ระทึก! คอมแอร์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ระเบิด ทำคนไข้หนีตายวุ่น

ระทึก! คอมแอร์ รพ.พระมงกุฎเกล้า ระเบิด ทำคนไข้หนีตายวุ่น เบื้องต้นมีรายงายผู้ได้รับบาดเจ็บนับสิบราย

วันนี้ (22 พ.ค. 60) มีรายงานว่า เมื่อเวลา 10.30 น. เกิดเหตุคอมแอร์ห้องรับรองข้าราชการบำนาญ ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ภายในโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ระเบิดเสียงดัง ควันท่วมโขมง ส่งผลให้ประชาชนที่มาใช้บริการ และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลต่างแตกตื่น วิ่งหนีอลหม่าน

ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ ปิดกั้นพื้นที่ไว้ เพื่อทำการตรวจสอบ และเร่งอพยพ บุคคล ที่ไม่เกี่ยวข้อง ออกจากที่เกิดเหตุแล้ว ส่วนสาเหตุ อยู่ระหว่างการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นมีรายงายผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 10 คน

ด้าน ผู้ประสบเหตุ เล่าว่า ขณะมารับการรักษาที่โรงพยาบาลดังกล่าว ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดเกิดขึ้น 1 ครั้ง ภายในห้องดังกล่าว ซึ่งอยู่ใกล้กับห้องจ่ายยา จากนั้น ก็มีกลุ่มควันพวยพุ่งออกมาจำนวนมาก และไม่นาน ก็มีการเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บออกจากห้องดังกล่าว ซึ่งส่วนมากได้รับบาดเจ็บจากการถูกกระจกบาด เพราะแรงระเบิด อัดกระจก

ขอบคุณภาพ @BushidoFire , ปอเต็กตึ้ง และ มรกต 21

สอ.จุฬาฯ แจงกรณี ‘รศ.ดร.สวัสดิ์’ นำเงินไปลงทุนสหกรณ์นพเก้ารวมใจ 915 ล.

สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาฯ แถลงข่าวกรณี ‘รศ.ดร.สวัสดิ์’ นำเงินไปลงทุนสหกรณ์นพเก้ารวมใจ 915 ล. ยันสหกรณ์ยังคงมีสภาพคล่องทางการเงินพร้อมที่จะให้บริการแก่สมาชิกได้

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 พ.ค. 60 ณ ห้องประชุมศุภชัย ชั้น 2 ภายในอาคารจามจุรี 9 สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรมหาวิทยาลัย จำกัด ผศ.ดร.จุมพล พูนภัทรชีวิน ประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จำกัด และนายพิเชษฐ์ วิริยะพาหะ รองอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ผู้แทนกรมตรวจบัญชีสหกรณ์และผู้ตรวจสอบกิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ร่วมกันแถลงข่าวเกี่ยวกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จำกัด นำเงินไปลงทุนในสหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจ จำกัด จำนวน 915 ล้านบาท ในยุคสมัยที่รศ.ดร.สวัสดิ์ แสงบางปลา ดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณฯ

ซึ่งต่อมากรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ตรวจสอบ พบความผิดปกติของการดำเนินงานที่ผิดวัตถุประสงค์และสั่งยุบเลิกสหกรณ์เคหสถานนพเก้ารวมใจฯ เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2560 ที่ผ่านมา พร้อมกับแจ้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินของสหกรณ์เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2560 และร้องทุกข์ ต่อตำรวจเมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2560 เพื่อดำเนินคดีกับคณะกรรมการสหกรณ์นพเก้ารวมใจฯ กรณีซื้อที่ดินราคาสูงเกินจริงด้วยนั้น

ทั้งนี้กรณีดังกล่าวได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของสหกรณ์และความเชื่อมั่นของสมาชิกสหกรณ์ จนทางสหกรณ์ฯ เกรงว่าอาจจะนำไปสู่ความตื่นตระหนกและแห่มาถอนเงินฝากหรือลาออกจากสมาชิกสหกรณ์ในที่สุด

ทางผู้บริหารฯสหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จำกัด พร้อมผู้แทนจากหน่วยงานที่กำกับดูแลสหกรณ์ จึงอยากสร้างความเชื่อมั่นต่อสมาชิกของสหกรณ์และประชาชนทั่วไปว่า สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย จำกัด ยังคงสามารถดำเนินงานได้ตามปกติ การลงทุนนำเงินไปฝากกับสหกรณ์ต่าง ๆ มีสัดส่วนที่ไม่มากนัก เมื่อเทียบกับการลงทุนในหุ้นกู้หรือการลงทุนแบบอื่น และอยากสร้างความมั่นใจว่าสหกรณ์ยังคงมีสภาพคล่องทางการเงินพร้อมที่จะให้บริการแก่สมาชิกได้

รวบแก๊งกรีดกระเป๋า ย่านประตูน้ำ

ตำรวจรวบแก๊งกรีดกระเป๋านักท่องเที่ยว ย่านประตูน้ำ 

วานนี้ ( 21 พค.) ตำรวจ 191 และตำรวจชุดสืบสวนสถานีตำรวจนครบาลพญาไท และสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ร่วมกันจับกุมแก๊งชาวกัมพูชา ที่ตระเวนกรีดกระเป๋านักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยย่านประตูน้ำ

โดยฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท และ สน.ดินแดง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้เสียหาย จนพบพฤติกรรมว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีคนไทยเป็นหัวแถว มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างชัดเจน จึงได้จัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์ตามจุดเสี่ยงจุดล่อแหลม บริเวณตลาดย่านประตูน้ำ จนช่วงเช้าวันที่ 10 พฤษภาคม ได้จับกุม นางสาว ดวง ชาวกัมพูชา พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือ Samsung Note 5 จำนวน 1 เครื่อง จึงขยายผลไปจับกุม นาย ฐเดช นิธิธัชชัย สัญชาติไทย นางสาว เม นางสาว อ้อย ชาวกัมพูชา และนายสมปอง บุตรี สัญชาติไทย พร้อมของกลางโทรศัพท์มือถืออีกหลายเครื่อง สร้อยคอทองคำ และเงินสด 74,790 บาท

นางสาว ดวง สารภาพว่า ตนเองเป็นคนกรีดกระเป๋า โดยมีนางสาวอ้อยและนางสาวเม ทำหน้าที่เดินเบียดผู้เสียหายเพื่อไม่ให้รู้ตัวและเก็บทรัพย์สิน ส่วนนายสมปองจะเป็นคนดูต้นทาง และเลือกเป้าหมาย ซึ่งก่อเหตุมาแล้ว 30-40 ครั้ง ในเวลา 2 ปีย่านประตูน้ำ แต่ก่อนหน้านี้ก่อเหตุย่านตลาดการค้าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มา 3 ปี โดยเรียนรู้วิธีการมาจากชาวเวียดนาม

เมื่อได้ทรัพย์สินมาถ้าเป็นเงินสดจะแบ่งกันในห้องพักแห่งหนึ่งย่านเจริญกรุง เขตยานนาวา ส่วนทรัพย์สินอื่นจะนำไปขายที่ประเทศกัมพูชา โดยมีใบเสร็จรับเงินของร้าน จิวเวลรี่แห่งหนึ่ง ที่ระบุติดต่อซื้อขายมาตั้งแต่ปี 2013 ได้สกุลเงินเป็นยูเอส ดอลลาร์

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน สน.พญาไทแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ร่วมกันลักทรัพย์ ส่วนนางสาว อ้อย (เสื้อลายสก๊อต) ถูกแจ้งข้อหาลักลอบหลบหนีเข้าราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาตเพิ่มเติม