สลด! รถตู้โดยสาร ชน รถดูดฝุ่นโทลล์เวย์ ช่วงดอนเมือง เสียชีวิต 2 ราย

สุดสลด! เกิดเหตุ รถตู้โดยสาร ชนรถทำความสะอาด บนโทลล์เวย์ ช่วงดอนเมือง เสียชีวิต 2 ราย 

เกิดอุบัติเหตุ รถตู้โดยสาร สาย ต.155-16 ที่วิ่งระหว่างอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-นวนคร (ทางด่วน) ทะเบียน 15-8852 กทม. ชนกับรถบรรทุกดูดฝุ่น สีเขียว ทะบียน 99 7089 กทม. ซึ่งเป็นรถของโทรลล์เวย์ จุดเกิดเหตุ บนทางยกระดับดอนเมืองโทลล์เวย์ ขาเข้า ก่อนถึงทางลงดินแดง ประมาณ 1 กิโลเมตร ส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิต ทันที 2 ราย เป็นหญิงชาวต่างชาติ ที่กระเด็น ออกมานอกตัวรถ

นอกจากนี้ ยังมีผู้บาดเจ็บ ติดอยู่ภายในรถตู้ อีกจำนวนหนึ่ง เจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างใช้เครื่องมือตัดถ่าง เข้าให้การช่วยเหลือ ขณะที่ เจ้าหน้าที่ ปิดการจราจรบนจุดดังกล่าวเป็นการชั่วคราว โดยการเคลื่อนย้ายนำรถบรรทุกดูดฝุ่นของโทรลล์เวย์ ลงมาด้านล่างแล้ว ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการตรวจสอบ

ทนาย ‘เบนซ์ เรซซิ่ง’ ยังไม่ยื่นคำร้องในชั้นอัยการ หลังส่งฟ้องวันนี้

ทนายความของ “เบนซ์ เรซซิ่ง’ เผย ยังไม่ยื่นคำร้องในชั้นอัยการ หลัง ปส.สรุปสำนวนส่งฟ้องวันนี้

นายสิทธิโชค ตรีเนตร ทนายความของนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง นักแข่งรถผู้ต้องหา คดีสมคบฟอกเงิน นายบอย นาคคำ เครือข่ายยาเสพติดนายไซซะนะ และพ.ร.บ.มาตรการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยภายหลังทราบข่าว พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ บช.ปส. ส่งสำนวนให้อัยการสำนักงานคดียาเสพติด ในวันนี้ว่า ในส่วนของเบนซ์ ผู้ต้องหา ขณะนี้ถือว่าเราอยู่ในอำนาจการควบคุมของศาลที่ได้ประกันตัวในชั้นฝากขัง โดยจะต้องไปรายงานตัวต่อศาลอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค. นี้

ขณะที่ สำนวนคดีในชั้นอัยการนี้จะยังไม่ยื่นอะไรเพิ่มเติมอีก ซึ่งขณะนี้ เบนซ์ เอง ทราบจากข่าว ก็จะเตรียมจัดหาเงินสดไว้เป็นหลักทรัพย์เพิ่มเติมที่จะยื่นหากมีการฟ้องคดี

ตัวแทน 3 องค์กรเรียกร้อง สวทช.และกรมอุทยานฯ ยกเลิกติดแท็กพะยูน

ตัวแทนจาก 3 องค์กรเรียกร้อง สวทช.และกรมอุทยานฯ ยกเลิกติดแท็กพะยูน ชี้ก่อให้เกิดอันตราย และเสี่ยงต่อการตายของพะยูน

วันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา ที่มูลนิธิอันดามัน ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง ได้มีตัวแทนจาก 3 องค์กรหลัก คือ ตัวแทนสภาองค์กรชุมชนตำบลจังหวัดตรัง ชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดและ มูลนิธิอันดามัน ร่วมกันเปิดแถลงข่าวเรียกร้องไปยังสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม เรียกร้องให้ปล่อยพะยูนทั้ง 3 ตัว ให้เป็นอิสระจากการติดสัญญาณดาวเทียมติดตามตัวพะยูน บริเวณส่วนหางของพะยูนยาวประมาณ 3 เมตร ตั้งแต่ประมาณเดือนเมษายนที่ผ่านมา หรือเป็นเวลาประมาณ 3 เดือน

โดยอ้างข้อมูลผู้เชี่ยวชาญจาก DTGCMS DUQONQ MOU ตั้งแต่การจับด้วยอวน และใช้คนจับจำนวนมาก การติดตั้งที่ใช้เวลานาน รวมถึงความยาวและทุ่นสัญญาณที่ใช้ และระยะเวลาที่ยาวนานอย่างน้อย 3 เดือน ล้วนก่อให้เกิดอันตราย และเสี่ยงต่อการตายของพะยูน ข้อมูลที่ได้มาก็บอกเฉพาะวิถีชีวิตของพะยูนเฉพาะตัวที่ติดสัญญาณเท่านั้น ไม่มีนัยยะที่สำคัญต่อความรู้เกี่ยวพะยูนตัวอื่นในทะเลตรัง

เช่นเดียวกับการเก็บตัวอย่างพันธุกรรมของพะยูนทั้ง 3 ตัว ก็เป็นจำนวนน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับตัวอย่างพันธุกรรมพะยูนที่มีมากกว่า 200 ตัว ที่เก็บจากซากพะยูน โดยศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ภูเก็ต)

นอกจากนั้นในการบินสำรวจพะยูนในทะเลตรังของนักวิจัยกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันฯ ประมาณ 10 ปีต่อเนื่อง พบข้อมูลว่าช่วงปี 2540 – 2544 บริเวณเกาะมุกด์กับหาดหยงหลำ ซึ่งเป็นบริเวณที่จับพะยูนติดสัญญาณและเป็นพื้นที่รับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ชาวบ้านชุมชนชายฝั่งและชาวประมงพื้นบ้านได้ร่วมกันจัดทำเขตอนุรักษ์ “เขตเลสี่บ้าน” เพื่ออนุรักษ์พะยูน และเต่าทะเลมา ตั้งแต่ปี 2550 จนแหล่งหญ้าทะเลเพิ่มมากขึ้นจาก 7 พันไร่ เป็นกว่า 9 พันไร่ มีประชากรพะยูนประมาณ 30 – 40 ตัว

แต่การบินสำรวจในปี 2555 – 2560 จำนวนพะยูนลดลงอย่างต่อเนื่องเหลือประมาณ 10 – 20 ตัว สันนิษฐานว่าพะยูนได้ย้ายไปอยู่ที่รอบเกาะลิบง การบินสำรวจเมื่อเดือนมีนาคม 2560 ที่ผ่านมาก็พบพะยูนที่เกาะลิบงเพิ่มขึ้น ประกอบกับการจัดทำงานวิจัยติดสัญญาณดาวเทียมดังกล่าวขาดการไม่มีการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ และชาวบ้านชุมชนชายฝั่งไม่ได้มีส่วนร่วม จึงขอเรียกร้องให้ สวทช.ทำการปลดสัญญาณดาวเทียมจากตัวพะยูนทันที และให้ยุติโครงการดังกล่าว และประกาศจะยุติความร่วมมือทุกประการกับโครงการนี้ จนกว่าจะมีการแก้ไข