ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมทำดอกไม้จันทน์ ใช้ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ตรวจเยี่ยมพร้อมร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

วันนี้ (24 เม.ย. 60) ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมพร้อมร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสำนักพัฒนาสังคม ได้จัดกิจกรรมการอบรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้กับประชาชน ระหว่างวันที่ 24-28 เม.ย. 60 เวลา 10.00 – 15.00 น.

ทั้งนี้ทางกรุงเทพมหานครได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ร่วมกับภาคประชาชนในทุกพื้นที่เขตกรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์จัดเตรียมดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนจำนวน 3,000,000 ดอก จึงให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายความอาลัย และใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบามสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยตนเอง และจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เช่นเปลือกข้าวโพด ผักตบชวา ใบตองแห้ง ใบยางพารา กระดาษสา ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับรูปแบบดอกไม้จันทน์ เป็นรูปแบบที่สวยงาม และสมพระเกียรติ ตัวดอกไม้จันทน์ควรเป็นสีขาว สีครีม หรือสีเหลืองอ่อน พร้อมติดธูปเทียนเล็กๆ ออกแบบดอกไม้จันทน์รวม 36 รูปแบบ อาทิ บุปผาสยาม สุริยาฟ้าประธาน นางพญานิรมล แก้วนพเก้า มณธารพนพรัตน์ ปทุมวดีศรีบงกช เป็นต้น เพื่อเป็นต้นแบบให้ประชาชนนำไปประดิษฐ์ ซึ่งสามารถดูรูปแบบได้จากเว็บไซต์สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร www.bangkok.go.th/social และเว็บไซต์กองประชาสัมพันธ์ www.prbangkok.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร

ไทยมุงเพียบ! ตำรวจพา ‘เขมรที’ มือฆ่า ‘เจ๊สั้น’ ทำแผน ลูกสาวเหยื่อร่ำไห้สาปแช่ง

ไทยมุงเพียบ! ตำรวจพา ‘เขมรที’ มือฆ่า ‘เจ๊สั้น’ แม่ค้าแผงค้าผักในตลาดไท ทำแผน ลูกสาวเหยื่อร่ำไห้สาปแช่ง

วันนี้(24 เม.ย.) ที่ สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภจว.ปทุมธานี พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวนสภ.คลองหลวง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายที สัญชาติกัมพูชา อายุ 30 ปี โดยจับกุมได้ที่ท่ารถบขส.เขตสภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ขณะผู้ต้องหาอยู่ระหว่างหลบหนีข้ามกลับประเทศ

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเวลา 14.30 น.วันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดก่อเหตุฆ่านางพรพรรณ แสนประสิทธิ์ หรือเจ้สั้น อายุ 42 ปี แม่ค้าแผงค้าผักในตลาดไท หลังชุดสืบสวนทำการสืบสวนพบว่า พยานพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายกระโดดข้ามกำแพงหลังหมู่บ้านทางทิศใต้และมีท่าทางพิรุธก่อนจะโบกจยย.ที่วิ่งผ่านทางมาให้ไปส่งที่ตลาดไอยรา ก่อนที่จะขึ้นรถแท็กซี่สาธารณะหลบหนีไป ซึ่งน่าจะเป็นลูกจ้างชาวกัมพูชาที่เคยทำงานกับผู้ตาย และเพิ่งถูกไล่ออกไปเมื่อสองวันก่อน เพราะไม่เคารพเจ้านายและทุจริตเรื่องเงิน จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ทราบว่าคนร้ายน่าจะขึ้นรถทัวร์เพื่อหนีข้ามกลับประเทศจึงติดตามไล่ล่าและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเส้นทางก่อนจะจับกุมไว้ได้ในที่สุด

ด้านนายที สัญชาติกัมพูชา อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ที่ลงมือก่อเหตุฆ่านางพรพรรณ แสนประสิทธิ์ หรือเจ้สั้น นั้นมาจากความแค้นส่วนตัวที่ถูกไล่ออกจากงานและถูกด่าอย่างรุนแรง ในวันเกิดเหตุตนเอง ซึ่งมีกุญแจเข้าออกบ้านอยู่แล้วแต่ไม่มีรีโมทรั้ว ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ จึงปีนเข้าไปในบ้านแล้วเข้าไปในห้องนอนชั้น 2 เพื่อที่จะงัดตู้เซฟที่ผู้ตายเป็นของมีค่าไว้จำนวนมาก แต่เปิดไม่ได้ จึงรื้อค้นได้อาวุธปืน เงินสด และพระเลี้ยมทอง

ขณะเดียวกันผู้ตายได้กลับเข้ามาภายในบ้านพอดี และเมื่อเดินเข้าไปภายในบ้านตนเอง ซึ่งเกิดความแค้นอยู่แล้ว จึงปลี่เข้าไปจะใช้มีดแทงแต่ผู้ตาย พยายามวิ่งออกไปที่หน้าบ้าน เพื่อร้องให้คนช่วยเหลือ ตนเองจึงใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงผู้ตายจนล้มลงก่อนจะปีนรั้วออกจากบ้านไป แล้วข้ามกำแพงหมู่บ้าน เพื่ออาศัยรถจยย.ผู้ผ่านทาง ไปโบกแท็กซี่ เพื่อไปส่งที่บขส. ก่อนที่จะขึ้นรถประจำทางกระทั่งถูกจับกุม

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบกว่า 100 คน คอยดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา โดยมีชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายมาดูการทำแผนกว่า 300 คน พร้อมตะโกนสาปแช่งตลอดเวลา โดยจุดแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหาไปทำแผนคือบริเวณหน้าบ้านของผู้ตายจุดที่ลงมือปีนเข้าบ้าน และบริเวณจุดที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย ท่ามกลางบุคคลในครอบครัวของผู้ตายและน.ส.ชมภัคมนธฑ์ แสนประสิทธิ์หรือฝ้าย อายุ 23 ปี ลูกสาวยืนร่ำไห้อยู่ด้วยความเสียใจและสาปแช่งที่ผู้ต้องหาลงมือฆ่าแม่ของตนเอง ทำให้ตนเองหมดอนาคต

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จุดธูปให้ผู้ต้องหาขอขมาผู้ตายบริเวณหน้าบ้านจุดที่ลงมือแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกจุดหนึ่ง คือบริเวณหน้าร้านขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดหน้าร้านส.รัตนพร 3 ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดไอยรา ก่อนนำตัวกลับไปทำการสอบสวนต่อที่ สภ.คลองหลวง

ทางด้าน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อทราบเหตุที่แท้จริงว่าผู้ต้องหาต้องการสิ่งใด ทั้งนี้เท่าที่สอบปากคำคือผู้ตายประสงค์ต่อทรัพย์และเกิดความแค้นที่ถูกผู้ตายไล่ออกจากงานและดุด่า ซึ่งผู้ต้องหานั้นเป็นบุคคลที่ผู้ตายไว้ใจและมีกุญแจเข้าออกบ้านรู้ที่ไว้ทรัพย์สินเพราะทำงานมากว่า 3 ปี กระทั่งมาถูกไล่ออก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

ตร.รวบแก๊งค้ายา ยี่ห้อใหม่ ไนกี้ ผงะ! พบประวัติสุดโหด

ตำรวจและฝ่ายปกครอง เมืองชุมพร ร่วมกันแถลงข่าว จับแก๊งค้ายาเสพติดไนกี้ ยึดของกลางราคากว่า 250 ล้านบาท เผยประวัติสุดโหดบางคนเคยดวลปืนเจ้าหน้าที่ 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (24 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า  ที่กองบังคับการ ตร.ภ.จว.ชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8, นายณรงค์ พลละเอียด ผจว.ชุมพร, พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พล.ต.ฐิติ ติตถะสิริ ผบ.มทบ.44ล นายพีระ กาญจนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 เปิดแถลงข่าว การจับกุมแก็งค์ค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 กล่าวว่า “เมื่อวันที่ 21 เมย.60 ตำรวจประจำด่านตรวจบ้านพละ โดย พ.ต.ท.ฉลาด พลนาการ รรท.ผกก. สภ.บ้านมาบอำมฤต ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจบ้านพละ พร้อม ร.ท.ประเสริฐ โชติคุตร์ ทหาร ชุด ชป.ร.25 พัน 1 กำลังตั้งด่านตรวจ บนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หมู่ที่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา ทะเบียน 2กท-7549 กทม. มาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้เลี้ยวซ้ายเข้าไปถนนสายบ้านพละ- บ้านมาบอำมฤต จึงขอตรวจสอบ

ยาเสพติด, ไนกี้, ข่าวจังหวัดชุมพร,

พบว่ามีนายเพทาย รักนิ่ม อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 72/1 หมู่ที่ 1 ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา และนายณัฐพงษ์ เริญไธสง อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 2 ต.บ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ วิ่งลงจากรถหลบหนีไปได้แต่ทำใบอนุญาตขับรถตกไว้ และนายภาณุพงค์ จรัลพงค์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 222/7 หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นายเพทาย ได้เร่งเครื่องหลบหนีไปพร้อมกับนายภาณุพงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ขับขี่รถยนต์ไล่ติดตามไป

ต่อมาพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวจอดทิ้งอยู่ในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ ม.11 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยปิดล็อคประตูรถไว้ ใกล้กับที่จอดรถตรวจพบวัตถุห่อด้วย กระดาษฟรอยด์พันทับด้วยกระดาษเทปกาวสีน้ำตาลวางกองใต้ต้นปาล์มน้ำมัน จำนวน 4 ห่อขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่าพบภายในห่อวัตถุดังกล่าวเป็นมียาบ้าซุกซ่อนห่อไว้จำนวนมาก

จึงได้นำสุนัขสงครามออกสะกดรอย ทำการปิดล้อมพื้นที่และเส้นทางต่างๆ บริเวณดังกล่าวไว้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบและติดตามจับกุมผู้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวและผู้มาด้วยที่หลบหนีไป พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์หลังฐาน จ.ชุมพร เดินทางมาที่ด่านตรวจบ้านพละ และตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงที่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวไว้ ตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนพกสั้น แบบออโตเมติก ขนาด .32 กระสุนปืน 7 นัด ตรวจนับยาบ้าที่จับได้จำนวน 248 ห่อ/มัด จำนวน496,000 เม็ด โดยทุกห่อจะมีการตีตรา สัญลักษณ์ NIKE คล้ายกับยี่ห้อรองเท้าชื่อดัง อีกทั้ง ขนาดเม็ดของยาบ้าเล็กลง

ยาเสพติด, ไนกี้, ข่าวจังหวัดชุมพร,

ต่อมาติดตามจับกุมตัวนายเพทาย รักนิ่ม อายุ 33 ปี ผู้ขับรถยนต์เก๋ง ที่บรรทุกยาบ้าของกลางและขับรถหลบหนีการตรวจค้นของตำรวจได้ที่ริมถนนเพชรเกษม ม.4 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร และ ติดตามจับกุมตัว นายบริสุทธิ์ แสงทอง อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 825/9 หมู่ที่ 9 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ขณะขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ตอนครึ่ง ทะเบียน ผม-5499 ชลบุรี มารับ นายณัฐพงษ์ เริญไธสง ผู้ต้องหาที่ลงจากรถวิ่งหลบหนี ขณะตรวจค้น ได้ที่บนถนน ม.11 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร

ออกติดตามจับกุมตัวนายสาธร บัวแก้ว อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 127/3 หมู่ที่ 8 ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ขณะขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน สีดำ ทะเบียน กฉ-4576 พัทลุง มีน.ส.ศิริพร จรัลพงค์ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 222/7 หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นั่งหน้ารถข้างคนขับ และมีนายภาณุพงค์ จรัลพงค์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 222/7 หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นั่งในรถ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดขณะเดินทางหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบถามนายเพทาย และนายภาณุพงค์ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้ามาจาก จ.ราชบุรี จะนำไปส่งที่ จ.พัทลุง โดยตกลงค่าจ้าง 500,000 บาท และผู้ต้องหาอีก 4 คน ร่วมในขบวนการขนยาเสพติด โดยทำหน้าที่ขับรถนำทาง 2 คัน จึงตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายเพทายและนายณัฐพงษ์ เพิ่มเติมว่า “ ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ”

พล.ต.ท.เทศา กล่าวเพิ่มเติม ว่า แก็งค์ดังกล่าวขนยาบ้า มาจากประเทศเมียนมาร์ที่ตั้งโรงงานผลิตตามรอยตะเข็บระหว่างประเทศ เพื่อส่ง ยาเสพติดทั้งหมด ไปยัง ประเทศมาเลเซีย ยาเสพติดทั้งหมด มีมูลค่า 250 ล้านบาท ผู้ต้องหาบางรายมีหมายจับในหลายข้อหา บางรายเคยใช้อาวุธปืนสงครามยิงต่อสู้ตำรวจมาแล้ว นับว่า เป็นแก๊งค้ายาเสพติด และ แก๊งอาชญากรรมรายใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งต้องขอชมเชย ตำรวจชุมพรที่มีความสามารถ ไหวพริบ ในการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง