ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันสําคัญของชาติไทย

ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันสําคัญของชาติไทย และกําหนดเวลาทํางานและวันหยุดราชการ 

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 เมษายน 2560 ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดวันสําคัญของชาติไทย ความว่า ด้วยรัฐบาลพิจารณาเห็นว่า วันที่ ๒๘ กรกฎาคมของทุกปีเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร และวันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ซึ่งเป็นวันที่มีความสําคัญยิ่ง สมควรให้ประชาชนได้น้อมรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของทั้ง ๒ พระองค์ จึงได้นําความกราบบังคมทูลขอพระราชทานพระราชานุญาตให้กําหนดวันสําคัญทั้ง ๒ วัน ดังกล่าวเป็น วันสําคัญของชาติไทยต่อไป ซึ่งความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานพระราชานุญาต และในวันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๐ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีพระราชพิธีเหมือนวันที่ ๒๓ ตุลาคม

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

ผู้รับสนองพระราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


ขณะเดียวกันได้มีประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดเวลาทํางานและวันหยุดราชการ (ฉบับที่ ๒๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ ความว่า ด้วยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ๒๕๖๐ เห็นชอบ

๑. ให้วันที่ ๒๘ กรกฎาคม และวันที่ ๑๓ ตุลาคม เป็นวันหยุดราชการประจําปี เนื่องจากเป็นวันสําคัญของชาติไทย ดังนี้

๑.๑ วันที่ ๒๘ กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

๑.๒ วันที่ ๑๓ ตุลาคมของทุกปี เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

๒. ให้ยกเลิกวันหยุดราชการ วันที่ ๕ พฤษภาคม วันฉัตรมงคล ตามความในข้อ ๕ ตาม ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง กําหนดเวลาทํางานและวันหยุดราชการ (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๐๐ ลงวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๐๐

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

โฆษกรัฐบาลรับ ครม.อนุมัติซื้อเรือดำน้ำจีน 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท จริง!!

โฆษกรัฐบาลรับ ครม.อนุมัติซื้อเรือดำน้ำจีน 1 ลำจริง ยัน ไม่มีลับลมคมใน แต่ป้องกันภัยคุกคามทางทะเล

วันที่ 24 เม.ย.พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติโครงการจัดซื้อเรือดำน้ำ ตามที่กองทัพเรือเสนอ เมื่อวันที่18 เม.ย.ที่ผ่านมา ว่า ครม.มีมติอนุมัติโครงการดังกล่าวจริง โดยจัดซื้อเรือดำน้ำหยวนคลาส เอส 26 ที (Yuan Class S26T) จากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน จำนวน 1 ลำ วงเงิน 13,500 ล้านบาท ยืนยันว่าไม่มีอะไรเป็นลับลมคมใน ซึ่งการจัดซื้อเป็นงบผูกพัน ไม่ได้จ่ายเงินครั้งเดียว แต่จะทยอยจ่าย

ทั้งนี้ พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พร้อมผู้ที่เกี่ยวข้องจากกระทรวงกลาโหม ชี้แจงในที่ประชุมครม.ว่า มีความจำเป็นต้องจัดซื้อ เพราะเป็นการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ป้องกันประเทศ ไม่ใช่อยากได้ตามประเทศอื่น แต่กองทัพเรือประเมินจากภัยคุกคามของประเทศที่มีอาณาเขตติดกับไทย และประเมินจากความมั่นคงทางท้องทะเล เพื่อป้องกันภัยคุกคาม ทำให้ต้องมีศักยภาพที่เหนือกว่า

ปส.รวบ “โก จุน เกียต” นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเชียคาสนามบิน

ปส.รวบ “โก จุน เกียต” นักค้ายาเสพติดข้ามชาติชาวมาเลเชียคาสนามบิน เร่งขยายผลโยงเครือข่ายไซซะนะ

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับนายโก จุน เกียต ชาวมาเลเซีย ขณะกำลังเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากศยานสุวรรณภูมิ เพื่อเดินทางออกไปยังเมืองปีนัง ประเทศมาเลเซีย หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด จากกรณีเมื่อวันที่ 26 มกราคมที่ผ่านมา ตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับกุมไอซ์ล็อตใหญ่กว่า 87 กิโลกรัม ได้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นอกเหนือจากนั้นเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ปีที่แล้ว ตำรวจยังสามารถตรวจยึดเฮโลอีน 52.4 กิโลกรัม และไอซ์ 41.9 กิโลกรัม ระหว่างกำลังผ่านด่านตรวจยาเสพติดที่อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร

ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองคดีให้การซัดทอดว่า นายโก จุน เกียต มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ โดยพอยู่ในระดับสั่งการให้ขนยาเสพติดข้ามชาติ และมีพฤติกรรมเดินทางจากมาเลเซียเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อจัดหายาเสพติดลำเลียงออกนอกประเทศ เมื่อได้ยาเสพติดแล้วนายโก จุน เกียต จะเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปรอยาเสพติด

พลตำรวจตรีพรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ทางการข่าวของตำรวจสืบทราบว่านายโก จุน เกียต อยู่เบื้องหลังในการขนส่งยาเสพติดข้ามชาติ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นระดับนายทุน ซึ่งสืบสวนติดตามตัวมาประมาณ 1 ปี ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เข้ามาเมืองไทยช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา และเดินทางไปหลายที่ซึ่งเชื่อว่าเดินทางมาเพื่อหาเส้นทางขนยาเสพติด และจากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ขณะที่ความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเครือข่ายนายไซซะนะนั้น ตำรวจจะสอบปากคำว่ายาเสพติดที่ได้มาจากเครือข่ายใดบ้าง ก่อนส่งตัวขออำนาจศาลฝากขังวันพรุ่งนี้