รวบยกครอบครัว! พ่อแม่ลูกขนยาบ้า 5หมื่นเม็ด ส่งจ.ยะลา

ตำรวจ ปส. รวบพ่อ-แม่-ลูก ขนยาบ้า 5 หมื่นเม็ด เตรียมส่ง จังหวัดยะลา

เมื่อวันที่ 5 เม.ย. ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมนายนันทวุฒิ หรือวุฒิ จันทรุพันธ์ อายุ 59 ปี ชาวยะลา นางกมลชนก หรือต้อย มณีบุตรอายุ 42 ปี ชาว จ.กาฬสินธุ์ และนายสถาพร หรือเบียร์ จันทรุพันธ์ อายุ 27 ปี ชาวจังหวัดยะลา ทั้งหมดเป็นพ่อแม่ลูกกัน จับกุมได้ที่จุดตรวจบริเวณถนนพระราม 2 กม.54 ใกล้กับที่ทำการ ตำรวจทางหลวง 1 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.สมุทรสาคร พร้อมยึดของกลางเป็นยาบ้าจำนวนทั้งหมด 25 มัดรวมประมาณ 50,000 เม็ด

หลังเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า จะมีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดลักลอบลำเลียงขนยาเสพติดจากกรุงเทพฯ ส่งลงไปยังพื้นที่ภาคใต้ โดยจะใช้เส้นทางถนนพระรามสอง ต่อมาเวลาประมาณ 21.30 น. รถยนต์คันดังกล่าวได้มาถึงบริเวณจุดตรวจจึงส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอทำการตรวจค้น โดยมีนาย นันทวุฒิ เป็นผู้ขับขี่ นางกมลชนก นั่งมาด้านหน้าข้างคนขับและมีนายสถาพร นั่งมาด้านหลัง บริเวณกระบะแคป จากการตรวจค้นพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ในช่องลำโพงด้านหลังข้างซ้ายภายในรถยนต์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ตรวจยึดของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน นาย นันทวุฒิ ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจาก นายธนสิทธิ์ หรือ เอ แซ่ลี้ ให้ไปรับยาบ้าที่ จ.สุพรรณบุรี จากนายยุทธเพื่อนำไปส่งที่จ.ยะลา และนายธนสิทธิ์ จะรอรับยาบ้า อยู่ที่จ.ยะลา เมื่อนำยาบ้า ซุกซ่อนไว้ในช่องลับของตัวรถยนต์ เมื่อตนเองกับพวก ขับรถมาถึงบริเวณถนนพระรามสอง จ.สมุทรสาคร ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจค้นพบยาบ้าดังกล่าว

ที่มา… INN

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธย ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ พระราชพิธีประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ที่ พระที่นั่งอนันตสมาคม

เมื่อเวลา 15.09 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถานไปยังพระที่นั่งอนันตสมาคม พระราชวังดุสิต จากนั้นได้เสด็จออก ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ทรงยืนหน้าพระราชอาสน์ หน้าพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ภายใต้นพปฎลมหาเศวตฉัตร แวดล้อมด้วยเครื่องประกอบพระราชอิสริยยศ มหาดเล็กรัวกรับ

ชาวม่านเปิดพระวิสูตร ชาวพนักงานประโคมกระทั่งแตร มโหระทึก ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงศ์ดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี พระบรมวงศานุวงศ์ องคมนตรี คณะรัฐมนตรี คณะทูต สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ประธานศาลฎีกา ประธานองค์กรอิสระ ข้าราชการฝ่ายทหารและพลเรือน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ตามตำแหน่งเป็นมหาสมาคม

เมื่อสุดเสียงประโคมแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ราชเลขานุการในพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เชิญรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาภิไธยแล้ว พระราชทานแก่นายกรัฐมนตรี เจ้าพนักงานอาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยาภรณ์

สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประทับพระราชลัญจกรแล้วเชิญไปประดิษฐานบนพานทองที่เสาบัวหน้ามหาสมาคม ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้อาลักษณ์ กองอาลักษณ์และเครื่องราชอิสริยากรณ์ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอ่านกระแสพระราชปรารภประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 จบแล้ว ชาวพนักงานประโคมฆ้องชัย สังข์ แตร ดุริยางค์ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพวงดุริยางค์บรรเลงเพลงมหาฤกษ์ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ยิงปืนใหญ่ฝ่ายละ 21 นัด และวัดทั่วราชอาณาจักรย่ำระฆังและกลอง

สั่งจำคุก 318 ปี อดีต อบต.ทุ่งคลองกาฬสินธุ์ ทุจริตเรียกรับเงิน

ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ สั่งจำคุก 318 ปี อดีต อบต.ทุ่งคลองกาฬสินธุ์ เรียกรับเงิน แก้ไขกระดาษคำตอบให้ผ่านสอบ เพื่อเข้าทำงานใน อบต.-ทีมช่วยเหลือ คุก 4-50 ปี

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 30 มี.ค.ที่ผ่านมา ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้มีคำพิพากษาคดี การทุจริตเรียกรับเงินเพื่อช่วยเหลือให้สอบเข้าได้และบรรจุแต่งตั้งเป็นพนักงานส่วนตำบลทุ่งคลองที่พนักงานอัยการจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายถาวร บุตรศรี อดีต นายก อบต.ทุ่งคลอง จ.กาฬสินธุ์ กับพวก เป็นจำเลยที่ 1-26 เป็นจำเลย ในความผิดฐานเจ้าพนักงานเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ, เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ จากกรณี เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 2548 อบต.ทุ่งคลอง ประกาศรับสมัครสอบแข่งขันพนักงานส่วนตำบล 12 ตำแหน่ง จำเลยที่ 1-7 ได้เรียกรับเงินตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้เข้าสอบ ในการแก้ไขกระดาษคำตอบให้สอบผ่าน

โดยศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงแล้ว ฟังได้ว่า จำเลยที่ 1-7 ซึ่งเป็นคณะกรรมการตรวจข้อสอบ มีหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแลรักษากระดาษคำตอบของผู้ที่เข้าสอบ เพื่อมิให้มีการแก้ไขและทุจริต แต่ปรากฏว่ากระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบมีการแก้ไขอย่างประจักษ์ชัดแจ้ง ข้อเท็จจริงยังฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-7 ร่วมกันปลอมเอกสารราชการโดยนำกระดาษคำตอบของผู้เข้าสอบมาแก้ไขให้ข้อที่ระบายคำตอบผิดให้เป็นถูก จึงเป็นการร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต จึงพิพากษาว่า จำเลยที่ 1 และ 5 มีความผิดหลายกกรมต่างกันให้ลงโทษทุกกระทง โดยจำคุกจำเลยที่ 1 รวมโทษทั้งสิ้น 318 ปี แต่ตามกฎหมายคงให้จำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ส่วนจำเลยอื่นศาลสั่งจำคุกตั้งแต่ 4-50 ปี