดพิจิตร เมื่อช่วงเย็นและค่ำของวันวานที่ผ่านมา ส่งผลให้บ้านเรือนราษฎรถูกลมพายุพัดพังได้รับความเสียหาย

จ.พิจิตร

โดย อ.วังทรายพูน บ้านเรือนถูกลมพายุพัดพัง 199 หลัง อ.ทับคล้อ 42 หลัง กุฏิพระ 2 หลัง  อ.ตะพานหิน 10 หลัง อ.สากเหล็ก 3 หลัง รวมบ้านเรือนที่เสียหาย 254 หลัง ซึ่งได้สั่งการให้เหล่ากาชาดจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยสมาคมแม่บ้านมหาดไทยออกเยี่ยมปลอบขวัญและมอบสิ่งของช่วยเหลือในเบื้องต้นไปก่อน ส่วนการช่วยเหลือเรื่องวัสดุก่อสร้างและซ่อมแซมบ้านเรือนของราษฎรก็จะได้ดำเนินการตามระเบียบราชการต่อไป สำหรับ อ.ทับคล้อ-อ.วังทรายพูน – อ.ตะพานหิน เฉพาะในช่วงเดือนเมษายนประสบกับเหตุวาตภัยครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้ว

จ.พิจิตร

ด้าน น.ส.สุพัตรา คล้ายทิม หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดกำแพงเพชร เปิดเผยว่า ช่วงเวลาประมาณ 23.00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุพายุหมุนพัดถล่มเขต อ.เมืองกำแพงเพชร ส่งผลให้ต้นไม้ขนาดใหญ่ หักโค่นทับถนนรวมถึงทับบ้านเรือนประชาชน

นอกจากนี้ ยังพบหลังคาบ้านของราษฎรหลายหลังปลิวว่อนตกลงมาบนพื้นถนน อีกทั้งยังพบเสาไฟฟ้าพังเสียหาย จนทำให้กระแสไฟฟ้าดับเป็นเวลานาน 30 นาที เบื้องต้น หลายหน่วยงานได้ระดมกำลังเข้าเคลียร์พื้นที่จนล่าสุดสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ ซึ่งช่วงสายวันนี้ ตนและผู้เกี่ยวข้องจะลงพื้นที่เข้าสำรวจความเสียหายอย่างละเอียดอีกครั้ง

จ.กำแพงเพชร

ขณะที่ นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก สั่งการให้นายอรรถวุฒิ พึ่งเนียม นายอำเภอบ้านตาก จ.ตาก สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ) จังหวัดตาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)ในพื้นที่ เร่งเข้าไปสำรวจและช่วยเหลือประชาชนที่ประสบวาตภัย พายุถล่มอย่างหนักและรุนแรง เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา และให้ดำเนินการดูแลและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบในทันที

ก่อนหน้านี้ได้เกิดเหตุภัยพิบัติวาตภัย พายุถล่ม ในหมู่ที่ 2,3,4,5,11 ตำบลแม่สลิด อำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก และ ที่ อ.สามเงา ทั้ง ใน ต.วังหมัน และ  ต.วังจันทร์ มีบ้านพังยับ

จากเหตุวาตภัยในพื้นที่อำเภอสามเงา เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) เข้าสำรวจความเสียหาย เบื้องต้นแล้วพบว่าบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายบางส่วนจำนวน 2 ตำบล 5 หมู่บ้าน ประกอบด้วย ตำบลวังหมัน หมู่ 4 จำนวน 2 ครัวเรือน ตำบลวังจันทร์ หมู่ 6 จำนวน 6 ครัวเรือน หมู่ 7 จำนวน 8 ครัวเรือน หมู่ 8 จำนวน 3 ครัวเรือน หมู่ 9 จำนวน 5 ครัวเรือน รวม 22 ครัวเรือน รวมทั้งหมด 24 ครัวเรือน ขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจเพิ่มเติม เพื่อดำเนินการช่วยเหลือ ซึ่งการเกิดพายุ ครั้งนี้มีต้นไม้ใหญ่ล้มระเนระนาด บ้านเรือนราษฎรเสียหาย หลังคาบ้านปลิว จากกระแสลมที่แรงมาก ทางฝ่ายปกครอง อำเภอบ้านตาก ได้ประสานให้ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่สลิด อ.บ้านตาก เข้า สำรวจความเสียหายและให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเบื้องต้นแล้ว ซึ่งพบว่า มีบ้านเรือนราษฎรเสียหายหลายสิบหลัง ใน 2 อำเภอ ทั้ง อ.บ้านตาก และ อ.สามเงา