อัยการแถลงคดี ‘บอส ทายาทกระทิงแดง’ อสส.จ่อออกหมายจับ

ร.ท.สมนึก เสียงก้อง พร้อมทีมโฆษกอัยการ แถลงข่าว คดี บอส ทายาทกระทิงแดง ขับรถชน ตร.เสียชีวิตเมื่อปี2555

27 เมษายน 2560 วันนี้ เวลา 11:00 น.ที่สำนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 53 นายสุทธิ กิตติศุภพร อธิบดีอัยการ สำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ เปิดเผยถึงกรณีที่วันนี้อัยการได้นัดนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอส ทายาทเครื่องดื่มกระทิงแดงฟังคำสั่งฟ้อง กรณีขับรถชน ดาบตำรวจวิเชียร กลั่นประเสริฐ อดีตผู้บังคับหมู่ปราบปราม สถานีตำรวจนครบาลทองหล่อ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2555

โดยระบุว่าทนายความของนายวรยุทธ ได้ส่งหนังสือขอเลื่อนการเข้าพบอัยการโดนอ้างเหตุผลเหมือนเดิม ว่า ติดภาระกิจต่างประเทศ ซึ่งอัยการสูงสุดกรุงเทพใต้มีความเห็นว่าจะไม่ยอมให้เลื่อนรับฟังคำสั่ง หรือประวิงเวลาออกไปอีกแล้ว ส่วนรายละเอียดหนังสือขอเลื่อนได้ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา และคาดว่าอัยการสูงสุดจะมีความชัดเจน เรื่องการออกหมายจับและการนำตัวนายวรยุทธมาดำเนินคดีช่วงเวลา 14 นาฬิกาวันนี้ ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ


โฆษก อสส. นัดแถลงคดี “บอส” ทายาทกระทิงแดง บ่ายนี้ จับตามาพบอัยการตามนัดหรือไม่ พร้อมย้ำมีขั้นตอนทางกฏหมาย-ตำรวจยันสอบหมดทุกประเด็นแล้ว

นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่าอยู่ระหว่างเดินทางกลับจากราชการต่างจังหวัด เพื่อร่วมแถลงข่าวในเวลา 14.00 น. โดยมี ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกอัยการสูงสุดพร้อมทีมโฆษกอัยการสูงสุด ซึ่งจะร่วมกันแถลงกรณี นายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือ บอส ขับรถชนดาบตำรวจ สน.ทองหล่อ เสียชีวิต เมื่อปี 2555 หลังคดีมีความยืดเยื้อมานานกว่า 5 ปี โดยวันนี้ ( 27 เม.ย.) นายวรยุทธ ต้องเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการ ศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อนำตัวส่งฟ้องต่อศาล หลังจากได้ขอเลื่อนมาหลายครั้งโดยอ้างว่าติดภาระกิจอยู่ต่างประเทศ ส่วนรายละเอียดต่างๆ โดยเฉพาะประเด็นที่สังคมจับตามองว่า นายวรยุทธ จะเดินทางเข้าพบพนักงานอัยการหรือไม่นั้น รวมถึงหากไม่เดินทางมาอัยการจะขอหมายจับทันทีหรือไม่นั้นยังไม่สามารถตอบได้ โดยขอให้รอความชัดเจนในการแถลงวันนี้ โดยย้ำว่ามีขั้นตอนทางกฏหมายดำเนินการอยู่แล้ว

ด้าน พ.ต.ท.อาชวิน บุญธรรมเจริญ รองผู้กำกับฝ่ายสอบสวน สน.ทองหล่อ ย้ำกับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าในส่วนของสำนวนคดี ตำรวจดำเนินการเรียบร้อยหมดแล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่อัยการให้สอบเพิ่มได้กลับไปให้อัยการหมดแล้ว ขั้นตอนจากนี้เป็นอำนาจของอัยการและศาล โดยหากอัยการสั่งฟ้องแต่ผู้ต้องหาไม่มาและไม่สามารถตามตัวมาส่งฟ้องต่อศาลได้ อัยการก็จะเสนอศาลออกหมายจับตามข้อหาที่สั่งฟ้อง หรือไม่อัยการสามารถขอให้พนักงานสอบสวนดำเนินการขอศาลออกหมายจับได้ อย่างไรก็ตามหากอัยการสั่งไม่ฟ้องทุกข้อหาคดีถือว่าสิ้นสุดลง

สำหรับ คดีของ นายวรยุทธ มีความผิดตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อหา 3 ข้อหา คือ ขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และขับรถหลบหนีไม่ให้การช่วยเหลือ โดยข้อหารถเร็วเกินกว่ากฏหมายกำหนดหมดอายุความไปแล้ว แต่ในข้อหา ขับรถโดยประมาท มีอายุความ 15 ปี จะหมดอายุความในวันที่ 23 ก.ย. 2570 ส่วนข้อหาหลบหนีไม่ให้การช่วยเหลือ มีอายุความ 5 ปี จะหมดอายุความในวันที่ 23 ก.ย. 2560 นี้

ที่มา INN

โจ๋โหด ฉุนวินจยย.ไล่ห้ามฉี่ พาพวกรุมฟันขาหวิดขาด

วินจยย. วัย 53 ปี ห้ามปรามวัยรุ่นที่มาเที่ยวร้านเหล้าปัสสาวะริมทาง โจ๋ฉุนยกพวกรุมฟันขาหวิดขาด

เมื่อเวลา 03.30 น.วันที่ 27 เมษายน 2560 พ.ต.ต.เฉลียว บุญคุ้ม สว.(สอบสวน) รับแจ้งเหตุวัยรุ่นใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายประชาชน มีผู้ดีรับบาดเจ็บ เหตุเกิดบริเวณปากซอยเฉลิมพระเกียรติ 29 สายสาม ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมือง

ที่เกิดเหตุบริเวณบ้านเลขที่ 313/218 ภายในซอยดังกล่าวข้าวของแตกกระจัดกระจาย พบร่างผู้บาดเจ็บทราบชื่อคืออณุภาพ พูลสุข อายุ 53 ปี วินจยย.รับจ้าง ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะฉีกขาดขนาดใหญ่ ฟกช้ำตามร่าง ข้อเท้าขวาเกือบขาดเลือดไหลนองพื้น เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ ให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาล อย่างเร่งด่วน

ข่าวจังหวัดชลบุรี, ทำร้ายร่างกาย

สอบถามผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า วัยรุ่นที่นั่งดื่มสุราอยู่ในร้านเหล้าริมถนนสายสาม เดินข้ามถนนมาปัสสาวะริมทาง ซึ่งมีผู้คนกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่เป็นจำนวนมาก นายอนุภาพ (ผู้ได้รับบาดเจ็บ) เห็นว่าไม่เหมาะสมจึงเข้าไปห้ามปราม ทำให้วัยรุ่นไม่พอใจและมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน

แต่นายอนุภาพ (ผู้ได้รับบาดเจ็บ) สู้ไม่ไหวจึงวิ่งหนีเข้าบ้าน แต่วัยรุ่นคนดังกล่าวได้ไปตามกลุ่มเพื่อนตามบุกเข้าไปรุมทำร้ายถึงบ้านจนได้รับบาดเจ็บสาหัส หลังก่อเหตุกลุ่มวัยรุ่นก็พากันวิ่งขึ้นหลังกระบะหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ได้สอบถามนางละออง พูลสุข อายุ 79 ปี (แม่ผู้ได้รับบาดเจ็บ) เล่าอีกว่าขณะเกิดเหตุนอนหลับอยู่ในบ้าน ได้ยินเสียงดังโวยวาย จึงเปิดไฟออกมาดูก็พบว่ากลุ่มวัยรุ่นกำลังรุมตี รุมฟันลูกชายอย่างไร้ความปราณี ถึงแม้ตะโกนห้ามแต่กลุ่มวัยรุ่นก็ไม่ฟังเสียงกระหน่ำตีและทุบด้วยกระถางต้นไม้ไม่ยั้งมืออย่างโหดเหี้ยม

ข่าวจังหวัดชลบุรี, ทำร้ายร่างกาย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดจับคนร้ายตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีผ่านไปแต่ก็ไร้วี่แวว จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ยิ่งลักษณ์ ไม่เห็นด้วย รัฐบาลเร่งซื้อเรือดำน้ำ

ยิ่งลักษณ์ ไม่เห็นด้วยรัฐบาลจัดงบซื้อเรือดำน้ำ แนะอยากให้คำนึงถึงปัญหาปากท้องของปชช.เพราะสำคัญสุดในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (26 เม.ย. 60) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาแสดงความเห็นหลังคณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้มีการจัดซื้อเรือดำน้ำจากจีน ว่า การจัดซื้อดังกล่าวต้องคำนึงถึงว่าเมื่อมีเม็ดเงินจำกัด ฝ่ายบริหารต้องพิจารณาว่าจะใช้อะไรเป็นอย่างแรก เพราะทราบว่ารัฐบาลมีความจำเป็นถึงขนาดจะยอมยกเลิกโครงการหลักสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค แต่กลับไปซื้อเรือดำน้ำ ตรงนี้ควรต้องพิจารณาว่าอะไรเร่งด่วนกว่ากัน และอะไรคือความคุ้มค่าในภาวะเช่นนี้

ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, เรือดำน้ำ,
ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร

ในฐานะเคยเป็นอดีตรมต.กลาโหม เข้าใจในเรื่องความต้องการที่จะมีเรือดำน้ำไว้เพื่อป้องกันประเทศเพื่อความมั่นคง แต่วันนี้บ้านเมืองยังอยู่ในสภาวะปกติ อาจมีบางส่วนที่สามารถที่จะชะลอได้ แล้วนำงบประมาณไปใช้ในสิ่งที่เร่งด่วนกว่า วันข้างหน้าหากมีงบประมาณและมีความสามารถในการหารายได้มากขึ้น มีงบประมาณเหลือเพียงพอ ก็สามารถที่จะซื้อสิ่งที่ต้องการหรือต้องใช้ในอนาคตได้

ซึ่งสมัยที่ตนทำหน้าที่เมื่อพิจารณาแล้วก็ได้ขอให้ทางกองทัพเรือชะลอในการจัดซื้อ และเอาเงินไปพัฒนาส่วนอื่นที่มีความจำเป็นเร่งด่วนแทน