เตือนภัย! เล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก หลังพบผู้เสียหายสูญเงินกว่า 3 ล้านบาท

ผู้เสียหายเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกโกงเงินรวมกว่า 3 ล้านบาท จากการเล่นแชร์ผ่านเฟซบุ๊ก

ผู้เสียหายจากการเล่นแชร์ทางเพจเฟซบุ๊กชื่อ “มันนี่ บี ออมเงิน ออมทอง” เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังถูกโกงเงิน รวมกว่า 3 ล้านบาท โดยผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวแห่งหนึ่งในอำเภอเมืองนครราชสีมา ใช้เว็บไซต์ Facebook ตั้งเพจ “มันนี่ บี ออมเงิน ออมทอง” เพื่อชักชวนให้มาร่วมเล่นแชร์ โดยอ้างว่า มีนายทุนใหญ่ นำเงินไปลงทุนหลายอย่าง ซึ่งให้ดอกเบี้ยกับผู้เล่นแชร์สูงถึง 10% ในรอบ 5 วัน

โดยตั้งเป็นวงแชร์ 1,000 ถึง 20,000 บาท ซึ่งมีหลายวง พร้อมโพสต์หลักฐานการโอนเงินให้สมาชิกในกลุ่มตลอด ทำให้มีผู้หลงเชื่อ ลงทุนไปทั้งหมดกว่า 90,000 บาท ช่วงแรกจะได้เงิน แต่ช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา ท้าวแชร์คนดังกล่าวไม่จ่ายเงิน ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย โดยอ้างว่านายทุนมีปัญหาด้านการเงิน

โดยขณะนี้มีผู้เสียหายที่เข้ามาแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรเมืองนครราชสีมาทั้งหมด 7 คน และหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะรวบรวมผู้เสียหายรายอื่น ๆ ซึ่งมีมากกว่า 60 คน ที่อยู่ในจังหวัดอื่น ๆ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท เพื่อดำเนินคดีต่อไป

สั่งล่าแก๊งลัก ปะการังจาน อายุพันปี สูญหายจากเกาะเวียง

ชาวบ้านร้อง จนท. เร่งหามาตรการจัดการ หลังปะการังจาน อายุพันปี บนเกาะเวียง  ถูกขโมยไปจากถ้ำในเกาะ 

ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า วานนี้ (23 พ.ค. 60) นายวรรณ ชาตรี ผอ.ส่วนสำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ชุมพร ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า ปะการังจานขนาดใหญ่มีอายุนับพันปี ซึ่งเป็นจุดไฮไลท์สร้างสีสันให้ชุมชน ได้หายไปจากถ้ำหน้าอ่าวกรวด บนเกาะเวียง

โดยนางสาวเจียมจิตร หรือ ป้าเขียว ผู้ประกอบการนำเที่ยวชุมชนชื่อ “กรีนนำเที่ยว” ซึ่งเป็นผู้เข้าแจ้งเรื่องกับเจ้าหน้าที่เผยว่า  เมื่อวันที่ 22 พ.ค. ที่ผ่านมาได้มีนักท่องเที่ยวไปดำน้ำ ชมปะการังนานาชนิดที่บริเวณหมู่เกาะเวียงอยู่ห่างจากฝั่งประมาณ 4 กิโลเมตร พบว่าปะการังจานซึ่งเป็นปะการังขนาดใหญ่อายุนับพันปีมีความกว้างกว่า 5 เมตร ถูกขโมยไป  ส่งผลทำให้ตนและชาวบ้านในชุมชน รู้สึกหดหู่และเสียใจอย่างมาก เนื่องจากปะรังจานเป็นสัญลักษณ์ของชุมชนยากที่จะประเมินค่าได้

ปะการังจาน, ปะการัง, ข่าวจังหวัดชุมพร

ทั้งนี้นอกจากปะการังจานแล้ว หอยมือเสือที่อยู่รอบๆ เกาะ จำนวนมากปัจจุบันถูกขโมยนำเนื้อและเปลือกไปขายเนื่องจากมีราคาแพง และต้นเทียนทะเลซึ่งเป็นไม้แคระต้นเตี้ยเนื้อแข็งเป็นไม้อายุยืนนับร้อยปีขึ้นไปที่ขึ้นอยู่บนเกาะเวียงก็ถูกขโมยนำไปตัดแต่งกิ่งดัดเป็นบอนไซขายในราคาแพงให้กับเศรษฐี ดังนั้นเพื่อเป็นการเร่งแก้ไขปัญหาเพื่อป้องกันไม่ให้ทรัพยากรธรรมชาติหายากในพื้นที่สูญหายไปอีก จึงได้เข้าร้องเรียนให้ทางเจ้าหน้าที่ได้หามาตรการป้องกันดังกล่าว

เบื้องต้นหลังได้รับแจ้งเรื่องทางเจ้าหน้าที่สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ชุมพร ก้ได้ลงพื้นที่ทันที โดยบริเวณดังกล่าวเป็นหมู่เกาะเวียงที่มีเกาะเล็กเกาะน้อยอยู่ใกล้ๆ กันหลายเกาะ มีนักท่องเที่ยวมาดำน้ำดูปะการังอย่างต่อเนื่อง

ปะการังจาน, ปะการัง, ข่าวจังหวัดชุมพร

โดยเจ้าหน้าที่ได้ลงไปดำสำรวจยังจุดปะการังจานที่ถูกขโมยไปจากถ้ำดังกล่าวที่มีความกว้างกว่า 10 เมตร แต่บริเวณปากถ้ำมีช่องทางเข้า 3 ช่องทางกว้างช่องทางละ 1 เมตร เนื่องจากมีหินขนาดใหญ่ 2 ก้อนขวางปากถ้ำอยู่ เจ้าหน้าที่เข้าไปในถ้ำลึกประมาณ 10 เมตร ตรวจสอบพบมีร่องรอยการขุดเจาะตัดเอาปะการังจานออกไปจากโขดหินที่ใช้เป็นฐานยึดเกาะมีเศษแตกหักตกหล่นอยู่จำนวนหนึ่ง

เมื่อเจ้าหน้าที่สำรวจออกมาจนถึงทางออกหน้าถ้ำช่องทางขวาสุดได้พบกับซากปะการังจานดอกขนาดใหญ่ถูกเคลื่อนย้ายมากองทิ้งไว้ที่จุดดังกล่าวลักษณะแตกหักเป็นเสี่ยงๆ 3 ชิ้น คาดว่ากลุ่มบุคคลที่เข้ามาขโมยพยายามเคลื่อนย้ายปะการังจานซึ่งมีขนาดใหญ่กว่า 5 เมตร และน้ำหนักประมาณ 1000 กิโลกรัม ออกไปจากปากถ้ำไม่ได้

เนื่องจากปากถ้ำมีความกว้างเพียง 1 เมตร จนแตกหักจึงทิ้งกองไว้บริเวณดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้เคลื่อนย้ายออกไปเก็บไว้เป็นหลักฐานในจุดที่ปลอดภัย พร้อมกับรายงานผู้บังคับบัญชาเพื่อวางมาตรการเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นอีกในอนาคต

จบด้วยดี! ‘น็อต กราบรถ’ ยอมชดใช้ค่าเสียหายคู่กรณีในการผ่าตัดจมูก

ปิดคดี’น็อต กราบรถ’ หลังยอมชดใช้ค่าเสียหายคู่กรณีในการผ่าตัดจมูก

เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 24 พ.ค.60 ที่ห้องไกล่เกลี่ย ชั้น7 ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถ.เจริญกรุง 63 ศาลนัดไกล่เกลี่ยความเสียหายคดีที่อัยการ ฟ้อง นายอัครณัฐ หรือน็อต กราบรถมินิ กับเพื่อน ร่วมทำร้ายร่างกายนายกิตติศักดิ์ สิงห์โต หรือ บอย พนักงานคัดกรองเอกสาร สรรพากร คู่กรณีขี่ จยย.เฉี่ยวชน พร้อมบังคับให้ยกมือกราบรถเหตุเกิดเมื่อวันที่ 4 พ.ย.59

โดยอัยการสำนักงานคดีอาญากรุงเทพใต้ 2 ได้ยื่นฟ้อง นายอัครณัฐและนายวิทวัส ศรีบัณฑิตมงคล อายุ 29 ปีเพื่อนของนายอัครณัฐเป็นจำเลยที่ 1-2 ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้วันที่ 1 พ.ค.60 ที่ผ่านมา ในความผิดฐานร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและความผิดต่อเสรีภาพอีกรวม 3 ข้อหา

ทางด้านนายสงกรานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความเปิดเผยว่าทางนายบอย และมารดาจะเข้ายื่นคำร้องขอร่วมเป็นโจทก์ในวันนี้ พร้อมเขียนคำร้องเพื่อใช้สิทธิ์ตามกฎหมายในการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล เบื้องต้นจากการเข้ารับการผ่าตัดจมูกของนายบอย ที่โรงพยาบาลเลิดสิน 2 ครั้ง จมูกยังคงเบี้ยวอยู่เหมือนเดิม

น็อต กราบรถ,

ซึ่งจะต้องเข้ารับการรักษาหากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมก็จะต้องยื่นคำร้องของค่าสินไหมทดแทนเพิ่มต่อไป ยืนยันว่าที่ผ่านมาทางนายอัครณัฐ หรือน็อต ไม่เคยชดใช้ค่าเสียหายแม้แต่บาทเดียว และยืนยันว่าทางนายบอย หลังเกิดเหตุก็ถูกดำเนินคดีเช่นกันพร้อมทั้งเสียค่าปรับเป็นจำนวน 400 บาท อีกทั้งเข้ารายงานตัวกับทางอัยการในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา

ล่าสุดเวลา 12.45 น. ภายหลังมีการไกล่เกลี่ยระหว่างนายบอย และนายอัครณัฐ หรือน็อต เสร็จสิ้นลง ทางทนายสงกรานต์ได้เปิดเผยว้าเบื้องต้นทางนายน็อตให้การรับสารภาพทั้งหมด พร้อมยอมชดใช้ค่าเสียหายและดูแลค่ารักษาจมูกของนายบอย เป็นวงจำนวน 180,000 บาท ตามข้อเรียกร้องที่ยื่นมา ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทางน็อตยอมรับผิดแบบลูกผู้ชายและเป็นบทเรียนต่อทางสังคมต่อไป

น็อต กราบรถ,

ทางด้านนายอัครณัฐ หรือน็อต กล่าวว่าวันนี้ที่มาไกล่เกลี่ยตนก็พร้อมยอมรับผิดและรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายและเยียวยาบอยอย่างเต็มที่ อย่าฃไรก็ตามตอนนี้ไม่ได้มีผลงานในวงการบันเทิงแล้ว ซึ่งหากทางผู้ใหญ่มีความเมตตาและหยิบยื่นโอกาสให้ก็น้อมรับและทำงานอย่างเต็มที่

ด้านนายบอย กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่เรื่องนี้จบลงด้วยดีและอยากฝากไปยังสัมคมให้โอกาสและให้อภัยกับน็อตด้วย ส่วนตัวมองว่าคนเราย่อมทำผิดพลาดกันได้ก็ถือว่าเป็นบทเรียนชีวิต มีเป็นสิ่งย้ำเตือนให้ดำเนินชีวิตอย่างมีสติ

น็อต กราบรถ,