ชาวบ้านสุโขทัย บริจาคเงินช่วยจัดงานศพเด็ก เหยื่อลุงเมายาบ้าฆ่าข่มขืน

สุดเศร้า ชาวบ้านสุโขทัยบริจาคเงินช่วยจัดงานศพเด็กเหยื่อลุงเมายาบ้าฆ่าข่มขืน

นางบังอร ศาสตร์เพ็ง นางจุฑามาศ ยายและแม่ของเหยื่อฆ่าข่มขืน จากการกระทำของลุง คือ นายเอกพล ที่ติดยาบ้า ได้ทำพิธีเรียกขวัญวิญญาณน้องเบลจากที่เกิดเหตุในพงหญ้า ข้างตลาดไตรรัตน์ อ.เมือง สุโขทัย โดยการนิมนต์พระสงฆ์มาเรียกขวัญวิญญาณพร้อมเครื่องเซ่นสังเวย ตามความเชื่อเพื่อเรียกวิญาณมาทำพิธีรดน้ำศพ และตั้งศพสวดพระอภิธรรม หลังจากน้องชายผู้ตายเล่าให้ครอบครัวฟังว่าเห็นเหยื่อวิ่งเล่นอยู่ในป่า ส่วนที่ศาลาวัดคูหาสุวรรณ อ.เมือง สุโขทัย สถานที่ตั้งศพ เต็มไปด้วยความเศร้าโศก และหดหู่

ชาวบ้านที่ทราบเรื่องได้โพสท์ข้อความทางเฟซบุ๊กเพื่อขอรับเงินบริจาค ส่วนชาวบ้านที่มารดน้ำส่งวิญญาณ ต่างร่วมกันบริจาคเงินสมทบช่วยกันจัดงาน เนื่องจากเป็นครอบครัวที่ยากจน ยายมีอาชีพเก็บขยะของเก่าขาย ส่วนแม่นั้นมีอาชีพรับจ้างรายวัน มีเงินเหลือติดตัวอยู่ไม่ถึง 300 บาท และต้องเจอกับความสูญเสียจนยังไม่สามารถตั้งสติได้

ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดจากกรณีชาวบ้านรุมประชาทันฑ์นายเอกพล และจับตัวส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจับได้ว่านายเอกพลได้ลงมือข่มขืน และฆ่าหลานสาวแท้ๆ อายุ 5 ขวบ จนสภาพศพคอหักสามารถหมุนได้รอบ มีรอยฟกช้ำทั้งสองข้างแก้มและตลอดลำคอลงมาถึงหน้าอก หลังจากควบคุมตัวทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหานายเอกพล 4 ข้อหาคือ 1.พาเด็กอายุไม่เกิน15ปี ไปอนาจาร 2.พรากเด็กไม่เกิน 13 ปีไปจากบิดามารดาเพื่อการอนาจาร 3.กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งไม่ใช่ภรรยาของตนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย 4.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ก่อนนำตัวขออำนาจศาลฝากขังต่อไป

ลูกจ้างโหด เชือดคอแม่ค้าตลาดไทตายหน้าบ้าน ย่านปทุมธานี

ลูกจ้างโหดเชือดคอแม่ค้าตลาดไทตายหน้าบ้าน ย่านปทุมธานี ก่อนหลับหนี ตำรวจเร่งติดตาม

ร.ต.อ.สายันต์ คุณรักษ์ ร้อยเวรสอบสวนสภ.คลองหลวง ได้รับแจ้งฆ่ากันเสียชีวิต ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ที่ม.9 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น เนื้อที่ประมาณ 50 ตารางวา ภายในรั้วบ้านตรงประตูทางออกพบผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย

ทราบชื่อ น.ส.พรพรรณ อายุ 47 ปี มีบาดแผลถูกแทงด้วยอาวุธมีดที่ลำคอ 1 แผล หน้าท้อง 1 แผล มือทั้งสองข้างมีรอยมีดบาดคล้ายลักษณะต่อสู้กันเลือดกระจายอยู่เต็มที่เกิดเหตุ และยังพบกระเป๋าผู้ตายกระจายอยู่ที่ประตูทางเข้า นอกจากนี้ยังพบอาวุธตกอยู่ในที่เกิด และที่ห้องนอนชั้น 2 บ้านคนร้ายได้ขโมยอาวุธปืนขนาด .22 แบบแม็กกาซีนของผู้ตายไปด้วย 1 กระบอกและพยายามที่จะเปิดตู้เซฟของผู้ตายด้วย

จากการสอบถามนางสาวชมภัคมนธฑ์ อายุ 23 ปี ลูกสาวผู้ตาย ทราบว่า ขณะเกิดเหตุ น.ส.พรพรรณ อยู่ที่บ้านคนเดียว โดยที่บ้านทำอาชีพขายผักอยู่ในตลาดไทยและได้มีลูกน้องอยู่หลายคน เมื่อสองสามวันที่ผ่านมาได้ไล่คนงานชื่อ นายธี สัญชาติกัมพูชาอายุประมาณ 30 ปี ออกไป 1 คน ต่อมาก่อนเกิดเหตุแม่ได้โทรศัพท์มาหาตน และมีเสียงตะโกนออกมาว่าอย่าทำกู อย่าทำกู จากนั้นก็เงียบเสียงไปตนจึงกลับมาที่บ้านก็พบว่าคุณแม่ถูกฆ่าตาย ส่วนเพื่อนบ้านเห็นว่าเมื่อช่วงบ่ายนายที ได้ปีนออกมาจากบ้านหลังดังกล่าวและไปขึ้นรถบริเวณแถวตลาดไอยราหลบหนีไป

ด้าน พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี รรท. ผกก.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า คนร้ายน่าจะเข้ามาประสงค์ต่อทรัพย์และมีความโกรธแค้นกับผู้ตายอยู่แล้วจึงได้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายผู้ตายจนเสียชีวิตและได้ขโมย อาวุธปืนของผู้ตายไป ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้สกัดจับไว้ทุกช่องทางแล้ว สวนผู้เสียชีวิตได้ให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่ง นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้ง

ชาวชุมพรมึน! นายทุนฮุบ ‘ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา’ จาก 1,000 ไร่ เหลือ 39 ไร่

ชาวชุมพร มึน! หลังพบความจริงมีนายทุนฮุบ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ที่สงวน จาก 1,000 ไร่ เหลือ 39 ไร่

นายวีระศักดิ์ อายุ 35 ปี อาศัยที่หมู่ 8 ต.นาพญา อ.หลังสวน , นายมณี อายุ 63 ปี อาศัยอยู่หมู่ 9 ต.นาพญา และ นายปรีชา อายุ 73 ปี อาศัยที่หมู่ 8 ต.นาพญา ทั้งหมดมีอาชีพทำสวนปาล์ม เข้าพบผู้สื่อข่าว พร้อมทั้งนำเอกสารเกี่ยวกับที่ดินมาแสดง ด้านนายวีระศักดิ์ ได้นำเอกสารแสดงพื้นที่สาธารณะ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ของ ต.นาพญา อ.หลังสวน จ.ชุมพร ที่ได้มีการออกเอกสารระบุเป็นที่สาธารณะ มีเนื้อที่ 1,000ไร่

พร้อมทั้งนำเอกสารต่างที่แสดงถึงการสูญหายของ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” มาแสดง โดยกล่าวว่าหลัง สำนักงานที่ดินชุมพร มีหนังสือถึงพวกตนให้ไปชี้แนวเขตในการรังวัด “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” เพื่อออกเอกสาร หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง หรือ นสล เมื่อถึงเวลา ทุกคนก็ได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ และ สอบถามรายละเอียด จึงทราบว่า “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” ที่จะนำไปจด นสล.นั้น มีเนื้อที่เพียง 39 ไร่ 2งาน 2ตารางวาเท่านั้น

ต่อมาได้ไปขอตรวจสอบเอกสารเกี่ยวกับที่ดินสาธารณะ จาก ว่าที่ รต.กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน จึงพบว่า “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา” มีพื้นที่มากถึง 1,000 ไร่ จึงขอให้นายอำเภอหลังสวนตรวจสอบก็พบว่า ตามพิกัดของ “ทุ่งเลี้ยงสัตว์นาพญา”ที่ได้ระบุไว้ในเอกสารระบุที่สาธารณะหมู่ที่ 9 ได้กลายเป็นเอกสารสิทธิ์ ประเภท นส.3 ก. บ้าง โฉนดที่ดินบ้าง จำนวนทั้งสิ้น 961 ไร่ โดยแบ่งเป็นแปลงใหญ่ แปลงย่อย มากมายหลายแปลง

แต่ละแปลงมีทั้งนายทุนรายใหญ่ทั้ง ใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร และ จังหวัดอื่นๆเป็นผู้ครอบครอง บางแปลงมีการขายเปลี่ยนมือแล้วหลายทอด บางรายเป็นชื่อของ ผู้นำ บ้าง ของ อดีตนักการเมืองท้องถิ่นบ้างเป็นผู้ครอบครอง เมื่อพบว่าเกิดเหตุการณ์ ดังกล่าว ทำเอา ว่าที่ รต.กิตติภพ รอดดอน นายอำเภอหลังสวน ถึงกับออกอาการมึนและรับปากกับชาวบ้านทั้ง 3 คนว่าจะดำเนินการสอบสวนหาข้อเท็จจริง