ครม. เห็นชอบให้ผู้ขาดส่งประกันสังคม กลับเป็นสมาชิกได้อีก

ครม. เห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การกลับเป็นผู้ประกันตน ให้ผู้ขาดส่ง ‘ประกันสังคม’ กลับเป็นสมาชิกได้อีก โดยไม่ต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลังแม้ขาดส่งเป็นระยะเวลา 20 ปี

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ ร่างพ.ร.บ.การกลับเป็นผู้ประกันตน โดยให้ผู้ที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตน เพราะไม่นำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนเงินประกันสังคม มีโอกาสกลับเป็นผู้ประกันตนอีกได้ เพื่อสร้างหลักประกันและความมั่นคงในการดำรงชีวิตให้แก่ประชาชนผู้เป็นหลักประกันตน

สำหรับที่ผ่านมา กำหนดให้ผู้ที่อยู่ในประกันสังคม เมื่อสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง หากมีความประสงค์จะเป็นผู้ประกันตนต่อ ให้แสดงความจำนงต่อสำนักงานประกันสังคมภายใน 6 เดือน นับตั้งแต่วันสิ้นสุดการเป็นผู้ประกัน ทั้งนี้ หากผู้ประกันตนที่ขอต่ออายุขาดส่งเงินสมทบ 3 เดือนติดต่อกัน หรือ ภายในระยะเวลา 12 เดือน จะสิ้นสภาพทันที

ซึ่งที่ผ่านมาพบว่า มีผู้สิ้นสภาพสูงถึง 950,000 ราย ทำให้กระทรวงแรงงานเสนอกฎหมายดังกล่าว เพื่อให้กลุ่มดังกล่าวสามารถกลับมาเป็นผู้ประกันตนได้ โดยไม่ต้องจ่ายเงินสมทบย้อนหลังแม้ขาดส่งเป็นระยะเวลา 20 ปี ทั้งนี้ ผู้ประกันตนจะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับที่ผ่านมา กรณีเจ็บป่วยหรือประสบอันตราย กรณีทุพลภาพ กรณีตายอันมิใช่เนื่องจากการทำงาน กรณีคลอดบุตร กรณีสงเคราะห์บุตร และกรณีชราภาพ

‘ศรีวราห์’ สั่งเฝ้าระวังสถานที่สำคัญ หลังเหตุระเบิดที่รัสเซีย

“พล.ต.อ.ศรีวราห์” สั่งกำชับทุกหน่วยเคร่งครัด เฝ้าระวัง กลุ่มบุคคล สถานที่สำคัญ ป้องกันจากเหตุระเบิดที่รัสเซีย

วันนี้(4 เม.ย.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้มีวิทยุสั่งการจากกรณีเหตุระเบิดรถไฟฟ้าใต้ดิน ระหว่างเซนนายา พลอชลอร์ด กับสถานี สถาบันเทคโนโลยี่เชสกี้ เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก สหพันธรัฐรัสเซีย เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา เป็นเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก เพื่อกำชับให้ทุกหน่วยเคร่งครัดปฏิบัติตามคำสั่งของตำรวจ

ทั้งนี้ เรื่องมาตรการป้องกันและระงับการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรม ให้ทุกกองบัญชาการเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างใกล้ชิด และจัดเจ้าหน้าที่ออกสืบสวนหาข่าวบุคคล หรือกลุ่มบุคคลที่เข้ามาพักอาศัยในพื้นที่รับผิดชอบ ให้จัดเจ้าหน้าที่สายตรวจออกตรวจตราในพื้นที่ย่านการค้า การคมนาคมและขนส่ง สถานที่สำคัญ สถานที่ราชการ สถานที่ท่องเที่ยว แหล่งเศรษฐกิจ หรือสถานที่ที่อาจสุ่มเสี่ยง ต่อการก่อเหตุร้าย อย่างเข้มข้น ให้ตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณเส้นทางหลักเส้นทางรอง

เส้นทางสู่เสี่ยงต่อการใช้กระทำความผิด ตรวจค้นบุคคลยานพาหนะ เพื่อหาอาวุธ ระเบิดหรือสิ่งผิดกฏหมายต่างๆ กองบัญชาการตำรวจสันติบาลดำเนินการหาข่าว รวบรวมข้อมูลข่าวสารโดยเฉพาะกลุ่มบุคคลที่อาจเข้ามาก่อเหตุร้ายในประเทศหากพบสิ่งบอกเหตุบุคคล หรือกลุ่มบุคคลต้องสงสัย หรือมีความเคลื่อนไหวไดๆ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพิ่มความเข้มงวดตรวจตรา คัดกรองบุคคลที่จะเดินทางเข้าออกราชอาณาจักร ตรวจสอบเอกสารการเดินทางอย่างเข้มข้น

โดยสังเกตพฤติกรรมบุคคลต้องสงสัย เพื่อป้องกันมิให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่จะเข้ามาสร้างสถานณ์ ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงได้ และให้กองบังคับการต่างประเทศตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง หากมีความคืบหน้าให้รายงานให้ทราบโดยด่วน รวมทั้งให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อทราบถึงผลกระทบ และแนวทางการ ให้ความช่วยเหลือชาวไทยในต่างประเทศ ให้กองบังคับการสารนิเทศ ติดตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและให้มีการประชาสัมพันธ์ เหตุการที่เกิดขึ้นให้ประชาชนได้ทราบ และมีความรู้ความเข้าใจ เพื่อจะได้แจ้งเบาะแสให้กับเจ้าหน้าที่รัฐเมื่อพบสิ่งหรือเหตุผิดปกติต่างๆ

ร้อง ‘ปวีณา’! ช่วยลูกสาว 8ขวบ ตกอาคารเรียนชั้น 3 อาการสาหัส

แม่ร้อง ‘ปวีณา’ ช่วยเหลือลูกสาววัย 8 ขวบ ตกอาคารเรียนชั้น 3 อาการสาหัส เผยโรงเรียนให้เซ็นเอกสารไม่ติดใจในการดำเนินคดีอาญา

เมื่อเวลา 14.00น.วันที่ 4 เม.ย. 60 ที่มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ถ.รังสิต-นครนายก (คลอง7) ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี นางเพิ่มพูน อ่อนจู อายุ 41 ปี พนักงานบริษัท ทอสเท็มไทย จำกัดภายในสวนอุตสาหกรรมนวนคร มารดา ของด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม หรือน้องเอย อายุ 8 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 59/48 ม.13 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เข้าร้องทุกข์ขอความช่วยเหลือจากนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกสาวตกตึกที่โรงเรียนจารุศรบํารุง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จากชั้น 3 ของอาคารเรียนจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต้องผ่าตัดสมองถึง 3 ครั้ง จนถึงขณะนี้ยังไม่รู้สึกตัวและยังคงนอนรักษาตัวอยู่ห้อง ICU ของรพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

นางเพิ่มพูน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค.60 เวลาประมาณ 12.00 น. ตนได้รับแจ้งจากครูประจำชั้นโรงเรียน ว่า ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม อายุ 8 ปีลูกสาวได้ตกตึกจากช่องบันได อาการเรียนชั้น 3 ขณะนี้ทางหน่วยกู้ภัยได้นำตัวส่งไปที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หมอระบุว่า ศีรษะลูกสาวได้รับการกระแทก กระโหลกศีรษะข้างซ้ายร้าวและแตกต้องทำการผ่าตัดสมอง ซึ่งในขณะนั้นตนเห็นสภาพลูกสาวมีเลือดเต็มเสื้อ ไม่รู้สึกตัว

ต่อมาเช้าของวันที่ 10 มี.ค. 60 หมอได้ผ่าตัดศีรษะด้านขาวอีก เนื่องจากพบว่ามีเลือดคลั่ง จากนั้นอีก 2 วัน หมอพบว่ามีความดันในสมองเพิ่มขึ้น และได้ทำการผ่าตัดอีกครั้ง อาการความดันในสมองลดลงจากเดิม รวมการผ่าตัดสมองลูกสาวไปแล้วถึง 3 ครั้ง อาการดีขึ้นในระดับหนึ่ง แต่จะต้องใช้ระยะการรักษาอีกยาวนาน ซึ่งหลังเกิดเหตุวันที่ 9 มี.ค. 60 ทาง โรงเรียน ได้นำเงินช่วยเหลือมา จำนวน 10,000 บาท และวันที่ 20 มี.ค. 60 โรงเรียน ได้นำเงินจากประกันอุบัติเหตุของลูกสาวที่ทำไว้กับทางโรงเรียน มามอบให้ จำนวน 15,000 บาท และวันที่ 24 มี.ค. 60 ทางโรงเรียนได้นำเงินซึ่งเป็นเงินครูที่ช่วยเหลือลูกศิษย์มาช่วยเหลืออีก 150,000 บาท และได้ให้ตนเซ็นเอกสารฉบับหนึ่ง ที่ สภ.คลองหลวง

โดยระบุว่า ตนจะไม่ติดใจในการดำเนินคดีอาญา ซึ่งในตอนนั้นตนคิดว่าลูกสาวคงจะรักษาหายเป็นปกติได้ แต่ต่อมาเมื่อวานวันที่ 3 เม.ย. 60 หมอได้ทำการเจาะคอ และเจาะหน้าท้องเพื่อให้อาหารทางสายยาง ซึ่งจะต้องรักษาในระยะยาว และอาจจะไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ในอนาคตอาจจะเป็นผู้ป่วยติดเตียงไปตลอด ขณะนี้ได้ใช้เงินในการรักษาลูกสาวไปแล้ว 60,000 กว่าบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายส่วนเกินจากบัตรทอง และใช้จ่ายค่ารถในการเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวอีกในแต่ละวัน และตนก็ต้องหยุดงานเพื่อคอยไปดูแลลูกสาวตั้งแต่วันที่ลูกสาวประสบอุบัติเหตุ จึงได้เข้ามาขอความช่วยเหลือจากมูลนิธิปวีณาฯ สาเหตุที่แท้จริงว่าลูกสาวตกอาการเรียนได้อย่างไร และอยากให้ทางโรงเรียนรับผิดชอบค่ารักษาลูกสาวที่จะต้องรักษาในระยะยาว

ทางด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ประสาน นายธีร์ ภวังคนันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน (ฉก.ชน.) กระทรวงศึกษาธิการ เพื่อประสานงานกับทางเขตพื้นที่การศึกษาของ ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม อายุ 8 ปี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงหาสาเหตุการตกจากอาคารเรียนและพิจารณาให้การช่วยเหลือทางครอบครัว พร้อมกันนี้ได้ประสานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดปทุมธานี และ เพื่อเดินทางเข้าเยี่ยมอาการของ ด.ญ.เกศรินทร์ แก่นแจ่ม ที่รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ เวลา 11.00 น. ก่อนบูรณาการให้การช่วยเหลือร่วมกันต่อไป