หมอวรงค์ โพสต์อ้าง สุนัย บงการบึ้ม รพ.พระมงกุฎฯ

‘หมอวรงค์’ โพสต์บอก ‘สุนัย’ รับแล้วระเบิดรพ.พระมงกุฎ ขับไล่คสช. แนะเราต้องตามให้ทัน

วันนี้ (23 พ.ค. 60)  นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม อดีตส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ชี้เบาะแสผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏฯ เมื่อวานนี้  โดยผู้บงการก่อความไม่สงบดังกล่าวคือ นายสุนัย จุลพงศธร อดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีการเขียนข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวยอมรับว่า มีเจตนาเพื่อขับไล่คสช.

วรงค์ เดชกิจวิกรม, ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้า, สุนัย จุลพงศธร , ข่าวสดวันนี้
ระเบิดโรงพยาบาลพระมงกุฏ

“ชัดเจนใครทำ สุนัย รับบึ้่มรพ.พระมงกุฎขับไล่คสช.”

ความชัดเจนก็ปรากฏขึ้นเกี่ยวกับการวางระเบิดที่ รพ.พระมงกุฏเกล้า เพราะนายสุนัยออกมายอมรับแล้วว่า มีเจตนาเพื่อขับไล่คสช. ผมยังยืนยันว่า การกระทำในโรงพยาบาล ด้วยการนำชีวิตของผู้ป่วยและญาติ และเจ้าหน้าที่เป็นเหยื่อเพื่อเรียกร้องทางการเมือง เป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด

สิ่งที่พวกเราต้องตามให้ทัน พวกที่อ้างประชาธิปไตย แต่เอาชีวิตของเพื่อนมนุษย์ในโรงพยาบาลเป็นเหยื่อเพื่อเรียกร้องทางการเมือง ตามที่ตนเองต้องการนั้น ไม่ใช่ประชาธิปไตยที่แท้จริง แต่เป็นประชาธิปไตยจอมปลอม ที่เอาการเลือกตั้งมาเป็นข้ออ้าง ซึ่งถือว่าเลวร้ายกว่าเผด็จการทหาร

เราไม่ต้องการประชาธิปไตยจอมปลอม ที่ไม่สนใจประชาชน เหิมเกริมในอำนาจ ทุจริตคอรัปชั่นแบบไม่เกรงกลัว อยู่ภายใต้บงการของคนบางคน แต่เราต้องการประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

ครม. เด้งปลัดกระทรวงยุติธรรม ตั้งอธิบดีกรมพินิจฯ ขึ้นแทน

ครม. สั่งเด้ง ชาญเชาว์ ไชยานุกิจ พ้นปลัดยุติธรรม อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็ก นั่งแทน 

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (23 พ.ค. 60) นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมากล่าวถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้ายนายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดกระทรวงยุติธรรมว่า

ยืนยันมีการโยกย้ายนายชาญเชาวน์ ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยนายกฯ ต้องการให้ไปช่วยเรื่องการปฏิรูปตำรวจและกระบวนการยุติธรรม พร้อมกับได้รับโอนนายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน มาเป็นปลัดกระทรวงยุติธรรมแทน

12 เว็บดังจับมือตั้ง สมาคมการค้าสื่อออนไลน์ฯ ยกระดับโฆษณาบนเว็บไซต์

เว็บไซค์ชื่อดัง 12 แห่งของไทย แถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ” หวังยกระดับการโฆษณาบนเว็บไซต์ให้มีมาตรฐาน  ด้านรัฐคาดช่วยดึงเม็ดเงินโฆษณาในประเทศเพิ่ม

องค์กรสื่อดิจิทัลประเภทเว็บไซต์รวม 12 องค์กร ได้แก่ BEC-Tero TV, BEC-Tero Radio, Dek-d.com, Kapook.com, โรงภาพยนตร์เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์, Manager Online, MThai.com, NationTV, OTV, pantip.com, หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์, Sanook.com, หนังสือพิมพ์สยามกีฬา และหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

แถลงข่าวเปิดตัว “สมาคมการค้าสื่อออนไลน์คุณภาพ” (Online Premium Publishing Association – OPPA) ซึ่งเป็นสมาคมที่จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมมาตรฐานการโฆษณาบนสื่อออนไลน์ในประเทศไทย โดย OPPA มีจุดเด่นที่การเปลี่ยนเทคโนโลยีการเก็บข้อมูลโดยใช้ Cookies ร่วมกันในทุกเว็บในเครือ เพื่อติดตามว่าผู้ใช้สนใจเนื้อหาประเภทใดได้อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าผู้ใช้งานจะออกจากเว็บหนึ่งไปอีกเว็บหนึ่งแล้วก็ตาม ซึ่งต่างจากระบบเดิมที่แต่ละเว็บไซต์จะเก็บข้อมูลแยกกันเอง วิธีใหม่นี้จะทำให้การกำหนดกลุ่มเป้าหมายของนักโฆษณาทำได้ดียิ่งขึ้น

OPPA ยังสร้างระบบแพลตฟอร์มในการลงโฆษณาด้วยตนเองสำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็กหรือ SMEs ที่เรียกว่า Self-Serve Platform ที่ช่วยทำให้ผู้ประกอบการหรือเอเจนซี่เลือกลงโฆษณาได้ด้วยตนเองอย่างครบวงจร ภายใต้งบประมาณและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการ เทคโนโลยีเหล่านี้ OPPA ได้รับความร่วมมือจากบริษัทเทคโนโลยีโฆษณาชื่อดังของโลก อาทิ D.A.Consortium, Innity, IPONWEB เป็นต้น และในอนาคตจะมีการยกระดับเทคโนโลยีเพื่อทำให้โฆษณามีประสิทธิภาพดึงดูดใจผู้บริโภคมากขึ้นไปอีก

อีกสิ่งหนึ่งที่ OPPA ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง คือการสร้างความปลอดภัยของแบรนด์ (Brand Safety) และเน้นอัตราที่โฆษณาจะถูกมองเห็น (Viewability) เพื่อให้ทั้งผู้ผลิตคอนเทนต์และผู้ลงโฆษณามั่นใจได้ว่า โฆษณาที่ดีจะอยู่ควบคู่ไปกับคอนเทนต์ที่มีคุณภาพ และอยู่ในตำแหน่งที่ “ดีที่สุด” ที่ผู้อ่านจะมองเห็นได้

นอกจากนี้ผู้ลงโฆษณายังมีทางเลือกในการลงโฆษณากับเว็บในกลุ่ม OPPA ได้มากกว่า 1 เว็บไซต์ในคราวเดียวกัน ซึ่งหากประกอบกับปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ในกลุ่ม OPPA (วัดจากที่อยู่ของคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์พกพาหรือ Visitors) ซึ่งมีมากถึง 7.5-10 ล้านเครื่องที่ไม่ซ้ำกันต่อวัน จะพบว่าเว็บไซต์ในกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงที่ไม่ควรมองข้าม

โดย ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร เลขาธิการสมาคมฯ และ Group Director – Online Business & Ticketing จากเครือบีอีซี-เทโร และนายโชค วิศวโยธิน Assistant Managing Director จากกระปุกดอทคอมระบุว่า OPPA มีการทดลองระบบมากว่าครึ่งปี การนำเทคโนโลยีมาใช้จะช่วยให้ผู้ลงโฆษณาเลือกลงโฆษณาได้ง่ายและดีขึ้น และสร้างประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีแก่ผู้บริโภค

ต่อไปนี้การเจาะกลุ่มผู้บริโภคจะกว้างขวางขึ้น โดยไม่ใช้แค่ข้อมูลพื้นฐาน แต่จะเก็บพฤติกรรมการใข้งานและบริบทมาวิเคราะห์ ซึ่งในระยะต่อไปก็จะมีการพัฒนาต่อ อาทิ จะเน้นพัฒนาโฆษณาแบบ Programmatic, การทำ Ad Series, สร้างความปรารถนาในการซื้อของลูกค้า จนตัดสินใจซื้อ เป็นต้น ซึ่งเอเจนซี่ หรือภาคเอกชนที่ต้องการซื้อสื่อโฆษณาก็จะต้องพัฒนาโฆษณาให้มีความสร้างสรรค์ เน้นการทำตลาดแบบบูรณาการ และวางแผนงบประมาณเพื่อตัดสินใจเลือกสื่อที่ถูกต้อง

ขณะที่ผู้บริหารพาร์ทเนอร์ด้านเทคโนโลยีของ OPPA จาก D.A.Consortium, Innity, IPONWEB, Aol, Taboola และ Brightcove ต่างมองว่า ประเทศไทยยังต้องการคลังข้อมูลสำหรับการนำเสนอโฆษณาที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเทรนด์การเข้าถึงโฆษณาในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก็เน้นไปที่บนอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล รวมทั้งระบุว่าเนื้อหาที่กำลังได้รับความสนใจในยุคนี้คือเนื้อหาประเภทวิดีโอ ซึ่งได้ผลดีกว่าการใช้ข้อความหรือภาพนิ่ง

ด้านนายเอกพงศ์ หริ่มเจริญ ตัวแทนภาครัฐ จากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติกล่าวว่า ภาครัฐยินดีส่งเสริมภาคเอกชนในการรวมตัวกัน เพราะเม็ดเงินด้านการโฆษณาออนไลน์จะได้อยู่ในประเทศเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาครัฐอาจต้องทำงานในระดับมหภาค ซึ่งจะมีแต้มต่อในการเจรจากับต่างประเทศ และนายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ จากเว็บไซต์พันทิปก็เชื่อว่า การเน้นความปลอดภัยของแบรนด์ที่ OPPA ให้ความสำคัญจะทำให้ภาพลักษณ์ของทั้งสินค้าที่ลงโฆษณาและภาพลักษณ์ของเว็บไซต์คอนเทนต์ต่างๆ ดีขึ้นทั้งสองฝ่าย

สำหรับการแถลงข่าวครั้งนี้นับเป็นก้าวแรกของการยกระดับมาตรฐานวงการโฆษณาออนไลน์ไทย และเป็นครั้งแรกในอาเซียนที่ภาคเอกชนสามารถรวมตัวกันสร้างความเข้มแข็งในอุตสาหกรรม ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ www.oppathailand.com ต่อไป