อ.เจษ เผย แพทยสภา เร่งสอบแล้ว หนังสือหมอขายดี แต่เนื้อหาอันตราย

เตือนภัยหนังสือหมอติดอันดับขายดี เนื้อในอาบยาพิษ ห้ามคนป่วยมะเร็งใช้คีโม เหยียดหยามสมุนไพรไทย 

จากกรณีที่ แฟนเพจ แหม่มโพธิ์ดำ ได้มีการโพสต์ภาพและข้อความเตือนภัยเกี่ยวกับหนังสือหมอที่ขายดีจนติดอันดับ โดยเนื้อหาภายในหนังสือ มีการ บิดเบือนข้อมูลการแพทย์แผนปัจจุบันแบบซึ่ง ๆ หน้า แถมยังโจมตีแพทย์แผนไทย การใช้สมุนไพรไทยนั้น

วันนี้ (22 เม.ย. 60) รศ. ดร. เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเปิดเผยว่า

จากเรื่องดังกล่าวขณะนี้ทางแพทยสภากำลังดำเนินการตรวจสอบแล้ว พร้อมกับเผยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องที่อันตรายมาก พร้อมกับขอแนะนำว่า ไม่ควรเชื่อตามที่หนังสือดังกล่าวระบุไว้

สำหรับเรื่องราวที่เพจดังได้โพสต์เตือนภัยได้มีข้อความระบุว่า ‘หลายวันนี้ลูกเพจเป็นหมอหลายคนส่งข้อความมาคุย เรื่องหนังสือหมอเล่มนี้ว่าอันตรายมาก ไอ้คนเขียนนี่เป็นหมอจริง ๆ หมอแท้ ๆ ที่จบแพทยศาสตรบัณฑิตมาเลย เป็นหมอทั่วไป ไม่ได้จบเฉพาะทางใด ๆ มา แต่เคลมว่าตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร เขียนหนังสืออวยสมุนไพรตัวเอง ดูผิวเผิน อินโฟกราฟฟิค งดงามแต่เนื้อหาในเล่มน่าตกใจมาก

เป็นการบิดเบือนข้อมูลการแพทย์แผนปัจจุบันแบบซึ่ง ๆ หน้า แถมยังโจมตีแพทย์แผนไทย การใช้สมุนไพรไทย ที่ปรกติไม่ได้มีราคาค่างวดอะไรแพง ๆ ว่า เป็นสมุนไพรกาก ๆ รักษาโรคไม่หาย ต้องเป็นสมุนไพรแพง ๆ ที่มันขายเท่านั้น ยาความดัน ยาละลายลิ่มเลือด อินซูลินฉีดคนเป็นเบาหวานให้เลิกใช้ มาซื้อสมุนไพรแพงๆดีกว่า ซึ่งการเสี้ยมสอนให้คนไข้ลดยาพวกนี้เองโดยไม่บอกหมอ จะทำให้คนไข้เกิดอาการรุนแรง ความดันสูง เส้นเลือดในสมองแตก น้ำตาลในเลือดสูงจนช็อก ตายกันง่าย ๆ เลย

นี่มันยิ่งกว่าแชร์ลวงโลกมะนาวโซดา เม็ดลิ้นจี่เซี่ยงจี้แก้โรคไต เพราะคนเขียนเป็นหมอ แต่เลือกถีบคนไข้ลงนรกเพื่อเงิน ที่เลวร้ายสุด ๆ ท้ายเล่มบอกว่าเคมีบำบัดจะไปร่วมมือกับมะเร็งทำให้มะเร็งลุกลามขึ้น แล้วจะใช้เคมีบำบัดไปทำไม มาซื้อยาสมุนไพรแพง ๆ ของเขาไปกินแทนสิ โอ้โห ตบหน้า WHO และแพทยสภาด้วยความโลภของตัวเอง ทั้งหมดที่ว่ามานี้ มันเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า

นี่คือหมอสารเลว หมอชั่ว หมอไร้จรรยาบรรณ ที่หลอกลวงประชาชน บิดเบือนข้อมูลการแพทย์เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองอย่างชัดเจน ตอนนี้หนังสือเล่มนี้ขึ้นตำแหน่งหนังสือขายดีของหลาย ๆ ร้าน เพราะดูน่าเชื่อถือรูปเล่มสวยงาม แต่คนอ่านไม่รู้หรอกว่านี่คือขนมหวานที่เคลือบอยู่บนยาพิษถึงตายโดยแท้ พ่อจ๋าแม่จ๋า ช่วยควีนด้วยนะคะ ช่วยกันแชร์ไปเยอะๆให้เป็นประเด็น มาใช้พลังโซเชียลกดดันเรื่องนี้ แพทยสภามันจะได้ตั้งกรรมการสอบไอ้หมอชั่วคนนี้ได้’

แชร์ว่อนคลิป คนขับ-กระเป๋ารถร่วม ปรี่ทำร้าย คนขับรถ ขสมก.

คลิปคนขับ-กระเป๋ารถร่วมปรี่เข้าทำร้ายคนขับรถ ขสมก. ฉุนขับเบียดแย่งผู้โดยสาร ก่อนจะพยายามขับรถชนท้าย ทั้งๆ ที่เพิ่งไกล่เกลี่ยกันออกจากโรงพัก 

วันนี้ (22 เม.ย. 60) ได้เกิดเป็นฮือฮาถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อผู้คนในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อคลิปนาทีสุดระทึก ขณะคนขับและกระเป๋ารถเมล์ร่วมบริการ ปรี่เข้าทำร้ายคนขับรถของ ขสมก. หลังจากไม่พอใจที่มีการขับแย่งผู้โดยสารกันระหว่างทาง

โดยคลิปได้เผยให้เห็นภาพของคนขับและกระเป๋ารถร่วมสวมเสื้อสีน้ำเงินได้จอดรถเทียบกับรถเมล์ของ ขสมก . จากนั้นทั้งสองได้เดินลงจากรถและเข้าไปกระชากแขนคนขับรถ ขสมก. อย่างรุนแรง พร้อมทั้งต่อว่าเสียงดังด้วยคำหยาบ ขณะที่ผู้ที่ใช้เฟซบุ๊ก ‘Panita Sorheng‘ ได้มีการโพสต์ข้อความเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ว่า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวานที่ผ่านมา (20/04/60) ประมาณเวลา 14:30 น.
*พ่อเราเป็นคนขับรถเมล์สาย 71 (ขสมก) ไปกลับสวนสยาม-วัดธาตุทอง / ส่วนคู่กรณีเป็นคนขับรถรถเมล์สาย 71 (รถร่วมคันสีส้ม) เบอร์รถ 65 ตลาดปัฐวิกร-วัดธาตุทอง

**เรื่องมีอยู่ว่าคนขับรถร่วมบอกว่าพ่อเราขับรถเบียดรถเขา((ทั้งที่พ่อเราไม่ได้เบียด))ตั้งแต่ช่วงระหว่างเส้นทางแยกคลองตันจนมาถึงที่เกิดเหตุป้ายแพทย์ปัญญา หลังจากนั้นคนขับรถร่วมก็มาจอดเทียบคู่คันพ่อเรา. แล้วกระเป๋ารถเมล์รถร่วมก็ตะโกนด่าด้วยถ่อยคำหยาบคาย จนคนขับรถร่วมลงมาจากรถตอนไหนไม่รู้

รถเมล์, คนขับรถเมล์, รถร่วม, ขสมก.

ในขณะที่พ่อเราเผลอเขาก็เดินมาข้างรถแล้วกระชากแขนพ่อเราและกระชากคอเสื้อแล้วชกต่อยเข้าที่หน้าอกพ่อเราหลายที (แต่ในคลิปไม่ได้ถ่ายตอนพ่อเราโดนต่อย) แล้วกระเป๋ารถเมล์ก็ด่าๆ ตามในคลิป จนตำรวจเข้ามาห้าม แล้วให้ไปเคลียร์กันที่โรงพัก แต่พอจะขับรถออกจากที่เกิดเหตุพ่อเราอยู่เลนซ้ายสุด ส่วนคู่กรณีอยู่เลน 2 ได้ปาดหน้าเข้ามาเลนซ้ายเพื่อจะให้ชนท้ายรถอีก…

**ประเด็นคือได้พูดออกมาด้วยว่า **((พวกมึงอะมีเงินเดือนกิน แต่กูอะไม่เงินเดือน))** เราเลยคิดว่าการที่เขาหาว่าพ่อเราขับรถเบียดก็คงไม่ใช่เหตุผลหรอก คือเอาง่ายๆ เขาคิดว่าพ่อเราแย่งผู้โดยสาร ทั้งที่มันขึ้นอยู่กับผู้ใช้บริการรถเมล์หรือเปล่าที่เขามีสิทธิ์ที่จะเลือกขึ้นรถคันไหนไม่ขึ้นคันไหน

#งงใจ #ไม่พร้อมทำงานบริการแล้วทำทำไม #หัวร้อนอะไรขนาดนั้นถึงต้องต่อยพ่อกู!! #ที่แค้นที่สุดก็ตอนที่ด่าบุพการีคนอื่น ยังไงก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด!!#สายนี้หาเรื่องพ่อเราบ่อยมากๆ Narong Sorheng นุชนาฏ พลายแก้ว

เช็คด่วน! 5 ประเภทกิจการที่มีการเลิกจ้างสูงสุดเดือน มี.ค.

แรงงาน เผย 5 สถานประกอบกิจการที่มีการเลิกจ้างสูงสุดเดือน มี.ค. ชี้ อันดับแรกเป็นกิจการประเภทการผลิตและจำหน่าย

นายสุเมธ มโหสถ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ( กสร. ) กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า สำหรับข้อมูลการเลิกจ้างที่ลูกจ้างได้มายื่นคำร้องกับพนักงานตรวจแรงงานในเดือนมีนาคม 2560 มีลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 221 คน ลดลงจากเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งมีลูกจ้างที่ถูกเลิกจ้าง จำนวน 1,536 คน อัตราการเลิกจ้างในระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ขณะที่จำนวนผู้ประกันตนรายใหม่ในเดือนมีนาคม 2560 เพิ่มขึ้นจากเดือนกุมภาพันธ์ 2560จำนวน 32,794 คน ซึ่งเมื่อวิเคราะห์จากภาพรวมแล้วถือได้ว่าสถานการณ์การเลิกจ้างและแนวโน้มการเลิกจ้างมีทิศทางที่ดีขึ้น สำหรับสถานประกอบกิจการที่มีการเลิกจ้างในช่วงเดือนมีนาคม 2560 มีจำนวน 42 แห่ง

โดยแบ่งเป็นกิจการที่มีการเลิกจ้าง 5 อันดับแรก ดังนี้ 1) กิจการประเภทการผลิตและจำหน่าย 2) กิจการสื่อสาร โทรคมนาคม 3) กิจการโรงแรม/สถานบันเทิง/งานบริการ 4) กิจการประเภทอื่นๆ (เช่น จัดทำเอกสาร ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า ฯลฯ)/รักษาความปลอดภัย และ 5) กิจการก่อสร้าง/ขนส่ง