ตำรวจเมืองคอน ช่วยเมียทำข้าวกล่องขายในตลาดหารายได้เสริม

สังคมชื่นชม! ตำรวจเมืองคอน ช่วยเมียทำข้าวกล่องขายในตลาดหารายได้เสริม-เผยพร้อมสอดส่องดูแลมิจฉาชีพปะปนก่อเหตุในตลาด

วันที่ 21 พ.ค. 60 ที่ตลาดสดเทศบาล ต.ท่ายาง อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ด.ต.อภินันท์ บัญฑิตกุล ผบ.หมู่ ป สภ.ทุ่งใหญ่จ.นครศรีธรรมราช และภรรยากำลังช่วยกันบรรจุกล่องข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง ข้าวหมกไก่ และขนมหวาน เพื่อขายในวันอาทิตย์ ซึ่งการทำข้าวกล่องของตำรวจขายในตลาดนัด ทำให้ผู้คนที่เดินจับจ่ายซิ้อของในตลาดสด ทราบข่าวต่างยกย่องชื่นชม ด.ต.อภินันท์ อย่างกว้างขวาง

ด.ต.อภินันท์ เปิดเผยว่า ตนใช้เวลาว่างก่อนไปเข้าเวรที่ สภ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช ช่วยภรรยาหารายได้เสริม โดยทำข้าวกล่องส่งขายในตลาดสด และตลาดนัด บางครั้งตนแต่งชุดเครื่องแบบเต็มยศมาช่วยภรรยาขายข้าวกล่องในตลาด สร้างความสนใจให้กับผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของในตลาดสด เนื่องจากไม่ค่อยเห็นภาพของตำรวจในลักษณะนี้มาก่อน มีเพื่อนตำรวจ บางคนถามว่าเป็นตำรวจมาทำข้าวกล่องขายไม่อาบบ้างหรือ ตนจะตอบกลับไปทันทีว่าไม่รู้จะอับอายอะไร เพราะเป็นงานสุจริต เงินที่ได้ก็เป็นเงินสุจริต ไม่ได้ไปทำผิดกฎหมายอะไร ที่สำคัญเป็นการช่วยเหลือครอบครัว ดีกว่าไปหากินด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่อาจจะไม่เหมาะสมกับการเป็นตำรวจ ในทางตรงข้ามกลับเป็นเรื่องที่ย่าภาคภูมิใจด้วยซ้ำ

ทั้งนี้ทุกเช้ามืดตนจะลุกขึ้นมาช่วยภรรยาทำข้าวกล่องอยู่ในตลาดสดทุกวัน นอกจากจะทำให้มีรายได้เสริมแล้ว ตนยังทำหน้าที่สอดส่องดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยให้กับประชาชนที่มาซื้อของในตลาดสดอีกด้วย ซึ่งอาจมีคนร้ายแฝงตัวปะปนมาก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์หรือก่อคดี ชิง วิ่งราว ก่อนหน้านี้เคยมีมิจฉาชีพย่องเข้ามาขโมยรถจักรยานยนต์ของแม่ค้าอยู่เป็นประจำ หากเกิดเหตุด่วนเหตุร้ายขึ้นในหรือบริเวณรอบตลาด ตนก็พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ช่วยประชาชนได้ทันที่

สาธารณสุขจัดสรรงบ 5,000 ล้านที่ ครม.อนุมัติ ให้โรงพยาบาลทุกระดับ

กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรงบประมาณ 5,000 ล้านบาทที่ ครม.อนุมัติ ให้โรงพยาบาลทุกระดับ  เข้ม 5 มาตรการ การใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ

นายแพทย์โสภณ เมฆธน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ประชุมทางไกลผ่านระบบวิดีโอกับ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ เพื่อชี้แจงแนวทางการจัดสรรงบประมาณ จำนวน 5,000 ล้านบาท ที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ โดยจะนำไปใช้ 3 ส่วน คือ ค่าใช้จ่ายผู้ป่วยในและสนับสนุนการดูแลรักษาผู้ป่วยทารกวิกฤต จำนวน 3,300 ล้านบาท กระจายให้โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลทั่วไป 860 แห่ง ค่าตอบแทนบุคลากร

รวมทั้งการจ่ายค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน (P4P) 1,000 ล้านบาท ในโรงพยาบาลทุกระดับ โดยจัดสรรให้เขตบริการสุขภาพดำเนินการ และชำระต้นทุนการบริการส่วนขาดจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งเป็นบริการที่ทำได้เกินเป้าหมายในปีงบประมาณ 2559 เช่น การดูแลผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง การผ่าตัดตาต้อกระจก ผ่าตัดข้อเข่า การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ เป็นต้น จำนวน 600 ล้านบาท

นอกจากนี้ ให้ทุกโรงพยาบาลปรับประสิทธิภาพการบริหารจัดการ เน้นเป้าหมาย 5 เรื่อง และกำหนดเป็นตัวชี้วัดที่โรงพยาบาลต้องดำเนินการ คือ มีแผนใช้จ่ายเงิน การบัญชีมาตรฐาน ตรวจสอบได้ เพิ่มการจัดเก็บรายได้ เพื่อเพิ่มรายรับให้กับโรงพยาบาล เน้นในโรงพยาบาลที่มีห้องพิเศษ หากมีการรอคิวยาวให้เพิ่มจำนวนห้องขึ้น การเปิดคลินิกพิเศษนอกเวลาราชการ คลินิกทันตกรรมนอกเวลา เป็นต้น ลดรายจ่าย เช่น มาตรการประหยัดค่าสาธารณูปโภคต่างๆ การส่งเสริมสุขภาพเพื่อลดโรคไม่ติดต่อ การเปิดคลินิกหมอครอบครัว และการบริหารพัสดุ

เปิดคลิป ศรีวราห์ ปะทะเดือด นายก อบต.บ้านใหม่

เปิดคลิป ศรีวราห์ ปะทะ นายก อบต.บ้านใหม่ หลังเข้าขอดูเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินไปใช้ในโครงการฝึกอบรม และศึกษาดูงาน จ.แม่ฮ่องสอน 

ความคืบหน้ากรณีการค้ามนุษย์ ในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ล่าสุด พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้นำกำลังบุกจับสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านใหม่ ที่เป็นผู้ซื้อบริการเด็กสาวในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และแอบอ้างตนเองว่าเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด โดยการใช้เงินงบประมาณของ อบต.ซื้อบริการ ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ได้เข้าไปยังที่ทำการ อบต.บ้านใหม่ จ.นนทบุรี เพื่อขอดูเอกสารเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินไปใช้ในโครงการฝึกอบรม และศึกษาดูงาน ที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ทั้งนี้ นายวสุ ผันเงิน นายก อบต.บ้านใหม่ ต้องชี้แจงเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินต่อ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ซึ่งระหว่างการสอบสวน ได้มีการโต้เถียงกันอย่างดุเดือด โดยมีนายตำรวจท่านหนึ่งจะใช้มือดึง นายวสุ ผันเงิน ทำให้นายกอบต.บ้านใหม่ หลุดคำพูด “อย่ามาโดนตัว…” ออกมา อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีข้อมูลว่า นายวสุ มีการเบิกเงินให้สมาชิก อบต. ไปดูงาน 25 คน แต่มีบางคนไม่ได้เดินทางไป แต่ยังเบิกเงินเต็มจำนวน

ขณะที่ นายวสุ ยืนยันว่า ตนเองทำการเบิกจ่ายเงินอย่างถูกต้องตามขั้นตอน เเต่วันดังกล่าวได้มีการบุคคลที่ได้อยู่ในรายชื่อมาขับรถและเดินทางไปแทน พร้อมยอมรับว่าไม่ได้ตรวจสอบรายชื่อก่อนจะมีการส่งไปของบประมานจากทางราชการ เบื้องต้นคาดว่าน่าจะเข้าข่ายความผิดฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และการสำแดงเอกสารเท็จ

ล่าสุดพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาแก่ตน ตามมาตรา 162 ว่า ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำการดังต่อไปนี้ในการปฏิบัติการตามหน้าที่ (1) รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ (2) รับรองเป็นหลักฐานว่า ได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง (3) ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือจดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ(4) รับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี และปรับไม่เกินหนึ่งแสนสี่หมื่นบาท

ทั้งนี้เจ้าหน้ที่ตำรวจปล่อยตัวนายวสุชั่วคราว และนัดไปพบพนักงานงานสอบ สภ.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ เวลา 08.00 น. วันที่ 20 พฤษภาคม เพื่อนำตัวไปขออนุญาตฝากขังต่อไป ส่วน นายชูชาติ พนักงานสอบสวนแล้ว แจ้งข้อหาตามนั้น และปล่อยตัวชั่วคราว นัดให้ไปรายงานตัวในวันจันทร์ ที่ 23 พฤษภาคม ที่สภ.แม่ฮ่องสอน เพื่อนำตัวไปขออนุญาตศาลฝากขัง