อุโมงค์ทางลอด จุดตัดทางรถไฟขอนแก่น คืบแล้ว 94% คาดแล้วเสร็จ มิ.ย. นี้

กรมทางหลวงชนบท เพิ่มความปลอดภัยแก้ไขปัญหาการจราจร สร้างอุโมงค์ทางลอด จุดตัดทางรถไฟขอนแก่น สาย ขก.1027 คืบหน้ากว่า 94% คาดแล้วเสร็จ มิ.ย. นี้

นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท ได้ก่อสร้างอุโมงค์ลอดทางรถไฟ จุดตัดทางรถไฟกับถนนทางหลวงชนบท สาย ขก.1027 แยกทางหลวงหมายเลข 2 บ้านโคกท่า ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ระยะทางรวม 2.125 กิโลเมตร เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการความปลอดภัยของการรถไฟแห่งประเทศไทย

และช่วยแก้ไขปัญหาจราจร ลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟให้มีความสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ปัจจุบันโครงการมีความคืยหน้าด้านการก่อสร้างไปแล้วกว่าร้อยละ 94 โดยขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินงานโครงสร้างทาง ผิวจราจร งานไฟฟ้าแสงสว่าง งานสะพานลอย ป้าย/เครื่องหมายจราจร และงานผนังตกแต่งภายในทางลอด ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในเดือนมิถุนายน 2560 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น 411.641 ล้านบาท

ขอบคุณภาพจาก  www.kk-railway.com

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนคุก6ปีหนุ่ม FB หมิ่นเบื้องสูง

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คุก 6 ปี หนุ่มโพสต์เฟซบุ๊กหมิ่นเบื้องสูง เมื่อปี 2556

ศาลอาญา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีที่พนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายปิยะ จุลกิตติพันธ์ หรือ นายพงศธร บันทอน ในความผิดฐานหมิ่นสถาบัน ตามประมวลกฎหมายกฎหมายอาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

จากกรณีเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2556 ถึงวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ต่อเนื่องกัน จำเลยโพสต์ข้อความในลักษณะหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ในบัญชีเฟซบุ๊กของจำเลยที่ใช้ชื่อว่า นายพงศธร บันทอน (SIAMAID) คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุก 9 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษ 1 ใน 3 คงจำคุกเป็นเวลา 6 ปี โดยวันนี้เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์เบิกตัวนายปิยะ จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ มาฟังคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่าจำเลยกระทำผิดจริงตามฟ้อง เห็นพ้องกับศาลชั้นต้น พิพากษายืนจำคุกเป็นเวลา 6 ปี

ที่มา… INN

สปท. ยันสื่อต้องมีใบอนุญาต ย้ำเว็บ-เพจดัง มีรายได้ก็ไม่เว้น

พิสิษฐ์ ยัน สื่อต้องมีใบประกอบวิชาชีพ ไม่ต่างจากนวดแผนโบราณ ชี้ใครไม่มีก็ต้องจำคุกเหมือนกัน ด้านเว็บ-เพจจดังมีรายได้ ก็ไม่เว้นต้องอยู่ภายใต้กม.คุ้มครองสื่อ

รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (26 เม.ย. 60) พล.ต.ต.พิสิษฐ์ เปาอินทร์ รองประธานกรรมาธิการ (กมธ.) ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศด้านการสื่อสารมวลชน สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้า ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ส่งเสริมจริยธรรม และมาตรฐานวิชาชีพสื่อมวลชน พ.ศ….. ว่า

สื่อ, สื่ออนไลน์, กฎหมายคุ้มครองสื่อ,

ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวจะนำเข้าสู่วาระการพิจารณาของที่ประชุมใหญ่ สปท. ในวันที่ 8-9 พฤษภาคมนี้ ซึ่งสาเหตุที่ต้องให้มีมาตรการบังคับใช้นั้นก็เพื่อ ให้เป็นไปเหมือนทุกสาขาอาชีพ ไม่ต่างไปกับนวดแผนโบราณ ที่ต้องมีใบอนุญาต ใบประกอบวิชาชีพ จะมายกเว้นไม่ได้ เพราะสื่อก็เป็นอาชีพๆ หนึ่ง ไม่สามารถยกเว้นได้

ทั้งนี้สื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ไม่ค่อยมีปัญหาเพราะมีความชัดเจน แต่จะมีประเด็นตรงสื่อออนไลน์ ซึ่งเราขีดวงจำกัดว่าผู้ประกอบวิชาชีพสื่อออนไลน์นั้น ต้องมีเจตนา ทำต่อเนื่อง และมีรายได้ทั้งทางตรงทางอ้อมหรือไม่ ตรงนี้ทางสภาวิชาชีพสื่อมวลชนแห่งชาติจะเป็นคนกำหนดรายละเอียด ทาง สปท. แค่วางกรอบคร่าวๆ

สำหรับแนวทางการพิจารณา พ.ร.บ. คุ้มครองสิทธิเสรีภาพสื่อที่จะนำเข้าที่ประชุมในครั้งนี้ จะมีการปรับเพิ่มเรื่องการลงโทษ กรณีหากนักข่าวไม่ไม่มีใบอนุญาต ตามเวลาที่กำหนดจะมีความผิด จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท รวมถึงองค์กรสื่อที่รับนักข่าวที่มีมีใบอนุญาตมาทำงานก็จะมีความผิดจำคุกและปรับเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ยังเป็นไปเพื่อป้องกันไม่ให้นักข่าวที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตและถูกไล่ออกจากที่หนึ่งไปทำงานกับอีกที่หนึ่ง