วิษณุ แจง 6 ผู้ว่าฯ ถูกปลดตาม ม.44 เหตุถูกร้องทุจริต

วิษณุ แจงกรณี 6 ผู้ว่าฯ ถูกปลดตาม ม.44 หลังถูกร้องเรียนว่ามีปัญหาทุจริต ชี้ หากผลออกมาไม่ผิด มีโอกาสย้ายกลับที่เดิมได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฏหมาย เปิดเผยว่า สำหรับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการใช้ มาตรา 44 ปลด 6 ผู้ว่าราชการจังหวัดออกจากตำแหน่ง และให้มาประจำตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีนั้น เกิดจากการที่ถูกร้องเรียนว่ามีปัญหาเรื่องทุจริต

ซึ่งส่วนตัวไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมดว่ามาจากสาเหตุใด แต่ทราบเป็นบางคนว่าได้ถูกตั้งคณะกรรมการสอบไปแล้ว ซึ่งการถูกคำสั่ง มาตรา 44 ย้ายจากตำแหน่งนั้น ยังไม่ถือว่าทุจริต เพราะกระทรวงจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน จากนั้นหากผลสอบออกมาไม่ผิด ก็มีโอกาสย้ายกลับมาที่เดิมได้

ชาวบ้านขอผ่อนปรนนั่งกระบะหลัง ชี้คำสั่งขัดวิถีชาวบ้าน

บังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่วันแรก ตร.คุมเข้มแจงประชาสัมพันธ์ ด้านชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย วอนรัฐบาลเห็นแก่ประชาชน ชี้คำสั่งขัดวิถีชาวบ้าน

วันนี้ 5 เม.ย. 60 ผู้สื่อข่าว จ.เชียงใหม่ รายงานว่าเจ้าหน้าที่กลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ตั้งจุดตรวจตามเส้นทางต่าง ๆ ใน อ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อบังคับใช้กฎหมายการคาดเข็มขัดนิรภัย ตามคำสั่งมาตรา 44 ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ที่กำหนดมาตรการให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารยานพาหนะบนท้องถนนต้องรัดเข็มขัดนิรภัย ห้ามนั่งในแคป และ กระบะหลัง เพื่อลดอุบัติเหตุ

ในการตั้งด่านตรวจบนถนนเชียงใหม่ – ฝาง บริเวณหน้าสนามกอล์ฟลานนา พบประชาชนที่ใช้รถยนต์กระบะยังมีการบรรทุกคนนั่งด้านหลังอยู่หลายราย ส่วนใหญ่เป็นชาวบ้านที่เดินทางมาจากอำเภอรอบนอกเข้ามาทำธุรในตัวเมือง ตามวิถีชีวิตของคนในชนบทที่มักจะใช้รถกระบะเดินทางเป็นครอบครัวใหญ่ มีลูกหลานญาติพี่น้องนั่งกระบะหลังไปด้วยกัน

ทางด้านนายอรทัย กันทา ชาวบ้าน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งไปเยี่ยมญาติที่โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่และกำลังจะกลับบ้าน มีญาติพี่น้องหลายคนนั่งกระบะหลังมาด้วย บอกว่าการนั่งหลังกระบะเป็นวิถีชีวิตขิงชาวบ้าน น่าจะผ่อนปรนกันบ้าง แต่เมื่อกฎหมายออกมาก็ต้องปฎิบัติตาม หลังจากนี้ก็คงต้องสิ้นเปลืองเงินเพื่อไปติดตั้งโครงเหล็กทำหลังคาเพิ่มและต้องเสียเวลาไปเปลี่ยนประเภทการใช้รถกับสำนักงานขนส่ง

ร.ต.ท.ภูษณศักดิ์ ณัทสุคันธวงศ์ รองสารวัตรกลุ่มงานจราจรตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า วันนี้ยังไม่มีการดำเนินคดีจับกุม เป็นการประชาสัมพันธ์ก่อน เพื่อให้ประชาชนเข้าใจ บางรายยังไม่ทราบ รถที่พบมีการบรรทุกคนั่งกระบะหลังในวันนี้จะทำประวัติว่ากล่าวตักเตือนไว้ หากพบอีกครั้งก็จะมีการดำเนินคดีต่อไป ซึ่งจากการสอบถามพบว่าประชาชนส่วนใหญ่เข้าใจ ส่วนคนที่คนขับรถยนต์ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยมีการจับกุมดำเนินคดี เพราะเป็นกฏหมายที่มีการประกาศบังคับใช้มานานแล้ว

อ่างทอง วันแรกของการบังคับใช้พระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย วอนรัฐบาลเห็นแก่ประชาชน

วันที่ 5 เม.ย. 60 หลังจากที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างแก้ไขพระราชบัญญัติจราจรทางบกฉบับใหม่ โดยเพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นสำหรับผู้ที่กระทำความผิดกฎหมายจราจร ซึ่งในวันนี้เป็นวันบังคับใช้เป็นวันแรง พ.ต.อ.อภิชาต โกมุติกานนท์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรวิเศษชัยชาญ จึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ออกตั้งด่านตรวจรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ทุกชนิด ตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งตักเตือนผู้ใช้รถ และผู้ที่ร่วมเดินทางที่กระทำผิดกฎหมายให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และยังเป็นการรณรงค์ให้ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่กำลังจะมาถึง โดยการตั้งด่านตรวจจะเน้นในเรื่องของการคาดเข็มขัดนิรภัยของผู้ขับขี่ และผู้โดยสารทั้งหมดภายในรถยนต์ทุกชนิด รถตู้โดยสารสาธารณะ และรถบัสรับส่งพนักงาน ตลอดจนการดื่มสุราขณะขับรถ และผู้ที่โดยสารภายในแค็ป ซึ่งเป็นการผิดกฎหมายจราจร

ด้าน นาง อัมพร เพ็ญสูตร อายุ 46 ปี อยู่บ้านเลขที่ 40/33 หมู่ที่ 1 ตำบลดอนกำยาน อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับกฎหมายที่ไม่ให้ผู้โดยสารนั่งในแค็ปของรถยนต์กระบะ และหลังรถกระบะ เพราะผิดกฎหมายใช้รถยนต์ผิดประเภท ทำให้ครอบครัวของตนเองที่มีทั้งลูก และหลาน จะต้องเดินทางลำบาก ถ้ากฎหมายบังคับให้รถกระบะที่จดทะเบียนบรรทุก และรถกระบะที่มีแค็ปห้ามผู้โดยสารนั่ง ส่วนกระบะหลังก็นั่งไม่ได้จะให้นั่งบนฝากกระโปรงหรือหลังคารถกระบะกันดี ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ตนเองและครอบครัวจะต้องเดินทางกลับไปที่บ้านของสามีที่อยู่ต่างจังหวัด ไม่รู้ว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับหรือเปล่า

ส่วนทางด้าน นาย พนม ด้วงละม้าย อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142/1 หมู่ที่ 8 ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพรับเหมาก่อสร้าง ต้องเดินทางไปรับเหมาก่อสร้างตามสถานที่ต่าง ๆ ทั้งในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง จึงได้ออกรถกระบะเพื่อเอาไว้บรรทุกวัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง เครื่องมือ และคนงาน เมื่อมีการออกกฎหมายออกมาแบบนี้ ทำให้ตนเองได้รับความเดือดร้อน หากตนเองจะต้องขายรถคันเก่าที่พึ่งจะซื้อมาใหม่ก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้ เพื่อที่จะไปซื้อรถคันใหม่มาทำมาหากินก็จะทำให้มีหนี้สินเพิ่มขึ้นมาอีก หากใช้รถกระบะคันเก่าเวลาเดินทางไปไหนมาไหนก็คงจะถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตามกฎหมายอย่างแน่นอน

พี่ตูนช่วยด้วย!! โรงพยาบาลรัฐโพสต์ตามหา หลังบัญชีติดลบ 18 แห่ง

โรงพยาบาลรัฐ โพสต์ตามหา ตูน บอร์ดี้แสลม หวังให้ช่วยเหลือ หลังบัญชีติดลบ รัฐ 18 แห่ง 

วันนี้ (5 เม.ย. 60) มีรายงานว่า เฟซบุ๊กแฟนเพจ สมาพันธ์แพทย์โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป ได้นำข้อมูลสถานการณ์เงินบำรุง หรือ เงินกองทุน โรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไป มาเปิดเผยโดยพบว่า ขณะนี้โรงพยาบาล 18 แห่ง กำลังวิกฤตบัญชีติดลบขาดสภาพคล่อง ช่วงไตรมาสที่ 4 ปี 2559 สู่ไตรมาส 1 ปี 2560 เช่น โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า ขาดทุนเกือบ 400 ล้านบาท

ทั้งนี้ ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง และย้ำว่าปัญหาวิกฤตทางการเงินของโรงพยาบาล ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้น แต่เป็นมานานแล้ว และกำลังเข้าขั้นวิกฤต ขณะนี้รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาวิกฤตการเงินโรงพยาบาล เพื่อให้สามารถบริการดูแลรักษาผู้ป่วยต่อไปได้

สำหรับโรงพยาบาลทั้ง 18 แห่ง มีดังนี้