หนูน้อยเด็ก 1 ขวบ ติดอยู่ในท่อส่งน้ำเสียชีวิต

สลดหนูน้อยอ่างทองวัย 1 ปี 4 เดือนเสียชีวิตติดอยู่ในท่อส่งน้ำขนาด 40 เซนติเมตร

ร.ต.อ.มีศักดิ์ ศรีทอง รองสารวัตรสอบสวน สภ.สีบัวทอง ได้รับแจ้ง ว่ามีเด็กจมน้ำเสียชีวิตในคลองสีบัวทอง บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 264 หมู่ที่ 3 ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง จึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย แพทย์เวรโรงพยาบาลแสวงหา และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุบริเวณริมคลองสีบัวทอง เจ้าหน้าที่ร่วมกตัญญูได้น้ำชุดประดาน้ำลงดำ

ใช้เวลาหลายชั่วโมงก็หาไม่พบ หลังจากนั้นได้สงสัยว่าเด็กจะตกลงไปในบ่อพักส่งน้ำ จึงได้ให้ชาวบ้านสูบน้ำเข้าท่อส่งน้ำ และได้พบรองเท้าไหลออกมาจากท่ออีกฝั่ง จึงให้เจ้าหน้าที่ อบต.สีบัวทอง นำรถแบคโฮมาขุดท่อปูนขนาด 40 ซ.ม. ที่ฝังไว้ไต้ดินสำหรับส่งน้ำเข้านา ห่างจากปากท่อที่สูบน้ำส่งมาประมาณ 10 เมตร ที่ฝั่งอยู่ใต้ดินขึ้นมา และได้พบกับร่างเด็กชายเสียชีวิตอยู่ภายในท่อปูน ทราบชื่อเด็กชาย คุณัชญ ปานประดับ อายุ 1 ขวบ 4 เดือน บ้านเลขที่ 264 หมู่ที่ 3 ตำบลสีบัวทอง อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง

ด้าน ร.ต.อ. มีศักดิ์ กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รวบรวมหลักฐานพยานสิ่งแวดล้อมเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริงตามขั้นตอนของกฏหมายต่อไป

ศาลสั่ง “ศิริโชค โสภา”ชดใช้เงิน 2 ล้าน หลังโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นนักธุรกิจตระกูลดัง

ศาลแพ่งสั่ง “ศิริโชค โสภา”ชดใช้เงิน 2 ล้าน ให้นักธุรกิจตระกูลดัง “สีหนาทกถากุล” หลังโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นโกงเงินกู้

ศาลแพ่ง รัชดา มีคำพิพากษาในคดีที่นายอนุชา สิหนาทกถากุล นักธุรกิจตระกูลดัง เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายศิริโชค โสภา อดีตส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เป็นจำเลยในคดีละเมิดเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จากกรณีหมิ่นประมาท

จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.-26 ต.ค.2558 นายศิริโชค จำเลยได้กล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายฝ่าฝืนต่อความจริงด้วยการใส่ความนายมนตรี บิดาโจทก์ด้วยการโพสต์เฟซบุ๊ก ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า บิดาโจทก์กระทำผิดต่อกฎหมายและหลอกลวงโกงมารดาของจำเลย ขณะที่จำเลยให้การต่อสู้ว่าไม่ได้เป็นผู้ใส่ความหรือนำข้อมูลตามที่โจทก์กล่าวหา เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์และบัญชีเฟซบุ๊กนั้นก็ไม่ใช่ของจำเลย

ศาลแพ่งพิเคราะห์แล้วเห็นว่า บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ Sirichok Sopha มีที่อยู่ของเว็บไซต์บนอินเตอร์เน็ตหรือ URL เป็นของจำเลยและจำเลยเป็นผู้โพสต์ข้อความโดยนำเอกสารที่เขียนด้วยลายมือ มาลงประกอบ การที่จำเลยโพสต์ข้อความดังกล่าวโดยมีใจความสำคัญว่า บิดาโจทก์โกงมารดาจำเลย หลอกให้มารดาจำเลยกู้เงินแล้วไม่ได้รับเงินกู้ ทั้งที่จำเลยทราบเรื่องดีอยู่แล้วว่าข้อพิพาทระหว่างมารดาจำเลย กับ บิดาโจทก์ตามสัญญากู้เงินได้ยุติลงไปแล้วการกระทำของจำเลย จึงเป็นการไขข่าวแพร่หลายซึ่งฝ่าฝืนต่อข้อความเป็นจริง ทำให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงและเกียรติยศของบิดาโจทก์ และโจทก์ซึ่งเป็นบุตร

ศาลแพ่งจึงมีคำพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นเงินจำนวน 2 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีและให้จำเลยลงโฆษณาคำพิพากษาของศาลในหนังสือพิมพ์เป็นเวลา 7 วัน โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย

“ดาบยุทธ”และ 2 แม่เล้าเเม่ฮ่องสอน นอนเรือนจำ ไม่ยื่นประกัน คดีค้ามนุษย์

“ดาบยุทธ”และ 2 แม่เล้าเเม่ฮ่องสอน นอนเรือนจำ ไม่ยื่นประกัน คดีค้ามนุษย์ จัดเด็กสาวค้าประเวณี

ศาลอาญา รัชดา มีคำสั่ง ส่งตัว น.ส.ปิยะวรรณ หรือเจ๊เมย์ อายุ 26 ปี, น.ส.ปิยทัสน์ หรือเจ๊ฟ้า อายุ 30 ปี และ ด.ต.ยุทธชัย หรือ ดาบยุทธ อายุ 42 ปี สังกัด สภ.น้ำเพียง จ.แม่ฮ่องสอน ผู้ต้องหาที่ ในคดีค้ามนุษย์ โดยเป็นธุระจัดหาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ค้าประเวณีให้กับข้าราชการ ส่งเข้าเรือนจำฯ หลังจากพนักงานสอบสวน ปคม. คุมตัวมาฝากขัง แต่ปรากฏว่าเมื่อสิ้นสุดเวลาทำการยื่นประกันตัวในเวลา 16.30 น.แล้ว ผู้ต้องหาทั้งสาม ไม่มีผู้ใดมายื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวในชั้นฝากขังนี้

ดังนั้นเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ จึงได้ควบคุมตัวน.ส.ปิยะวรรณ หรือเจ๊เมย์ อายุ 26 ปี, น.ส.ปิยทัสน์ หรือเจ๊ฟ้า อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาที่ 1-2 ไปควบคุมยังฑัณทสถานหญิงกลาง และด.ต.ยุทธชัย หรือดาบยุทธ อายุ 42 ปี ผู้ต้องหาที่ 3 ไปคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯต่อไป