มติเอกฉันท์ แค่ว่ากล่าวตักเตือน สมาชิก สปท. เขกหัวเด็กเสิร์ฟ ฉุนเรียก ป๋า

ที่ประชุม สปท. มีมติ สั่งลงโทษแค่ว่ากล่าวตักเตือน นายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิกสปท. ปมเขกหัวเด็กเสิร์ฟ ฉุนถูกเรียกว่า ป๋า ชี้จ่ายค่าปรับแล้วไม่ผิด

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ หรือ สปท. วันนี้ (24 เม.ย. 60)   ในช่วงหนึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณาบทลงโทษวินัยในกรณีที่ นายอนุสร จิรพงศ์ สมาชิกสปท. หลังจากถูกร้องเรียนว่าได้ทำร้ายร่างกายเด็กเสริฟ ของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่ง เนื่องจากถูกเรียกว่า “ป๋า”

อนุสร จิรพงศ์, สมาชิก สปท,, เขกหัวเด็กเสิร์ฟ, ป๋า

โดยที่ประชุมได้มีมติให้ว่ากล่าวตักเตือนนายอนุสร แทนการลงโทษอื่นๆ อาทิ การประณามการกระทำ หรือการลงโทษวินัยร้ายแรงถึงขั้นให้ออกขากการเป็นสมาชิก สปท. ซึ่งสาเหตุที่การลงโทษมีเพียงการว่ากล่าวตักเตือนนั้น รายงานแจ้งว่า เนื่องจากเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ร้ายแรง เพราะถือว่านายอนุสร ไปเขกหัวใครก็ไม่เป็นไร เพราะจ่ายปรับไปแล้ว ก็ถือว่าคดีจบแล้ว ดังนั้นนายอนุสร ก็ไม่น่าจะมีความผิดอะไรอีก

ชื่นชม! หมอหล่อใจบุญ เปิดคลินิกช่วยคนจน คิดเงินแค่ 2 บาท

คนแห่แชร์เรื่องราวสุดยินดีหลังหมอหนุ่มเปิดคลินิกคิดเงินแค่ 2 บาท เพื่อช่วยเหลือคนจน-ผู้ยากไร้ สานต่อเจตนารมณ์พ่อ-แม่ ยันไม่อยากดัง แค่อยากบอกเล่าถึงความภาคภูมิใจของตน และครอบครัว

วันนี้ (24 เม.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่ฮือฮาเป็นอย่างมาก เมื่อผู้คนต่างเข้าไปชื่นชมคุณหมอรายหนึ่งที่ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา แต่ยังจิตใจงาม คิดถึงส่วนรวมและผู้ยากไร้ ด้วยการเปิดคลินิกราคาถูกเพื่อช่วยเหลือผู้เจ็บไข้ได้ป่วย โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่า สานต่อความฝันของพ่อ-แม่

ฟองบุญคลินิก, Birdy Paitoon

ซึ่งเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ  ‘Birdy Paitoon’  ที่ได้ระบุข้อความว่า

 “ม่าม๊าเคยฝันไว้ว่า เมื่อลูกเป็นหมอแล้ว ก็อยากจะมีโอกาสได้ช่วยเหลือคนละแวกบ้านที่ส่วนใหญ่เป็นต่างด้าว โดยไม่คิดค่าบริการใดๆ เพื่อทำบุญและช่วยเหลือคน โดยม่าม๊าคิดว่าเรามีพอที่จะใช้จ่ายแบบไม่เดือดร้อนแล้ว ถึงเวลาที่ต้องแบ่งปันให้คนอื่นบ้าง ฟองบุญ คลินิก คิดค่าบริการ  2 บาท”

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น พร้อมทั้งชื่นชมคุณหมอรายนี้เป็นจำนวนมาก ที่มีหัวใจอันประเสริฐ ต้องการช่วยเหลือคนไข้ โดยไม่มีข้อแม้ หรือค่าตอบแทน

ก่อนที่เจ้าตัวจะโพสต์ข้อความผ่านเพจดังกล่าวเพิ่มเติม ว่า   ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาร่วมยินดีกับการทำ ฟองบุญ คลินิก นะครับ

ก่อนอื่นผมต้องขอออกตัวไว้ก่อนว่า นี่คือสิ่งที่เกินความคาดคิดผมไว้เยอะมาก ไม่คิดว่าจะมีคนพูดถึงมากขนาดนี้ จนผมและครอบครัวตั้งตัวไม่ทัน เริ่มแรกและเจตนารมณ์ที่คุณพ่อคุณแม่ผมตั้งใจเอาไว้ คือทำเงียบๆ และค่อยๆ เป็นค่อยๆไป เพื่อช่วยเหลือคนไข้ละแวกบ้านที่ขาดทุนทรัพย์ในการหาหมอครับ ไม่ได้อยากเป็นข่าวครับ

ผมเพียงแค่โพสต์ facebook ถึงความภาคภูมิใจของผมและครอบครัวเท่านั้น แต่มาถึงตอนนี้มันเกินสิ่งที่ผมคิดไว้มาก ยังงัยผมก็ขอขอบคุณทุกคนอีกครั้งครับ ขอบคุณทุกคนที่ add มานะครับ หากผมไม่ได้กดรับต้องขออภัยด้วยครับ ผมขอใช้ facebook เป็นพื้นที่ส่วนตัวนะครับ

และหากใครอยากจะร่วมทำบุญ ผมขอบคุณมากครับ แต่ผมอยากให้ทุกท่านนำเงินที่อยากร่วมบุญกับผมไปทำบุญอย่างอื่นทดแทนและระลึกถึงผมก็พอครับ ผมจะยินดีและดีใจมากครับ

ณ ตอนนี้ผมคิดว่าอยากทำทุกอย่างตามที่ครอบครัวของเราพอจะทำได้ก่อนครับ แบบค่อยๆเป็นค่อยๆไปครับ หากต้องการขยายการให้การรักษา และต้องการทุนบริจาค ผมจะแจ้งให้ทุกท่านได้ร่วมบุญอีกทีครับ.

ปล ขอบคุณสื่อที่ติดต่อเข้ามานะครับ อย่างที่ผมแจ้งแต่แรกผมและครอบครัวอยากทำแบบค่อยเป็นค่อยไปครับ และไม่ได้อยากเป็นข่าวครับ ดังนั้นผมขออนุญาตไม่ออกสื่อเพิ่มเติมหลังจากนี้ครับ หวังว่าทุกท่านคงเข้าใจ และผมขออภัยที่ผมต้องปฏิเสธครับ

ขอบคุณครับ
นพ.ไพฑูรย์ เบ็ญจพรเลิศ
ฟองบุญ คลินิก
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลรามาธิบดี

ประวิตร โต้รัฐบาลขาลง เมินปรับ ครม. ยันจำเป็นต้องมีทหารดูยุทธศาสตร์ชาติ

“พล.อ.ประวิตร” ปัดรัฐบาลอยู่ในช่วงขาลง ยัน ทุกกระทรวงทุ่มเททำงานเต็มที่เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจ  ยันจำเป็นคง ม.44 เรื่องจราจร “วิษณุ” ดูรายละเอียดข้อกฏหมายแก้ปมนั่งท้ายกระบะ ยันจำเป็นต้องมีทหารดูยุทธศาสตร์ชาติ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลโพล ที่ระบุว่าเศรษฐกิจแย่ทำให้คะแนนนิยมรัฐบาลลดลง ว่า รัฐบาลทุ่มเททุกอย่างแล้ว แต่อาจเป็นเรื่องของการช่วยเหลือทางด้านเศรษฐกิจในกลุ่มผู้ที่มีรายได้น้อยไม่ทั่วถึง หรือลงไปล่าช้าแต่ยืนยันเศรษฐกิจไทย ทั้งการส่งออก การค้าขายต่างประเทศ อยู่ในระดับดี ไม่มีปัญหา ซึ่งก็อยากให้ดีกว่านี้ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจทั่วไปของโลกตอนนี้ก็ประสบปัญหาเช่นกัน

พร้อมกันนี้ พล.อ.ประวิตร ยังระบุถึงคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเรื่องมาตรการด้านความปลอดภัยในการใช้รถตามมาตรา 44 ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ดูแลในข้อกฎหมาย ซึ่งจำเป็นต้องคงมาตรการนี้สักระยะหนึ่ง เพื่อติดตามเปรียบเทียบข้อมูลตัวเลขการสูญเสีย และบาดเจ็บจากอุบัติเหตุในท้องถนน ก่อนและหลังการใช้มาตรการนี้ เพื่อหาแนวทางดูแลความปลอดภัยประชาชนและลดการบาดเจ็บสูญเสียจากอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด

พล.อ.ประวิตร ยังกล่าวว่าสถิติก่อนสงกรานต์ เฉลี่ยมีผู้เสียชีวิตวันละ 70 ราย ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องมีมาตรการ เพื่อลดตัวเลขการสูญเสียดังกล่าว ซึ่งได้อธิบายไปแล้วทั้งความอันตรายของการนั่งท้ายกระบะ ขณะเกิดอุบัติเหตุว่าไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน แต่ก็สามารถนำไปปรับปรุงให้ปลอดภัยได้ โดยขณะนี้นายกรัฐมนตรี ได้อนุโลมให้นั่งท้ายกระบะได้ไม่เกิน 6 คน

ส่วน กรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า พ.ร.บ.ยุทธศาสตร์ชาติ มีจำนวนผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นคณะกรรมการฯ มากเกินไป ว่า ไม่ได้มากเกินไป และจำเป็นต้องมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพราะที่ผ่านมาเกิดจากความไม่เข้าใจของทุกภาคส่วน ทำให้เกิดปัญหา จึงจำเป็นต้องมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ เพื่อให้เกิดความมั่นใจ เนื่องจากบ้านเมืองเรา

หากให้ทหารรับรู้รับทราบและเดินหน้าไปด้วยกันทุกภาค จะสามารถทำให้ทุกฝ่ายพูดคุยและร่วมมือแก้ไขปัญหาร่วมกันได้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดี และย้ำว่า กฎหมายยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี สามารถมีการเปลี่ยนแปลงได้ เพราะเป็นกำหนดแบบกว้างๆ

พร้อมกันนี้ ยังได้ระบุว่า การมีผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้ามาเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่เป็นการป้องกันการเกิดรัฐประหารในอนาคตและไม่ใช่หลักประกันว่า จะไม่เกิดรัฐประหาร

ข่าวจาก INN / คลิปจาก มติชนทีวี