ตร.พัทยางานชุก หลังสาวจี้ล่าตัวตร.อาสากร่าง ข่มขู่-ทำร้ายวันไหลสงกรานต์

สาวโพสต์จี้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งตามจับ ตำรวจอาสากร่างข่มขู่-เข้าทำร้ายบาดเจ็บ ขณะร่วมงานวันไหลสงกรานต์พัทยา 

วันนี้ (22 เม.ย. 60) ในโลกออนไลน์ได้เกิดเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เมื่อมีหญิงสาวรายหนึ่งได้โพสต์ภาพบาดแผลรอยเขียวช้ำที่เกิดขึ้นตามร่างกาย หลังเธออ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจอาสาทำร้ายระหว่างร่วมงานวันไหลสงกรานต์พัทยา

โดยเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านเพจ Suphitnun Ning Phalanisong ที่เผยให้เห็นภาพปากเจ่อมีบาดแผลและรอยช้ำที่แขนและบริเวณขาพับ พร้อมกับระบุข้อความว่า ‼️‼️โปรดแชร์…อย่าเลื่อนผ่านเฉยๆ‼️‼️
เรื่องมันคงไม่จบแค่นี้ค่ะ!!!

วันไหลพัทยา, ตำรวจอาสา, ข่าวพัทยา, ข่าวจังหวัดชลบุรี

#อาสาพัทยาทำร้ายร่างกาย…แถมยังเอาปืนขู่

…เนื่องด้วยเมื่อคืนวันที่ 21 เวลา ตี2 เดินออกมาจากร้านนั่งชิว แล้วมีคนเรียกเพื่อนเราไปอีกฝั่งของถนน ก็มีรถตำรวจขับมาจอด แล้วจากนั้นเพื่อนเราก็เรยวิ่งข้ามถนนมา หลังจากนั้นก็มีอาสาตำรวจเข้ามาล้อมเพื่อนไว้ แล้วบอกเอาบัตรประจำตัวประชาชนมา นี่ก็เลยบอกว่าจะเอาไปทำไม เราไม่ได้ทำอะไรผิด

หลังจากนั้นก็เลยลากเพื่อนเราขึ้นรถไป เราก็วิ่งมาเอาเอกสารที่โรงแรมเพื่อที่จะไปยืนยันว่าเรามาเที่ยวแต่เขาไม่ฟังอะไรเรย คุยกันอยู่สักพัก อาสาคนนึงก็พูดขึ้นว่า “รึมึงจะเอา” จากนั้นก็บีบคอเพื่อนเราพร้อมผลักล้มลงไปกับพื้น เราบอกเขาว่าทำไมทำแบบนี้ “เขาเดินตรงมาที่เราแล้วพูดว่ารึมึงจะเอาอีกคน”

หลังจากนั้นเขาก็ได้ชกเข้าที่หน้าเราหลายครั้งมากจนหน้าเราบวม เราเลยป้องกันตัวโดยการผลักออก แต่มีอีกคนวิ่งเข้ามาเตะที่ขาของเราจนขาบวมและช้ำ เราตะโกนบอกให้คนช่วยแต่ไม่มีใครกล้าเข้ามาช่วยเพราะอาสาคนนั้นควักปืนออกมาบอกว่าเข้ามาสิ ใครจะช่วยเข้ามาเรย เราเลยวิ่งเข้าไปหาตรงที่มีคนเยอะๆ หลังจากนั้นอาสากลุ่มนั้นก็หายไป

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไป ก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามตำรวจอาสากลุ่มดังกล่าวมาดำเนินคดี  เพราะถือว่าเป็นการใช้อำนาจหน้าที่เกินกว่าเหตุ บังคับทำร้ายข่มขู่โดยไม่มีที่มาที่ไป อีกทั้งยังเป็นการสอบถามถึงที่มาที่ไปของเหตุที่เกิดขึ้น เพื่อจะได้ให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2  ฝ่าย

ครูหล่อ วอนหยุดแชร์ ข่าวลวงอ้างมีเซ็กซ์กับนักเรียนสาวจนถูกไล่ออก

ครูหนุ่มหน้าตาดีโวย หลังมีภาพฉาวอ้างมีเซ็กซ์ กับนักเรียนจนถูกไล่ออก ยันข่าวลวง วอนอย่าแชร์ 

วันนี้ (22 เม.ย. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ได้มีการโพสต์ข้อความเรียกร้องให้คนในโลกออนไลน์ อย่าแชร์ส่งต่อข้อความข่าวที่อ้างว่า ไล่ออกครูภาษาไทย หลังมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนชั้น ม.4 ที่เกิดเป็นกระแสฮือฮาอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากข่าวดังกล่าวเป็นข่าวลวงที่สร้างขึ้นมาเพื่อหวังยอดไลค์กดแชร์ จนสร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวที่ปรากฏอยู่ในภาพ

ข่าวลวง, ครู, มีเซ็กซ์กับนักเรียน

โดยมีข้อความระบุว่า เลวมาก.. จรรยาบรรณอยู่ไหน
เขียนข่าวมั่วๆ .. เอารูปไปใช้แล้วเบลอหน้าคิดว่าจะไม่มีใครจำได้เหรอ อย่างน้อยคนที่รู้จักกูเค้าก็จำได้
#เสียหายนะทำแบบนี้ #เกิดอะไรขึ้นใครจะรับผิดชอบ
#ขอแจ้งให้ทราบไว้ณที่นี้เลยนะครับ #ผมไม่ได้ไปทำอะไรแบบในข่าวนี้ #และผมไม่ได้สอนมัธยม #ที่สำคัญผมไม่ได้สอนภาษาไทย
#เหี้ยมาก
#ฝากแชร์ให้เห็นความระยำของคนเขียนข่าวด้วนะครับ

ทั้งนี้เมื่อข้อความได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่โจมตีการกระทำของเพจข่าวลวงที่หวังแต่ยอดคนติดตามแต่ไม่คำนึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับคนในภาพ ทั้งๆ ที่ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะที่บางส่วนได้แนะนำให้เจ้าของเฟซบุ๊กซึ่งเป็นบุคคลที่ได้รับความเสียหายจากข่าวลวงที่เกิดขึ้นนำเรื่องเข้าแจ้งความเพื่อไล่ล่าเจ้าของเพจมาดำเนินคดี จะได้เป็นเยี่ยงอย่างและป้องกันไม่ให้กระทำการดังกล่าวขึ้นซ้ำอีก

โพล เผย ประชาชนหนักใจปัญหา เศรษฐกิจ-ทุจริต-ขัดแย้งทางการเมือง

โพล เผย ประชาชนร้อยละ 87.92 หนักใจปัญหาเศรษฐกิจ ทุจริตคอร์รัปชั่น และความขัดแย้งทางการเมือง จี้ รัฐบาลเร่งแก้ไข

สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ 1,167 คน เรื่อง “ปัญหารุมเร้ารัฐบาล ณ วันนี้ ที่ประชาชนหนักใจ” ระหว่างวันที่ 17-21 เม.ย. ที่ผ่านมา พบว่า ประชาชน ส่วนใหญ่ ร้อยละ 87.92 หนักใจ ปัญหาเศรษฐกิจ โดยมองว่าเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลยังแก้ไม่ตก ส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งเรื่องของกินของใช้แพง ราคาผลผลิตตกต่ำ การส่งออกมีปัญหา คนตกงาน ว่างงาน เป็นต้น

ขณะที่ ร้อยละ 76.61 หนักใจ ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะยังพบการทุจริตจำนวนมากโดยเฉพาะโครงการต่างๆ ของภาครัฐ ไม่มีการตรวจสอบที่จริงจังและเข้มงวด, ร้อยละ 70.45 ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง เพราะ เป็นเรื่องที่จัดการได้ยาก มีเรื่องผลประโยชน์เกี่ยวข้อง รัฐบาลยังไม่สามารถสร้างความปรองดองทางการเมืองได้อย่างแท้จริง ร้อยละ 64.78 ปัญหา การบังคับใช้กฎหมาย การใช้มาตรา 44 เพราะมีกระแสต่อต้านว่า ถูกรัฐบาลปิดกั้น ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ 2 มาตราฐาน และ ร้อยละ 61.18 ปัญหารเรื่องการเลือกตั้ง เพราะมีผลต่ออนาคตของประเทศ กระบวนการขั้นตอนต่างๆ ยังไม่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ประชาชนได้มีการเสนอทางแก้ไขให้รัฐบาลเร่งดำเนินการ ในแต่ละปัญหาที่ที่แสดงความหนักใจ อาทิ เรื่องเศรษฐกิจ อยากให้คัดสรรผู้มีความรู้ความสามารถเข้ามาช่วยเพิ่มเติม หรือปัญหา ทุจริตคอร์รัปชั่น เร่งให้ภาครัฐชี้แจงให้ประชาชนรับรู้ มีเอกสารหลักฐานประกอบ หรือปัญหาขัดแย้งการเมือง ที่ขอให้ทุกฝ่ายเลิกมีอคติ และให้ความร่วมมือกันทุกฝ่าย