โฆษกกองทัพบก เชื่อ มีคนพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

โฆษกกองทัพบก เผย เตรียมบูรณาการฝ่ายความมั่นคง เชื่อ มีคนพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของรัฐบาล หลังเกิดเหตุระเบิด โรงพยาบาลพระมงกุฎ

พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมหน่วยงานความมั่นคงกรณีเหตุระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า จะมีการปรับมาตรการฝ่ายความมั่นคง ทั้งเจ้าหน้าที่ เครื่องมือ รวมถึงขอความร่วมมือประชาชน หน่วยงานต่างๆ ให้เข้มงวดมากขึ้น เพื่อช่วยให้สามารถติดตามผู้ไม่หวังดีได้อย่างเร็วที่สุด สำหรับพื้นที่ท่องเที่ยว และสถานที่สำคัญ จะมีมาตรการที่รัดกุมมากขึ้น โดยได้มอบหมายให้กองทัพภาคที่ 1 ทั้งเจ้าหน้าที่ในและนอกเครื่องแบบตรวจตราพื้นที่ กทม. ชั้นในอย่างเข้มงวด

พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้หย่อนยาน และยังคงทำงานอย่างหนัก เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถือเป็นช่องโหว่ รวมถึงเป็นพื้นที่อ่อนไหว ไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นความผิดของใคร แต่ทั้งนี้เชื่อว่ามีคนพยายามทำลายความน่าเชื่อถือของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาล

ผู้เลี้ยงปลากระชัง ลั่น ‘ไม่หวั่น’ แม้น้ำเจ้าพระยาอ่างทองเพิ่มขึ้น!

น้ำเจ้าพระยาอ่างทองเพิ่มขึ้น!  ด้าน ผู้เลี้ยงปลากระชัง ลั่น “ไม่หวั่น”

วันนี้ (22 พ.ค. 60) สถานการณ์น้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ไหลผ่านจังหวัดอ่างทอง  พบปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยบริเวณกลางแม่น้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางจังหวัดอ่างทอง   มีระดับน้ำสูงขึ้น อยู่ที่ 3.33 เมตร จากระดับตลิ่ง 9.32 เมตร ซึ่งกระแสน้ำไหลแรงมีสีแดงขุ่นและเพิ่มปริมาณขึ้นอย่างรวดเร็ว

ส่งผลกระทบต่อผู้เลี้ยงปลากระชัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต้องดูแลใช้เชือกขนาดใหญ่ผูกรั้งแพปลากับตลิ่งไว้  เพื่อป้องกันความเสียหายจากแรงน้ำที่ไหลผ่าน  รวมทั้งชาวประมงและผู้ใช้เรือในการสัญจรข้ามฟาก ต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากกระแสน้ำเจ้าพระยาไหลแรงและมีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ด้านนาย “สันต์ทรง  จุลเกษียณ” อายุ 63 ปี ผู้เลี้ยงปลากระชังในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ  หมู่ 1 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง  กล่าวในช่วงนี้กระแสน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีความแรงสูงขึ้น เนื่องจากเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ปล่อยระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน หลังจากฝนตกติดต่อกันมาหลายวันทำให้ปริมาณน้ำเจ้าพระยาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งตนได้ระบุ เตรียมความพร้อมไว้แล้วในเรื่องการดูแลแพปลากระชัง  โดยใช้เชือกผูกรั้งแพปลาแล้วคอยตรวจดูเรื่องผักตกชวาที่ไหลมากับน้ำ เพื่อป้องกันความเสียหาย

ส่วนตัวเองนั้นไม่กังวลกับปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและมาไวมาก  เนื่องจากเคยมีประสบการณ์มาแล้ว ส่วนปลาทับทิม ในกระชังที่ปล่อยลงไปนั้นมีอายุประมาณ 2เดือนแล้ว  ก็มีตายบ้างเล็กน้อยกระชังละ 4-5 ตัวต่อวันถือว่าเป็นเรื่องปกติ  แต่ก็ต้องเฝ้าระวังและเพิ่มการดูแลต่อไป

อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ของน้ำที่ไม่แน่นอน และไม่มีทีท่าว่าจะลดลงจึงอยากให้พี่น้องชาว จ.อ่างทอง หมู่ 1 ต.ย่านซื่อ อ.เมือง  ช่วยกันระมัดระวังในเรื่องของความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ในช่วงหน้าฝนนี้

พ่อเลี้ยง-แม่แท้ๆ โพสต์เฟซบุ๊ก ยันบริสุทธ์ ไม่ได้ฆ่าน้องกัปตัน

แม่แท้ๆ และพ่อเลี้ยง ผู้ต้องหาคดีฆ่าน้องกัปตัน โพสต์เฟซบุ๊กรัวๆ ยืนยันความบริสุทธิ์ วอนสังคมอย่าฟังความข้างเดียว ก่อนจะประกาศ เราสองคนจะอยู่ด้วยกันไปจนตาย

วันนี้ (22 พ.ค. 60) นายพิธธน เจริญกุล อายุ 22 ปี และ นางพิม ทองคำ พ่อเลี้ยง และแม่แท้ๆ ของน้องกัปตัน เด็กชายวัย 2 ขวบ ที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิต เนื่องจากโมโหที่อุจจาระใส่ที่นอน จนเกิดเป็นข่าวโด่งดังในช่วงที่ผ่านมา และขณะนี้ได้รับการปล่อยตัวช่วยคราว หลังยื่นวงเงินประกันตัวเพื่อสู้คดีในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ถึงแก่ชีวิต ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Pim Tongkam ซึ่งเป็นเฟซบุ๊กส่วนตัวของนางพิม แม่ของน้องกัปตัน

โดยเผยทำนองว่า พวกบริสุทธิ์ ไม่ได้ก่อเหตุทำร้ายน้องกัปตันตามที่สื่อได้เสนอข่าวออกไป ส่วนสาเหตุที่น้องเสียชีวิตนั้นเป็นเพราะเกิดจากอุบัติเหตุ ที่เด็กตกบันไดลงไปเอง

กูจะไม่ยอมติดคุกเด็ดขาด ทั้งหมดมันเป็นอุบัติเหตุ กูไม่ได้ทำ พิมเป็นพยานได้ สังคมเเม่งก็เสือกเชื่อไอ้เเก่นั้น มันสร้างหลักฐานเท็จใส่ร้ายกู ส่วนพ่อของพิมที่เจอกูเอากุญเเจต่อย เเม่งจะเอามีดมาฟันกู กูต้องป้องกันตัว นี้คือความจริง เเค่นี้เเหละ คนล้มอย่าข้าม อย่ามาทับถมกันให้มาก พวกมึงฟังกูบ้าง อย่าฟังความฝ่ายเดียว กูกับพิมบริสุทธิ์ เเค่นี้เเหละ กูพูดได้เเค่นี้จริงๆ

เด็กมันหล่นบันไดเอง กูไม่ได้ทำอะไรเลย สื่อเเม่งมั่ว เขียนข่าวผิดๆ ให้คนอื่นเสียหาย ฟังความฝ่ายเดียว ถ้ากูหลุดได้เมื่อไหร่ เจอกันเเน่ พิมกับกูยังไง ก็ไปด้วยกันได้เหมือนเดิม ญาติพี่น้องฝ่ายมึงมันเหี้ย คิดจะทำลายกูเหรอว่ะ 555 ฝันเถอะ

น้องกัปตัน