จับเพิ่มอีก เบนซ์ จิดารัตน์ 1 ในแก๊งโหดฆ่าหั่นศพน้องแอ๋ม

จับได้อีก 1 แก๊งฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม ขณะที่อีก 2 หนีไปพม่าพร้อมเพื่อน ด้าน ตำรวจ เร่งประสานขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน

รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมตัว  น.ส.จิดารัตน์ หรือ เบนซ์ ใน 1 ผู้ต้องหาตามหมายจับใน คดีฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม หรือ น.ส.วริสรา กลิ่นจุ้ย สาวคาราโอเกะ วัย 22 ปี หลังหนีกลบดานในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี

เบนซ์ น.ส.จิดารัตน์, ฆ่าหัั่นศพ
เบนซ์ น.ส.จิดารัตน์

ซึ่งการจับกับผู้ต้องหารายดังกล่าว เกิดขึ้นหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวนายวศิน นามพรม อายุ 22 ปี 1 ในผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับได้ที่ สปป.ลาว ใกล้ชายแดนประเทศไทยเพียงไม่กี่ชั่วโมง  (อ่านข่าว :บุกรวบ! ‘วศิน’ ทีมฆ่า ‘น้องแอ๋ม’ ปัดเอี่ยวร่วมฆ่าโหด)

เบื้องต้นจากการสอบสวน ผู้ต้องการได้เผยว่า ผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ น.ส.ปรียานุช หรือ เปรี้ยว และ น.ส.กวิตา ได้หลบหนีไปยังประเทศเมียนมา พร้อมผู้ต้องหาอีกรายที่ชื่อ แจ้ ไม่ทราบนามสุกล จากนั้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมขอหมายจับเพิ่มอีก 1 คน  พร้อมประสานงานกับทางการเมียนมา เพื่อขอตัวผู้ร้ายข้ามแดนกลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยต่อไป

สหรัฐฯ เตรียมทดสอบระบบต้านขีปนาวุธข้ามทวีป

สหรัฐฯ มีกำหนดทดสอบระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งแรกที่ฐานทัพอากาศในแคลิฟอร์เนีย ขณะที่เกาหลีเหนือเตือนพร้อมส่ง “ของขวัญชิ้นใหญ่” ให้สหรัฐฯ

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ มีกำหนดทดสอบระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปครั้งแรกในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น โดยใช้ระบบขีปนาวุธสกัดกั้นพิสัยไกลที่พัฒนาขึ้นเอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากการที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธ 9 ครั้งในปีนี้

การทดสอบระบบต่อต้านขีปนาวุธข้ามทวีปของสหรัฐฯ เกิดขึ้นหลังจากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุดเมื่อวันจันทร์ ซึ่งเป็นขีปนาวุธพิสัยใกล้ที่ถูกยิงตกในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของญี่ปุ่น

กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ยืนยันว่า การทดสอบระบบต่อต้านขีปนาวุธครั้งนี้มีการวางแผนล่วงหน้ามานานแล้ว และไม่ได้มุ่งเป้าเกาหลีเหนือเท่านั้น แต่มีเป้าหมายเพื่อรับมือกับภัยคุกคามจากขีปนาวุธข้ามทวีปทั้งหมด ซึ่งรวมถึงกรณีของอิหร่านในอนาคตด้วย

CNN รายงานว่า ระบบขีปนาวุธสกัดกั้นจะติดตั้งที่ฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์กในรัฐแคลิฟอร์เนีย และจะสกัดกั้นขีปนาวุธที่จำลองให้เป็นภัยคุกคาม ซึ่งถูกยิงจากบริเวณหมู่เกาะมาร์แชลในมหาสมุทรแปซิฟิก นับเป็นการทดสอบครั้งแรกที่นำระบบนี้มาใช้

สถานีโทรทัศน์ KRT ของทางการเกาหลีเหนือ รายงานเมื่อวานนี้ว่า นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือได้ควบคุมการทดสอบขีปนาวุธ ซึ่งใช้ระบบนำวิถีที่มีความแม่นยำ และสั่งการให้พัฒนาอาวุธด้านยุทธศาสตร์เพิ่มขึ้น

ด้านสถานีโทรทัศน์ KCNA ของเกาหลีเหนือ ระบุว่า ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือแสดงความเชื่อมั่นว่า จะพัฒนาแสนยานุภาพแบบก้าวกระโดด เพื่อส่งของขวัญชิ้นใหญ่กว่าเดิมสำหรับสหรัฐฯ เป็นการตอบโต้การยั่วยุของกองทัพสหรัฐฯ

ขณะที่ นายมูน ซัง กึน โฆษกกระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ยืนยันว่า ได้ซ้อมรบร่วมกับเครื่องบินทิ้งระเบิดความเร็วเหนือเสียง B-1B แลนเซอร์ ของสหรัฐฯ หลังเกาหลีเหนือกล่าวหาสหรัฐฯ ยั่วยุด้วยการฝึกซ้อมในคาบสมุทรเกาหลี

ประธานาธิบดีมูน แจ อิน ของเกาหลีใต้ได้สั่งให้ตรวจสอบการขนส่งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD จำนวน 4 เครื่อง เพิ่มเติมจากฐานยิง 2 เครื่องที่ได้มีการติดตั้งไว้แล้วก่อนหน้าที่เขาจะชนะการเลือกตั้ง

จับคู่รักในชุดแต่งงาน ขี่ จยย. ไม่ใส่หมวกกันน็อค

คู่รักชาวจีนใส่ชุดแต่งงานขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวทั่วเมืองเชียงใหม่ สุดท้ายเจอตำรวจจับ ไม่สวมหมวกกันน็อค

กำลังเป็นคลิปที่ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อย่างมาก เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ @เกอร์ สมบูรณ์วงศ์ ได้โพสต์คลิปคู่บ่าวสาวขี่มอเตอร์ไซค์กินลมชมวิวกลางเมืองเชียงใหม่ แต่สุดท้ายเจอตำรวจตั้งด่านเรียกตรวจ เพราะไม่สวมหมวกกันน็อค โดยระบุข้อความว่า “ถ่ายไปฮาไป ขอแสดงความยินดีกับคู่บ่าวสาวด้วยครับ 555”

ทั้งนี้ ผู้โพสต์ เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเองกำลังขับรถออกจากซอยตรงข้าม โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม สังเกตเห็นตำรวจจราจรตั้งด่านอยู่ และเห็นบ่าวสาวคู่หนึ่งในชุดแต่งงาน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย โดยมีรถสองล้อแดงที่มีช่างภาพ ขับนำหน้าเพื่อถ่ายภาพ คาดว่าเป็นคู่รักนักท่องเที่ยวจีน

ซึ่งตนทราบว่า ทั้งคู่จะต้องถูกตำรวจที่ตั้งด่านอยู่เรียกแน่นอน จึงได้ถ่ายคลิปเพื่อความสนุกสนานขึ้น ระหว่างนั้นคู่รักทั้งสองคนก็มีการแสดงความรักต่อกัน แต่สุดท้ายก็ถูกตำรวจเรียกจริง ๆ เนื่องจากไม่สวมหมวกกันน็อค ผิดกฏหมายจราจร

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ทราบว่า โดยปกติในเมืองเชียงใหม่ มักจะพบนักท่องเที่ยวไม่สวมหมวกกันน็อคอยู่เป็นประจำ ซึ่งเมื่อจับกุมแล้ว หากนักท่องเที่ยวไม่เข้าใจในเรื่องกฎหมายของประเทศไทย ก็จะเชิญตัวไปที่สถานีตำรวจ เพื่อให้ล่ามชี้แจง ในส่วนของบ่าวสาวนักท่องเที่ยวคู่นี้ เบื้องต้นได้ออกใบสั่งข้อหาขับขี่รถจักรยานยนต์ไม่สวมหมวกนิรภัย และเปรียบเทียบปรับเป็นเงิน 200 บาท