แชร์ว่อน พ่อค้าร้านอาหารป่ากร่าง ยิงปืนขู่ – ด่าลูกค้า เหตุฉุนถูกถามขายของแพง

พ่อค้าเจ้าของร้านอาหารป่า ยิงปืนขู่ ด่าลูกค้า เหตุไม่พอใจที่ถูกถามบิลเขียนไม่รู้เรื่อง ราคาอาหารแพง

วันนี้ (8 เม.ย. 60) โลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางเมื่อเพจ ‘เครือสหพัฒน์-แหลมฉบัง’ ได้มีการโพสต์ข้อความอ้างว่า ลูกค้าร้านอาหารป่ารายหนึ่งถูกเจ้าของร้านชักปืนข่มขู่ หลังเขาได้สอบถามรายการอาหารที่ทางร้านได้บันทึกไว้แต่ไม่สามารถอ่านออก และระบุได้ว่าเป็นอะไร

อาหารป่า, ร้านอาหารป่า,

โดยเพจดังกล่าวมีข้อความเผยว่า #พ่อค้าโหดด่ายับลูกค้าแถมมีขู่ด้วยปืน เพียงแค่ลูกค้าถามว่าบิลที่เขียนมันคืออะไรอ่านไม่ออก แชร์ประสบการณ์ยอดแย่ ร้านอาหารป่าแถวซอยบ่อยาง(เครือสหพัฒน์)เรื่องมีอยู่ว่ากินอาหารนี้สั่งกับข้าวประมาณ 5อย่างและเครื่องดื่ม พอถึงเวลาคิดตังเราต้องการทราบว่าบิลที่เขียนมันคืออะไรบ้างซึ้งเราอ่านไม่รู้เรื่องเลย ให้เจ้าของร้านมาชี้แจง รายการต่างๆปรากฏเจ้าของร้านไม่พอใจ

เลยด่าลูกค้าอย่างพวกเราซึ่งพวกเรามีสิทธิ์ใช่มั๊ยคะที่ต้องการรู้ เดี๋ยวจะมีรายมือคล้ายๆที่เจ้าของร้านเขียนซื้อเราสั่งอาหาร 3 อย่าง และเขียนเองส่วนรายมือยึกๆยืดนั่นรายมือเจ้าของร้านและ #พอไม่พอใจก็เอาปืนมาขู่พวกเรา แล้วบอกว่ากูขายของกูอย่างนี้ ซึ้งทุกอย่างแพงกว่าราคาที่เคยกินมา รสชาติห่วยแตก เจ้าของร้านก็มารยาทซาม ราคาทั้งหมด1695 กับข้าว 5 อย่าง

ต้มยำน้ำข้น ทะเล 260
กวางผัดเผ็ด 260
ไก่ขั้วเกลือ 280 (ครึ่งตัวเนี่ยนะ)
เก้งผัดเผ็ด 260
ต้มยำไก่ 160
ข้าวเปล่า 3 จาน 50
หงษ์กลม 300
โซดา 5ขวด น้ำแข็ง 2 กระติก 105
แป๊บซี่ 3 ขวด 30

#ดูกันจากในคลิปเลยคะโยนตังทอนด่าลูกค่า
ปล.#พอเดินออกมาจากร้านมันมาที่รถกลับมันยิงปืนขึ้นฟ้าส่งท้าย ประกาศสักดินาความเหี้ยด้วยจร้า เราอัดคลิปได้ตอนหลังแล้ว มันสมควรหรอการกระแบบนี้ !
CR:>>Nita Ta

ตร.เมืองคอนรวบแก๊งเงินกู้นอกระบบ รับนโยบาย คสช. คุมผู้ต้องหา 3 คน

ตำรวจเมืองคอนน้อมรับนโยบายรัฐบาล และ คสช.ระดมกำลังออกสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบวันแรกจับกุม 3 ผู้ต้องหา พร้อมเงินสดของกลางเกือบ 30,000 บาท – สอบประวัติพบ 1 ใน 3 ผู้ต้องหามีหมายจับศาล จ.พิษณุโลกข้อหาทำร้ายร่างกาย

วันที่ 8 เม.ย.60 พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ รอง ผบก.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ผกก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นำกำลังออกสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบตามคำสั่งรัฐบาล และ คสช. โดยทางเจ้าหน้าที่สืบสวนพบว่าในจังหวัดนครศรีธรรมราช มีนายทุนเงินกู้นอกระบบจากภาคกลางภาคใช้คนประมาณ 50 คน มาเช่าบ้านในตัวเมืองนครศรีธรรมราช ก่อนกระจายกันออกปล่อยเงินกู้นอกระบบทั่วจังหวัด

เงินกู้นอกระบบ, ข่าวจังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินที่กฎหมายกำหนด อย่างน้อยร้อยละ 20 ขึ้นไป และรถจยย. รถยนต์ หลายคันเป็นพาหนะขับตระเวนขับดอกเบี้ย นอกจากนี้ยังข่มขู่ คุกคามลูกหนี้ที่หาเงินมาจ่ายดอกเบี้ยไม่ทันสร้างความเดือดร้อนให้กับลูกหนี้เป็นอย่างมาก

ต่อมา พ.ต.อ.รังสรรค์ สุขเกื้อ ได้รับแจ้งว่าแก๊งเงินกู้นอกระบบกำลังตามเก็บดอกเบี้ย และข่มขู่ลูกหนี้บริเวณตลาดหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช จึงสั่งการให้ พ.ต.ต.กงกฤช ทองนุ่น สว.กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจไปตรวจสอบ พบแก๊งเงินกู้จำนวน 3 คน กำลังข่มขู่ลูกหนี้ จึงเข้าจับกุมพร้อมของกลางเงินสดซึ่งเป็นดอกเบี้ยที่เก็บจากลูกหนี้จำนวนเกือบ 30,000 บาท จึงควบคุมตัวพร้อมของกลางมาสอบสวนที่ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช

จากการสอบสวนทราบชื่อผู้ต้องหาประกอบด้วยนายยุทธนา กิจจา อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 2 ต.ธำรงค์ อ.เมือง จ.กำแพงเพชร นายชยพล เพชรเกลอ อายุ 27 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/1 หมู่ 17 ต.ปากแรต อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี และนายอุเทน ทิพยัฆค์ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 หมู่ 6 ต.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี

เงินกู้เงินกู้นอกระบบ

ตรวจสอบประวัติพบว่านายอุเทน มีหมายจับศาลจังหวัดพิษณุโลก ในข้อหาทำร้ายร่างกาย จึงแจ้งประสาน สภ.เมือง พิษณุโลก มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ส่วนนายยุทธนา กิจจา มีประวัติเคยจับกุมดำเนินคดีในข้อหาให้กู้เงิน โดยเรียกรับดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด ในท้องที่ จ.กระบี่

พ.ต.อ.เชาวศิลป์ บุญประดิษฐ์ เปิดเผยว่ารัฐบาล และ คสช.มีนโยบายในการปราบปรามแก๊งเงินกู้นอกระบบทั่วประเทศ จึงสั่งการเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.นครศรีธรรมราช ออกสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา 3 คน เบื้องต้นทำบันทึกประวัติ และรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมติดต่อผู้เสียหายมาแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ส่วนนายอุเทน ซึ่งมีหมายจับศาล จ.พิษณุโลก ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น ๆ ได้แจ้งให้ทาง สภ.เมือง พิษณุโลก มารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้มงวดกวดขันออกสืบสวนติดตามจับกุมแก๊งเงินกู้นอกระบบที่เข้ามาปล่อยเงินกู้โดยผิดกฎหมายและเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมาดำเนินคดีตามคำสั่งของรัฐบาลและ คสช.อย่างต่อเนื่องต่อไป จึงขอให้ผู้เสียหายที่ได้รับความเดือดร้อนไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนในแต่ละท้องที่ได้

สำนักนายกฯ ปัดข่าว ออกกฎ 9 ข้อ ห้ามช่วงสงกรานต์

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ออกโรงแจง ปัดออกกฎข้อห้ามสงกรานต์ โอดถูกบิดเบือนจนเข้าใจผิด

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ พล.ท. สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีที่คนในโลกออนไลน์ ได้มีการส่งต่อภาพและข้อความข้อห้ามโดยอ้างว่าเป็นระเบียบที่สำนักนายกรัฐมนตรีได้ประกาศออกมาบังคับใช้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ว่า

สงกรานต์2560, ข้อห้ามสงกรานต์
ข้อห้ามสงกรานต์

สำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ออกระเบียบดังกล่าวแต่อย่างใด โดยหากพิจารณารายละเอียดเป็นข้อ ๆ แล้วจะพบว่า แต่ละข้อเป็นแนวทางที่คณะรัฐมนตรีเคยขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนให้ร่วมกันรักษาประเพณีไทยด้วยการเล่นน้ำสงกรานต์ตามวิถีไทย เพื่อส่งเสริมนโยบายการท่องเที่ยวในปีก่อน ๆ

ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ดีงาม แต่มีความพยายามของคนบางกลุ่มที่ต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล ด้วยการผนวกเรื่องการห้ามนั่งท้ายรถกระบะ และการเล่นน้ำบนถนนหรือสาดน้ำข้างทางเข้าไปด้วย เพื่อให้เกิดความเข้าใจผิด คิดว่ารัฐบาลออกมาตรการเข้มงวดซ้ำเติมประชาชน พร้อมกับมีบทลงโทษหนัก เช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั้ง ๆ ที่ความเป็นจริงถือเป็นเจตนาดี แต่กลับถูกมองเป็นเจตนาร้าย

ดังนั้นอยากให้พี่น้องประชาชนเลือกนำข้อแนะนำที่ดีไปปฏิบัติ เพื่อรักษาคุณค่าของวัฒนธรรมประเพณีที่งดงามของไทย ให้คนในชาติเกิดความภาคภูมิใจและเป็นที่ชื่นชมของนักท่องเที่ยว รวมทั้งขอความร่วมมือไม่แชร์หรือส่งต่อข่าวที่บิดเบือน ซึ่งอาจเป็นชนวนของความขัดแย้งระหว่างผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย โดยขอให้ช่วยกันนำข้อเท็จจริงไปอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในสังคม

สำหรับข้อความข้อห้ามดังกล่าว ประกอบด้วย
ห้ามแต่งกายโป๊รัดรูป เน้นการแต่งกายด้วยผ้าไทย
ห้ามจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในพื้นที่จัดงาน
ห้ามเล่นน้ำที่มีสิ่งเจือปน
และ ห้ามใช้ปืนฉีดน้ำที่มีแรงดันสูง เป็นต้น