พ่อ-แม่ บุญธรรมโร่แจงหลังถูกถล่มเละ ปมทำร้ายเด็กด้วยการราดน้ำร้อน

พ่อ-แม่ บุญธรรมโร่ แจง ปมเหตุ ด.ญ.ถูกทารุณด้วยการราดน้ำร้อน ซัดกลับเด็กทำเอง 

ความคืบหน้ากรณีที่มีเด็กหญิงคนหนึ่งถูกแม่เลี้ยงทำร้ายด้วยการใช้น้ำร้อนราดจนเป็นแผลเหวอะหวะ ก่อนที่เด็กคนดังกล่าวจะหนีออกจากบ้านเพื่อมาขอความช่วยเหลือจากผู้คนที่พักอาศัยอยู่บริเวณหมู่บ้านที่พัก เนื่องจากทนเจ็บปวดถูกทารุณไม่ไหวนั้น (อ่านข่าว : สยอง! ภาพเด็กเป็นแผลพุพอง หลังถูกแม่เลี้ยงโหดราดน้ำร้อนใส่ทำโทษ )

ข่าวจังหวัดชลบุรี, ราดน้ำร้อน, ข่าวสดวันนี้

ล่าสุดทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยง ของเด็กคนดังกล่าวมาสอบสวนแล้ว ซึ่งจากการสอบสวนพวกเขาได้ปฏิเสธว่า ไม่ได้เป็นคนลงมือทำร้ายตามที่เด็กกล่าวอ้าง แต่สาเหตุที่เด็กมีบาดแผลต่างๆ นั้น เป็นเพราะเขาชอบทำร้ายตัวเอง ซึ่งในวันเกิดเหตุตนทำกับข้าวอยู่ในบ้าน แต่เด็กได้เล่นซนทำให้หม้อน้ำร้อนหล่นมาลวกขาทำให้เกิดบาดแผล หลังจากที่ได้ร้องขอเงินไปซื้อขนมแต่ตนเองไม่ให้

และก่อนหน้านี้เคยนำเตารีดมาทาบขาของตนเองด้วย ซ้ำเด็กยังมีพฤติกรรมโกหก และชอบลักเล็กขโมยน้อย ซึ่งก่อนหน้านี้เคยได้ส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์เด็กบ้านแห่งเมตตา แต่แล้วก็ได้กลับมาอีกครั้ง เนื่องจากทางสถานสงเคราะห์เด็กบ้านแห่งเมตตา ไม่สามารถดูแลได้เพราะเด็กไม่สามารถเข้ากับเพื่อนๆ ได้

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังปักใจเชื่อในคำให้การ คงต้องมีการสอบถามจากเด็กเพิ่มเติม และหากเด็กมีปัญหาทางจิตจริงตามที่แม่บุญธรรมกล่าวอ้าง ก็จะหาทางบำบัดพฤติกรรมเด็กต่อไป

‘จักรทิพย์’ สั่งเพิ่มโทษตำรวจแม่ฮ่องสอน เอี่ยวค้าประเวณี

“จักรทิพย์” สั่งเพิ่มโทษตำรวจแม่ฮ่องสอนปกปิดความผิดคดีบังคับเด็กหญิงค้าประเวณี เครือข่าย นกฮูกน้ำเพียงดิน  ฝากประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมร้องตรงต่อโฆษกตำรวจ

วันนี้(26 เม.ย.)  เวลา 11.00 น. พันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ตำรวจทั่วประเทศตรวจสอบคดีค้ามนุษย์และคดีอื่นในพื้นที่ คู่ขนานไปกับคดีที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อปราบปรามขบวนการค้ามนุษย์ในจังหวัดอื่นๆ

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการตำรวจภูธรน้ำเพียงดิน จังหวัดแม่ฮ่องสอน สั่งยุติการสอบสวนข้อเท็จจริงคดีการบังคับเด็กหญิงค้าประเวณี ที่มีข้าราชการตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพันจนศาลออกหมายจับผู้ต้องหาที่เป็นตำรวจได้นั้น เจ้าหน้าที่ที่เข้าข่ายปกปิดความผิด หรือใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ จะถูกดำเนินคดีทางวินัยและทางอาญาเพิ่มเป็น 2 เท่า พร้อมยืนยันจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีการช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ที่กระทำความผิด หรือมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด

สำหรับคดีการค้ามนุษย์นี้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลและเป็นวาระแห่งชาติ ที่นายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีได้กำชับว่าหากพบว่ามีพยานหลักฐานว่าเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการให้ถึงที่สุดและรวดเร็ว จึงฝากถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในพื้นที่ สามารถนำหลักฐานเข้ามาร้อนเรียนกับทีมโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้โดยตรง

แม่สาวเหยื่อค้ากาม ‘น้ำเพียงดิน’ ร้อง DSI รับเป็นคดีพิเศษ อ้างมีผู้ใหญ่ขอพบ

มารดาเหยื่อค้ามนุษย์แม่ฮ่องสอน ‘น้ำเพียงดิน’ ยื่นเอกสาร ขอ DSI พิจารณาเป็นคดีพิเศษ อ้างมีผู้กว้างขวางขอพบ หวั่นถูกข่มขู่

มารดาของเด็กสาวที่ถูกบังคับให้ค้าประเวณีในพื้นที่ สภ.น้ำเพียงดิน อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมทนายความ นำเอกสารหลักฐานทางคดี มามอบให้กับ พันตำรวจโทกรวัชร์ ปานประภากร ผู้บัญชาการสำนักคดีพิเศษภาค กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ เพื่อให้พิจารณารับเป็นคดีพิเศษ

โดย นายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ระบุว่า ก่อนหน้านี้ ปลัดอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน เคยมาร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาคดีค้ามนุษย์ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่ออธิบดีดีเอสไอ เพื่อให้รับเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากผู้ต้องหาในคดีและผู้ที่เกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ในพื้นที่นั้นเป็นข้าราชการตำรวจ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง จึงเกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้า

แต่เมื่อได้เข้าพบกับ พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเห็นว่าคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควรแล้วผู้เสียหายก็มีความพึงพอใจมากขึ้น ขณะเดียวกันก็จะร้องขอดีเอสไอในเรื่องการคุ้มครองพยานร่วมด้วย เนื่องจากแม่ผู้เสียหาย ระบุว่า ได้มีการติดต่อมาจากทีมงานของผู้ใหญ่ในจังหวัดขอให้มาพบ แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่าต้องการพบเพื่อวัตถุประสงค์ใด จึงเกรงว่าจะเป็นถูกข่มขู่

ด้าน พันตำรวจโทกรวัชร์ กล่าวว่า หากพิจารณารายละเอียดของคดี พบว่าเข้าเงื่อนไขคดีพิเศษ ก็อาจจะมีการรับเป็นคดีพิเศษ  โดยต้องดูว่าป็นคดีมีความสลับซับซ้อนหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงในหน่วยงานภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ยังเป็นหน้าที่ของตำรวจในการทำสำนวนคดี

ส่วนการคุ้มครองพยาน ดีเอสไอ จะดำเนินการสืบสวนว่า ผู้ที่ติดต่อกับแม่ผู้เสียหายนั้น เป็นใคร มีตัวตนจริงหรือไม่ เพื่อนำไปสู่การพิจารณาเรื่องการคุ้มครองพยานต่อไป