เปิดใจเจ้าของร้าน ‘ยำแซบเว่อร์’ คนไม่มีเงิน-ผู้ยากไร้ กินฟรี

เปิดใจเจ้าของร้าน ‘ยำแซบเว่อร์’ ร้านที่ถูกแชร์ชื่นชมจากชาวโซเชียลล้นหลาม ติดป้ายหน้าร้าน “คนไม่มีเงิน คนเร่ร่อน คนพิการ กินฟรี” 

กลายเป็นอีกร้านที่โด่งดังถูกพูดถึงในโลกออนไลน์เมื่อก่อนหน้านี้ สำหรับร้านยำแซบเว่อร์ รถขายยำฟู้ดทรัค ติดป้ายโดดเด่นเรียกลูกค้าว่า ไม่มีตังค์กินฟรี รวมทั้งคนชรา คนท้อง คนเร่ร่อน คนพิการ ก็สามารถกินฟรีได้ จากสโลแกนดังกล่าว ทำเอาชาวเน็ตฮือฮาชื่นชม พร้อมทั้งแชร์บอกต่อให้ความสนใจอย่างกว้างขวางเป็นจำนวนมาก

วันนี้ทีมข่าว MThai ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ “นก ศรากร เกิดเขาทะลุ” และ “แจง จุรีภรณ์ เมืองชุม” เจ้าของร้าน ‘ยำแซบเว่อร์’ ได้มาเปิดใจถึงจุดเริ่มต้นของการติดป้ายให้คนยากไร้กินฟรีว่า ตนเคยไม่มีเงินมาก่อน พอวันหนึ่งเริ่มจะมี ก็อยากจะเป็นผู้ให้คนอื่นบ้าง ซึ่งคนที่ไม่มีเงินบางคนไม่กล้ามาบอกว่าขอกินฟรี จึงเขียนป้ายบอกไว้เลย อาจทำให้คนที่ไม่มีเงิน กล้าขอกินฟรีมากขึ้น ถือเป็นการเปิดโอกาสให้คนส่วนหนึ่งที่ไม่มีจะกินได้อิ่มท้องไปอีกมื้อ

แม้จะได้รับความสนใจอย่างมากจากโลกออนไลน์ ด้วยป้ายสโลแกนร้านอันโดดเด่น ชูความใจดี แบ่งปันคนยากไร้ แต่จริงๆ แล้วนั้น “คุณศรากร” เผยว่า จุดเด่นของร้านไม่ใช่เพื่อให้คนไม่มีเงิน กินฟรี แต่เป็นรสชาติของอาหาร ซึ่งทางร้านเน้นเรื่องอาหารมากกว่าการขึ้นป้าย มีทั้งปูม้า กุ้ง หอย ปู ปลา สดใหม่ สะอาด อร่อยแน่นอน

สุดท้าย เจ้าของร้านใจดี ฝากทิ้งท้ายว่าหากสนใจอยากมาอุดหนุนที่ร้านยำแซบเว่อร์ ทางร้านยินดีต้อนรับลูกค้าทุกคนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม หากไม่มีเงินก็สามารถเข้ามารับประทานฟรีได้ เพราะทางร้านเปิดกว้างสำหรับทุกคน และยินดีต้อนรับจากใจจริง

จริงๆ แค่อยากจะทำร้านเป็นแบบอย่างให้อีกหลายๆ ร้าน หลายๆ คนที่มีโอกาสแต่ยังไม่เคยทำ เราทำไปเพื่อช่วยเหลือคนที่ด้อยโอกาสกว่า มันเป็นความรู้สึกทางใจ ได้แบ่งปันรอยยิ้มกับคนรอบข้าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เรามีความสุข

สำหรับร้านยำ แซบ เว่อร์ ตั้งอยู่บริเวณถนนเลียบคลองสาม ตรงข้ามกับโรงเรียนสามัคคีราษฎร์บำรุง เทศบาลนครรังสิต ปทุมธานี มีอาหารประเภทสารพัดยำ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 17.00 -23.00 น. หรือโทร 089-7655522

ชื่นชม! หมอ-พยาบาลช่วยสาวพม่าคลอดลูกกลางสกายวอล์ค อนุสาวรีย์ชัยฯ

สาวพม่าคลอดลูก กลางสกายวอล์ค บีทีเอส อนุสาวรีย์ชัยฯ หมอพยาบาลออกเวรกำลังกลับบ้าน เข้าให้การช่วยเหลือ ปลอดภัยทั้งแม่และเด็ก

วันนี้(21 เม.ย.) เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานีบีทีเอสอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้รับแจ้งว่าพบหญิงสาวคลอดลูกกระทันหันบริเวณทางเข้าสกายวอร์คบีทีเอสสถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จึงเดินทางไปตรวจสอบ โดยสถานที่เกิดเหตุพบ นางหอม ลุงตาม่อง อายุ 20 ปีชาวเมียนมาในสภาพอิดโรย ได้คลอดเด็กทารกเพศชาย โดยเบื้องต้นได้มีหมอและพยาบาลหลายคนที่ออกเวรแล้วกำลังเดินทางกลับบ้านเข้าให้การช่วยเหลือปฐมพยาบาลเนื่องจากเด็กทารกคลอดออกมาไม่หายใจ โดยมีเจ้าหน้าที่แพทย์ฉุกเฉินจากโรงพยาบาลราชวิถีนำเครื่องมือมาช่วยตัดสายรกเด็กและทำ MCR เด็กทารกเบื้องต้นก่อนนำตัวทั้งแม่และเด็กนำส่งไปยังโรงพยาบาลราชวิถีที่อยู่ใกล้เคียง

ด้าน นายอง ลุงตาม่อง อายุ 22 ปี ชาวเมียร์มา สามีของนางหอมกล่าวว่าตนและภรรยาได้เดินทางจากอำเภอสำโรง จังหวัดสมุทรปราการ เผื่อมาคลอดลูกที่โรงพยาบาลราชวิถี โดยระหว่างทางนางหอมได้มีอาการปวดท้องจะคลอดลูกและมีน้ำคล่ำไหลบน สกายวอร์ค บีทีเอส สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ก่อนถึงโรงพยาบาลราชวิถี เพียง 300 เมตร และได้คลอดเด็กทารกเพศชายออกมา

โดยล่าสุด สาวชาวเมียนมาและเด็กทารกเพศชาย น้ำหนัก 1,200 กรัม ที่คลอดบน สกายวอร์ค บีทีเอส สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ มีอาการปลอดภัย แต่ตัวเด็กทารกต้องเข้าตู้อบให้เครื่องช่วยหายใจและดูอาการก่อน เนื่องจากเด็กทารกมีน้ำหนักน้อยและคลอดออกมาในช่วงเวลาที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 37 องศา รวมทั้งสถานที่ที่มีสภาวะแวดล้อมไม่เหมาะสม

หนุ่มหนองคาย ผูกคอลาโลก ทิ้งจดหมาย “ลาก่อนแม่ ผมรักแม่นะ”

“ลาก่อนแม่ ผมรักแม่นะ” หนุ่มหนองคายวัย 26 ปี ทิ้งจดหมายลาตายให้แม่ดู ก่อนผูกคอตายลาโลก

วันนี้(21 เม.ย.) ร.ต.อ.เชาวลิต ศรีไพร รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ศรีเชียงใหม่ รับแจ้งเหตุคนผูกคอตายที่บ้านเลขที่ 193 ม.5 บ้านวังน้ำหมอก ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนปลูกชั้นเดียว พบศพนายวิชิต เมืองแสน อายุ 26 ปี โดยญาติๆได้นำศพลงมานอนไว้ที่พื้น แพทย์ชันสูตรศพไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย มีรอยช้ำเป็นวงบริเวณลำคอ และในที่เกิดเหตุพบเชือกไนล่อนห้อยอยู่ที่บริเวณขื่อในห้องครัวหลังบ้านและพบจดหมายลาตายเขียนว่า “ลาก่อนแม่ ผมรักแม่นะ”

จากการสอบถามนางสุภาพ รักษาภักดี อายุ 62 ปี มารดาผู้ตายทราบว่าช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้ตายบ่นอยากตาย ญาติๆได้แต่ปลอบใจ และไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงอยากตาย เพราะครอบครัวแม้จะยากจนแต่ก็อยู่กันอย่างมีความสุข และได้ช่วยกันดูผู้ตายไม่ให้คลาดสายตา แต่มาวันนี้ทุกคนได้ออกจากบ้านไปทำธุระตั้งแต่เช้า เมื่อกลับมาเรียกหาผู้ตายไม่พบ มาพบว่าได้ใช้เชือกผูกคอตัวเองตายอยู่ห้องครัวหลังบ้านเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด และได้สอบถามกับญาติๆทุกคนโดยไม่มีใครติดใจในการเสียชีวิต จึงได้มอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป