สาวซื้อตั๋วรถทัวร์ V.I.P.ได้นั่งพื้นมีแค่เสื่อกับผ้าห่มให้

สาวโพสต์โวย ซื้อตั๋วโดยสารรถทัวร์ที่นั่งแบบ V.I.P แต่ได้นั่งพื้นมีเสื่อและผ้าห่มให้

เป็นเรื่องราวที่ผู้คนบนโลกออนไลน์ให้ความสนใจอยู่ในขณะนี้ หลังจากหญิงสาวท่านหนึ่งโพสต์เรื่องราวของตัวเองลงในเฟซบุ๊ก โดยทางผู้โพสต์ระบุว่า ตนได้ซื้อตั๋วโดยสารของบริษัทรถทัวร์แห่งหนึ่ง เดินทางจาก จ.อุตรดิษถ์ ไป จ.อุดรธานี ในราคา 600 บาท เป็นที่นั่งแบบ V.I.P แต่เธอกลับได้นั่งพื้น โดยมีเสื่อและผ้าห่มให้ ทางผู้โพสต์เผยว่า มีผู้โดยสารท่านอื่นได้ที่นั่งแบบเธอด้วย

ข้อความทั้งหมดระบุไว้ดังนี้ …

หลีกเลี่ยง-ฉ้อโกงภาษี 10 ล้านบาทขึ้นไป ผิดร้ายแรงฐานฟอกเงิน

การหลีกเลี่ยงและฉ้อโกงภาษี 10 ล้านบาทขึ้นไป เป็นความผิดร้ายแรงฐานฟอกเงิน

ตามที่รัฐบาลได้มีมาตรการลงโทษผู้หลีกเลี่ยงการเสียภาษีและฉ้อโกงภาษีตามข้อเสนอของ Financial Action Task Force (FATF) โดยมีการตราพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 45) พ.ศ. 2560 กำหนดให้ผู้หลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี หรือขอคืนภาษีโดยความเท็จ เป็นการกระทำความผิดร้ายแรง และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2560 แล้วนั้น

นายสมชาย แสงรัตนมณีเดช รองอธิบดีกรมสรรพากร รักษาการในตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมสรรพากร ระบุว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิกในกลุ่ม ความร่วมมือ เพื่อต่อต้านการฟอกเงินเอเชียแปซิฟิค (Asia Pacific Group on Money Laundering (APG)) มีความจำเป็นที่ต้องปฏิบัติตามข้อแนะนำของ FATF ในการกำหนดให้อาชญากรรมเกี่ยวกับภาษีอากรที่มีลักษณะร้ายแรงเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้

1. เป็นผู้กระทำความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 37 ทวิ และมาตรา 90/4 แห่งประมวลรัษฎากร

2. หลีกเลี่ยงภาษีอากร ฉ้อโกงภาษีอากร เป็นจำนวนตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป หรือขอคืน ภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกงหรืออุบาย หรือโดยวิธีการอื่นทำนองเดียวกัน ตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

3. กระทำในลักษณะกระบวนการ หรือเป็นเครือข่าย โดยสร้างธุรกรรมอันเป็นเท็จหรือปกปิดรายได้เพื่อหลีกเลี่ยงหรือฉ้อโกงภาษี และ

4. มีพฤติกรรมปกปิดหรือซ่อนเร้นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อมิให้ติดตามทรัพย์สินนั้นได้

เมื่อเข้าองค์ประกอบทั้ง 4 ประการข้างต้น ให้ถือว่าความผิดดังกล่าวเป็นความผิดมูลฐาน ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งกรมสรรพากรจะส่งข้อมูลให้สำนักงานป้องกัน และปราบปรามการฟอกเงินดำเนินการตามกฎหมายต่อไป”

ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดได้จากพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 45) พ.ศ. 2560 หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ทุกแห่ง หรือศูนย์บริการข้อมูลสรรพากร RD call Center โทร. 1161

โฆษกกองทัพเรือ ย้ำ!! 2 เหตุผลต้องมีเรือดำน้ำ-ซื้อจีนเพราะงบฯจำกัด

โฆษกกองทัพเรือ ย้ำสองเหตุผลต้องมีเรือดำน้ำ ระบุซื้อจากประเทศจีน เป็นเพราะให้ออฟชั่นในงบประมาณที่จำกัด

พล.ร.อ.จุมพล ลุมพิกานนท์ โฆษกกองทัพเรือ ในฐานะหัวหน้าคณะฝ่ายเสนาธิการ ประจำผู้บังคับบัญชา ระบุ ประเทศไทยมีจุดอ่อนเนื่องจากขาดความรู้มิติใต้น้ำ เพราะเดิมไทยเคยมีเรือดำน้ำ 4 ลำ แต่ได้ปลดระวางเมื่อปี พ.ศ. 2494 ซึ่งเป็นเวลา 66 ปี แล้ว เรื่องนี้จึงไม่ใช่เรื่องใหม่ และได้มีความพยายามเสนอเรื่องดังกล่าวไปต่อรัฐบาลหลายชุดที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ ได้มองเห็นความจำเป็นและความเหมาะสมในช่วงเวลานี้จึงได้เห็นชอบ

ทั้งนี้โฆษกกองทัพเรือ ย้ำถึงสองเหตุผล ที่ไทยจำเป็นจะต้องมีเรือดำน้ำว่า เพื่อการป้องกันและปราบปราบมิติด้านความมั่นคง และมิติของการพิทักษ์ผลประโยชน์ทรัพยากรทางทะเลที่มีมูลค่ากว่า 24 ล้านล้านบาท ส่วนข้อกังวลว่าเรือดำน้ำจะสามารถใช้งานในน้ำตื้นได้หรือไม่ ยืนยันว่าสามารถใช้การได้ ไม่มีปัญหา ส่วนเรื่องเหตุผลที่ซื้อเรือดำน้ำจากจีนนั้น ได้ทำการศึกษาข้อมูลอย่างถี่ถ้วน และส่งบุคลากรไปเรียนรู้แล้ว พบว่าประเทศจีนมีข้อเสนอที่ดีที่สุดในงบประมาณจำกัด