ประวิตรไม่ชัดป่วนใต้โยงรธน.-รับคิดห้ามนั่งกระบะเอง วอนอย่าตำหนิตนและนายกฯ

“พล.อ.ประวิตร” ขอเวลา จนท.ตรวจสอบเหตุป่วนใต้ ไม่ชัดเชื่อมโยงประกาศใช้ รธน. ย้ำเลือกตั้งยึดโรดแมป ชี้ ระเบิดกองสลากเก่าคล้ายปี50-53 มั่นใจไม่เกี่ยวสร้างสถานการณ์คง ม.44 รับแนวคิดห้ามนั่งท้ายรถกระบะเป็นของตนเองขออย่าโจมตี

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่น และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุขอเวลาให้ทาง กอ.รมน. ภาค 4 ส่วนหน้า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยข่าว ได้ดำเนินการตรวจสอบการก่อเหตุระเบิดหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากไม่มีผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บ จึงไม่มั่นใจว่าเกี่ยวข้องกับการประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ โดยได้มอบหมายผู้บัญชาการเหล่าทัพ ลงพื้นที่เพื่อไปดูในเรื่องนี้

ประวิตร วงษ์สุวรรณ

พร้อมยืนยันว่า ทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนของโรดแมป และเป็นขั้นตอนของการร่างกฎหมายลูก ซึ่งทาง คสช.และรัฐบาล จะดูแลทุกอย่างไปจนกว่ามีการเลือกตั้งและมีรัฐบาลใหม่ เพราะฉะนั้นอย่าถามเรื่องเลือกตั้งอีก

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวถึงการก่อเหตุระเบิดที่บริเวณกองสลากเก่า ถนนราชดำเนิน โดยมองว่า มีลักษณะคล้ายเหตุการณ์เมื่อ ปี 2550 และ 2553 ซึ่งถึงแม้ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจ
แห่งชาติ จะออกมาระบุว่า ได้ภาพคนก่อเหตุที่มีหลายคน แต่ก็ยังไม่ชัดเจน พร้อมยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกับการสร้างสถานการณ์ เพื่อคง มาตรา 44 เนื่องจากมีในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ยังย้ำว่า ยังไม่มีการผ่อนปรนพรรคการเมืองหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญ ตามเนื่องจากมองว่า ยังไม่สงบเรียบร้อย จึงขอให้ทุกฝ่ายช่วยกันก่อน ส่วนที่พรรคเพื่อไทย ระบุว่า หากได้เป็นรัฐบาล จะมีการยกเลิกใช้รัฐธรรมนูญ ฉบับ คสช. แล้วร่างใหม่ พล.อ.ประวิตร ระบุว่า หากประชาชนยอมรับก็ทำไป ไม่ปัญหาอะไร

ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร กล่าวยอมรับว่า แนวคิดห้ามนั่งท้ายรถกระบะ เป็นของตนเอง รวมทั้งคณะกรรมการ เห็นว่าปี 2557-2559 มีการสูญเเสีย ทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากขึ้น โดยยืนยันว่า เป็นการทำเพื่อให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย จึงอยากให้ดูที่เจตนาของรัฐบาลที่ต้องการให้ประชาชนมีความปลอดภัยเรื่องการเดินทางมากที่สุด  พร้อมขออย่าโจมตีนายกรัฐมนตรี เพราะความจริงแล้วการนั่งท้ายรถกระบะมีกฎหมายห้ามอยู่แล้ว เช่น การขึ้นทางด่วน ทั้งนี้ ในเขตชุมชน ขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ดุลยพินิจ และชี้แจงเหตุผลกับประชนมากที่สุด

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร กล่าวถึงกรณีการห้ามนั่งท้ายรถกระบะ จะทำให้รัฐบาลได้รับความนิยมลดลง หรือไม่ ว่า รัฐบาลไม่ได้ต้องการคะแนนนิยม แต่อยากให้ประเทศเดินหน้าได้ ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี คือ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ทั้งเรื่องการศึกษา สาธารณะสุข ที่ดินทำกิน อย่างไรก็ตาม หากเรื่องใดไม่ถูกใจประชาชน ก็ขอให้อธิบายมา ซึ่งพร้อมดูแลในทุกเรื่องให้ประชาชนเชื่อมั่นได้อยู่ร่วมกันอย่างสันติ

ข่าวจาก INN

ทำดีประสงค์ร้าย! มนุษย์ป้าเก็บมือถือสาวท้องได้ บอกต้องจ่ายห้าพันถึงคืน

ทำดีประสงค์ร้าย! มนุษย์ป้าเก็บมือถือสาวท้องได้ บอกต้องจ่ายห้าพันถึงคืน เจ้าหน้าที่รุดช่วยเหลือกลับโวยเบ่งรู้จักตำรวจเยอะ

วันนี้(7 เม.ย.) เวลา 02.30 น. เจ้าหน้าที่ ตำรวจสภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งจาก น.ส.หนึ่งฤทัย นากา อายุ 34 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิว่า มีคนเก็บโทรศัพท์ของตนเองได้ แต่ไม่ยอมคืน จะคืนก็ต่อเมื่อจ่ายเงินค่าไถ่ 5,000 บาท จะรออยู่ที่ บาร์แห่งหนึ่งภายในซอย นิวพลาซ่าตัดบัวขาว ขอให้เจ้าหน้าที่นำกำลังไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงพบ น.ส.สายฝน มูลจันทร์ อายุ 45 ปี ชาวจังหวัดชัยภูมิ อยู่ในอาการโวยวายใส่เจ้าหน้าที่ว่า ตนเองไม่ได้ขโมยเก็บได้จะเรียกค่าไถ่เท่าไหร่ก็ได้ ตนเองจึงเรียก 5,000 บาท เพราะราคาโทรศัพท์ราคาถึง 30,000 บาท เก็บได้ก็อยากได้ค่าไถ่ เมื่อเจ้าหน้าที่ขอดูโทรศัพท์ของผู้เสียหายพบว่า น.ส.น้ำฝน ได้ปิดเครื่องและซุกซ่อนไว้ที่หน้าท้องโดยเหน็บไว้กับกางเกง แต่น.ส.สายฝนก็ยังโวยวายอ้างว่ามีเพื่อนเป็นตำรวจ ยืนยันไม่ยอมคืนโทรศัพท์จะคืนต้องไปตกลงกันที่โรงพักเท่านั้น

สอบถามน.ส.หนึ่งฤทัย (ผู้เสียหาย) อยู่ในอาการตัวสั่น จะเป็นลมเนื่องจากตนเองตั้งครรภ์ได้ 3 เดือนกับสามีชาวโอมานและออกตามหาโทรศัพท์นานกว่าครึ่งชั่วโมง พร้อมเล่าว่าโทรศัพท์ไอโฟน 7 พลัส ราคา ประมาณ 30,000 บาท ลืมหายที่ร้านสะดวกซื้อ เมื่อติดต่อไปยังผู้ที่เก็บได้ เพื่อจะขอรับคืน กลับได้คำตอบกลับมาว่าขอเงิน 5,000 บาทถึงจะคืนโทรศัพท์ให้ ตนเองจึงบอกไปว่าจะให้ 1.000 บาท แต่ผู้ที่เก็บได้(น.ส.สายฝน )ยืนยันขอ 5,000 บาท ตนเองจึงขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ น.ส.หนึ่งฤทัย (ผู้เสียหาย) กล่าวว่า ที่จริงไม่อยากจะเอาเรื่องกับน.ส.สายฝน เพราะตนเองนั้นกำลังท้องจึงอยากจะอโหสิให้ถือว่าเอาบุญ แต่น.ส.น้ำฝนนั้นยืนยันจะขอเงินค่าไถ่จำนวน 5,000 บาท ทั้งยังปิดเครื่องโทรศัพท์ของตนเองอีก จึงต้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ดีต่อไป

โคคา-โคลา ชวนฉลองสงกรานต์ อย่างสร้างสรรค์สไตล์ รักน้ำ

หากพูดถึงเทศกาลที่คนไทยรอคอยมากที่สุดในแต่ละปี แน่นอนว่าสงกรานต์ต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี แต่บรรยากาศอันแสนอบอุ่นของการเดินทางกลับบ้านและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

กลิ่นอายของความสนุกสนานในการฉลองสงกรานต์อันโด่งดังไปทั่วโลก ไปจนวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ย่อมทำให้ไม่เพียงแค่คนไทย แต่ต่างชาติจำนวนมากต่างนับวันรอคอยให้เทศกาลสงกรานต์มาถึงอย่างใจจดจ่อ
สิ่งที่ควบคู่กับการฉลองสงกรานต์คือการสาดน้ำอย่างสนุกสนาน แต่หากนึกถึงปริมาณน้ำที่ใช้ไปเพื่อความสนุกนี้แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงจินตนาการว่ามากมายขนาดไหน

ในฤดูร้อนที่ภัยแล้งเริ่มส่งสัญญาณอีกครั้ง จะดีแค่ไหนถ้าเราฉลองสงกรานต์อย่าง “รักน้ำ” ในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง โครงการ “รักน้ำ” โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ริเริ่มโดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย จึงเชิญชวนคนไทยฉลองสงกรานต์แบบ “รักน้ำ” คือการเล่นน้ำสงกรานต์ในปริมาณที่พอเหมาะและใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในโอกาสที่สมาชิกจะได้อยู่พร้อมหน้า

ผ่านทางวิดีโอ ที่ปล่อยให้ได้รับชมกันแล้วทาง YouTube ของ โคคา-โคลา ประเทศไทย Facebook และเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยร่วมกันฉลองสงกรานต์อย่างตระหนักรู้ถึงคุณค่าทรัพยากรน้ำ

สงกรานต์, โค้ก

นายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 10 ปี โครงการรักน้ำได้ทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ และพันธมิตรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน ในปีนี้ เราอยากร่วมจุดประกายในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้กับผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ เพราะในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้งไม่นานหลังจากเทศกาลสงกรานต์

สงกรานต์, โค้ก

ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราใช้น้ำเป็นจำนวนมากเพียงเพื่อความสนุกสนาน แต่หากจะมองอีกมุมหนึ่งแล้ว เราสามารถเล่นสงกรานต์แบบรักน้ำที่แม้จะใช้น้ำน้อย แต่ก็สามารถมีความสุขในช่วงเวลาที่มีค่านี้ได้ในรูปแบบอื่นๆ โดยเฉพาะการสรงน้ำพระและการรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ที่เคารพรักเมื่อผู้คนเดินทางกลับบ้านไปหาครอบครัว”

นอกจากนี้ โครงการ “รักน้ำ” ยังนำเสนอ 8 วิธีเล่นสงกรานต์อย่างสร้างสรรค์ ในรูปแบบอินโฟกราฟฟิคสวยงามเข้าใจง่ายอีกด้วย

สงกรานต์, โค้ก

สงกรานต์นี้ อย่าลืมฉลองอย่าง “รักน้ำ” ได้ทั้งความสุข ความอบอุ่นในครอบครัว และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำไปพร้อมกัน และหากคุณมีไอเดียเก๋ๆ ในการเล่นสงกรานต์ให้สนุกเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือใช้น้ำน้อยลง อย่าลืมแชร์กับเราผ่านทางแฮชแท็ก #RAKNAM #รักน้ำ #Coke สงกรานต์ปีนี้ มารักน้ำด้วยกันเถอะ! รักน้ำ รักทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประเทศไทย