พลเรือนซีเรียสังเวยชีวิต 58 ศพ หลังถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมี

สลด!! พลเรือนชาวซีเรียเสียชีวิต 58 ราย หลังถูกโจมตีด้วยอาวุธเคมีในพื้นที่ยึดครองของกลุ่มกบฎ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ที่ซีเรียได้เกิดเหตุสุดสลดขึ้น เมื่อประชาชนที่เมืองเชคฮุน จังหวัดอิดลิบ จำนวนกว่า 58 ราย ต้องสังเวยชีวิต ลงจากการถูกโจมตีด้วยก๊าซพิษ หลังจากพื้นที่ดังกล่าวอยู่ในความควบคุมของฝ่ายกบฎต่อต้านรัฐบาลและพวกนักรบอิสลามิสต์

โดยรายงานอ้างจากคำแถลงของกลุ่มสิทธิมนุษยชน ซีเรียน อ็อบเซอร์วาทอรี ฟอร์ ฮิวแมน ไรต์ ที่ระบุว่า ขณะเกิดเหตุได้มีเครื่องบินรบลำหนึ่งบินเหนือท้องฟ้า จากนั้นได้ปล่อยระเบิดก๊าซพิษที่ไม่ทราบชนิดลงมา จนส่งผลทำให้เกิดควันคละคลุ้ง ก่อนที่ประชาชนจำนวนมากสำลักควัน หมดสติ และมีน้ำลายฟูมปาก จนมีหลายชีวิตต้องเสียชีวิตลงดังกล่าว

ข่าวซีเรีย, อาวุธเคมี, เครื่องบินรบ

ทั้งนี้จากเหตุที่เกิดขึ้นยังไม่มีการยืนยันแน่ชัดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มใด แต่ได้มีการสืบสวนสอบสวนแล้วจากอาวุธ ในไม่ช้าคงรู้ที่มาของผู้อยู่เบื้องหลัง สำหรับเหตุโจมตีในจังหวัดอิดลิบครั้งนี้ นับเป็นเหตุโจมตีที่สงสัยว่าเป็นอาวุธเคมีครั้งที่สามในรอบกว่า 1 สัปดาห์ และหากมีการยืนยันว่าเป็นการโจมดีด้วยอาวุธเคมีจริง ก็จะถือว่าเป็นเหตุโจมตีด้วยอาวุธเคมีครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในช่วง 6 ปี ที่ผ่านมาของสงครามกลางเมืองซีเรีย

ซีเรีย

คลัง โต้ข่าวลือ ยัน ไม่มีมาตรการโอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนคนจน

คลัง โต้ข่าวลือ ยัน ไม่มีมาตรการโอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนคนจนในวันที่ 1-30 ธ.ค.60 ชี้ ประชาชนจะได้รับบัตรสวัสดิการเพื่อใช้ลดค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโดยสาร

นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏข่าวลืออันเป็นเท็จในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 (โครงการฯ) ว่า จะมีการโอนเงินให้ผู้ลงทะเบียนในโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ผ่านคุณสมบัติในอัตรา 3,000 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 0 – 30,000 บาท และ 1,500 บาท สำหรับผู้ที่มีรายได้ 30,001 – 100,000 บาท ผ่านธนาคารที่ได้ไปลงทะเบียนไว้

โดยมีระยะเวลาดำเนินการโอนเงินตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2560 นั้น สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ขอเรียนชี้แจงว่า 1. ไม่มีมาตรการโอนเงิน 3,000 บาท และ 1,500 บาท ในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม – 30 ธันวาคม 2560 การโอนเงินในอัตรา 3,000 บาท และ 1,500 บาท ผ่านธนาคารที่ผู้ลงทะเบียนได้ลงทะเบียนไว้ เป็นมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยในปี 2559 ไม่ได้เป็นมาตรการในปี 2560 แต่อย่างใด

อีกทั้ง การระบุว่ามาตรการนี้จะดำเนินการโอนเงินผ่านธนาคารที่ผู้ลงทะเบียนได้ลงทะเบียนไว้ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2560 นั้น ก็ไม่เป็นความจริง เนื่องจากการลงทะเบียนครั้งนี้ สวัสดิการที่ประชาชนจะได้รับจะเป็นบัตรสวัสดิการ ซึ่งกระทรวงการคลังจะแจ้งให้ทราบในรายละเอียดต่อไป โดยเบื้องต้นจะใช้ลดภาระค่าสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำประปา ค่าโดยสาร เป็นต้น

2. โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 เป็นเพียงโครงการที่เปิดให้ประชาชนมาลงทะเบียน หลังจากปิดโครงการในวันที่ 15 พฤษภาคม 2560 หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติจะดำเนินการตรวจสอบ โดยคาดว่าจะใช้เวลา 1 – 2 เดือน และจะสามารถประกาศรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติได้ในเดือนสิงหาคม 2560 ทั้งนี้ สศค. และหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องเตรียมจัดทำข้อเสนอแนะเชิงนโยบายในเรื่องสวัสดิการแห่งรัฐหลังจากได้ข้อมูลแล้ว เพื่อเสนอผู้บริหารพิจารณาต่อไป

ที่มา  www.thaigov.go.th

ประกาศใช้แล้ว! พ.ร.บ.ยาสูบ ห้ามขายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี

ประกาศใช้แล้ว! พ.ร.บ.ยาสูบ ห้ามขายบุหรี่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20  รวมถึงห้ามแบ่งขายหากฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท

วันนี้ (5 เม.ย.) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. ๒๕๖๐ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่าโดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและกฎหมาย ว่าด้วยการคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอม ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

โดยสาระสำคัญ อาทิ มาตรา ๒๖ ห้ามผู้ใดขายหรือให้ซึ่งผลิตภัณฑ์ยาสูบแก่บุคคลซึ่งมีอายุต่ํากว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ ในกรณีที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับอายุของผู้ซื้อหรือผู้รับการให้ผลิตภัณฑ์ยาสูบ ให้ผู้ขายหรือผู้ให้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ยาสูบแจ้งให้บุคคลดังกล่าวแสดงบัตรประจําตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นที่แสดงอายุ ของบุคคลนั้นก่อน แล้วแต่กรณี ห้ามผู้ใดใช้ จ้าง วาน หรือยินยอมให้บุคคลอายุต่ํากว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ขายหรือให้ซึ่งผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทั้งนี้ หากฝ่าฝืน ตามมาตรา 53 กำหนดระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา ๓๙ ห้ามผู้ใดผลิตหรือนําเข้าผลิตภัณฑ์ยาสูบ เพื่อขายในราชอาณาจักร ประเภทบุหรี่ซิกาแรตที่มีขนาดบรรจุต่ํากว่ายี่สิบมวนต่อซองหรือต่อภาชนะบรรจุบุหรี่ซิกาแรตห้ามไม่ให้มีการแบ่งขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซกาแรต การขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทอื่น ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่รัฐมนตรี ประกาศกําหนดโดยคําแนะนําของคณะกรรมการ ซึ่งตามมาตรา 65 ระบุบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนปรับไม่เกิน 300,000 บาท และห้ามไม่ให้มีการแบ่งขายผลิตภัณฑ์ยาสูบประเภทบุหรี่ซิกาแรต โดยมาตรา 65 ระบุว่าผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 40,000 บาท

ทีั้งนี้ เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบพ.ศ. ๒๕๓๕ และพระราชบัญญัติคุ้มครองสุขภาพของผู้ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานและมีบทบัญญัติหลายประการไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งทําให้การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบและการคุ้มครองสุขภาพของประชาชนจากโรคภัยที่เกิดจากผลิตภัณฑ์ยาสูบไม่สัมฤทธิ์ผลเท่าที่ควร

ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก ดังนั้น สมควรปรับปรุงกฎหมายทั้งสองฉบับ เพื่อกําหนดมาตรการควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ และยกระดับการคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยเฉพาะเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นทรัพยากรที่สําคัญของชาติ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและให้สอดคล้องกับกรอบอนุสัญญาดังกล่าว จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น

เนื้อหาราชกิจจานุเบกษา