คลิป ตร.ยิงสกัดพ่อค้ายาเสพติด หลังไล่ตามจับที่ ฉะเชิงเทรา

เจ้าหน้าที่ตำรวจเมืองฉะเชิงเทรา ยิงปืนสกัดแก๊งค้ายาเสพติด หลังพยายามขับหลบหนีการจับกุม ไม่รอดถูกรวบได้ 2 คน พร้อมของกลางยาบ้า  200,000 เม็ด

วันนี้ (19 พ.ค. 60) เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com ได้มีการเผยแพร่คลิปนาทีสุดระทึก ขณะเกิดเหตุปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจและขบวนการค้ายาเสพติด ที่บริเวณริมถนนตรงข้ามกับโรบินสันฉะเชิงเทรา โดยผู้โพสต์ได้มีข้อความระบุว่า  #ตำรวจยิงสนั่นเมืองแปดริ้วสกัดจับยาบ้าสองแสนเม็ด

เมื่อเวล า14:52 น. 19 พฤษภาคม 2560 รับแจ้งเหตุ ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด ภ.จว. ฉะเชิงเทรา ไล่ล่าพ่อค้ายาเสพติดขับขี่รถเก๋ง ฮอนด้าซีวิค จากแยกสตาร์ไลท์ ถ.สุวินทวงศ์ จนกระทั่งคนร้ายมาถูกล้อมที่ตรงข้ามห้างโรบินสันฉะเชิงเทรา แต่ก็พยายามที่จะฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจจนต้องมาการใช้ปืนยิงสกัดยางกันสนั่น

หลังจากนั้นคนร้ายได้กลับรถที่แยกโรงเรียนเทศบาล 2 แล้วขับขี่เข้าเมืองจนกระทั่งรถเสียหลักพุ่งชนเกาะกลาง และหอบเอากล่องที่บรรจุยาบ้าวิ่งหลบหนีเข้าไปในโฮมโปร หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้ทั้ง 2 คน พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 200,000 เม็ด ซึ่งอยู่ระหว่าการขยายผลจับกุม ทั้งนี้มีผู้บาดเจ็บเป็นคนงานที่กำลังตัดหญ้าอยู่ที่เกาะกลางถนน 1 ราย

ภาพจากคุณ วัฒนชัย

เรารักแปดริ้ว Welove8riew.com

เฟซบุ๊คถูกสหภาพยุโรปปรับเงิน 4,000 ล้านบาท

สหภาพยุโรปสั่งปรับเฟซบุ๊กกว่า 4.2 พันล้านบาท ฐานแจ้งข้อมูลไม่ถูกต้องเรื่องการซื้อกิจการ WhatsApp

หน่วยงานกำกับดูแลด้านการแข่งขันของสหภาพยุโรป หรือ EU สั่งปรับเงินเฟซบุ๊ก 110 ล้านยูโร หรือราว 4 พัน 270 ล้านบาท เมื่อวานนี้ กรณีให้ข้อมูลไม่ถูกต้องระหว่างการซื้อกิจการ WhatsApp ผู้ให้บริการรับส่งข้อความ เมื่อปี 2557

คณะกรรมาธิการยุโรป ซึ่งทำหน้าที่ดูแลด้านการแข่งขันในสหภาพยุโรป ระบุว่า เฟซบุ๊กไม่ได้เชื่อมบัญชีผู้ใช้ของเฟซบุ๊กกับ WhatsApp โดยอัตโนมัติ แต่อีก 2 ปีต่อมา กลับสามารถเชื่อมหมายเลขโทรศัพท์จาก WhatsApp กับบัญชีเฟซบุ๊กได้

คณะกรรมาธิการฯ ระบุว่า ตรวจสอบพบข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับแถลงการณ์เรื่องการควบรวมกิจการของเฟซบุ๊กเมื่อปี 2557 เนื่องจากมีความเป็นไปได้ทางเทคนิคที่เฟซบุ๊กจะสามารถเชื่อมบัญชีผู้ใช้ของเฟซบุ๊กกับ “WhatsApp” โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่ปี 2557 และพนักงานของเฟซบุ๊กก็ตระหนักถึงความเป็นไปได้นี้

เฟซบุ๊กระบุในแถลงการณ์ว่า เกิดความผิดพลาดขึ้นในเอกสารที่ยื่นเมื่อปี 2557 และทางคณะกรรมาธิการฯ ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อการควบรวมกิจการ

อย่างไรก็ตาม การจ่ายค่าปรับจะไม่เป็นการยกเลิกคำตัดสินเดิมของคณะกรรมาธิการฯ ในเรื่องการเข้าซื้อกิจการ WhatsApp และไม่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนในประเด็นการคุ้มครองข้อมูล ซึ่งเป็นคนละประเด็นกัน

ระทึก! ชาวต่างชาติ จุดเผาตัวเอง หน้าสถานทูตอิหร่านในไทย

เจ้าหน้าที่รุดช่วยชายชาวอิหร่าน หลังก่อเหตุสยองราดน้ำมันจุดไฟเผาตัวเองหน้าสถานทูตประจำประเทสไทย เบื้องต้นปลอดภัยแล้ว แต่ยังไม่ทราบสาเหตุ คาดประท้วงเลือกตั้งประธานาธิบดีที่มีขึ้นในวันนี้

เว็บไซต์ จส.100 ได้รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. วันนี้ (19 พ.ค. 60) ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้นที่บริเวณหน้าสถานทูตอิหร่านในซอยสุขุมวิท 49 แยก 11 แขวง-เขตวัฒนา กทม. เมื่อมีชาติชาวต่างชาติคนหนึ่ง ทราบต่อมาว่าเป็นชาวอิหร่านได้ใช้น้ำมันราดตัวเองก่อนจะจุดไฟเผา สร้างความตื่นตกใจให้กับผู้พบเห็นเป็นจำนวนมาก

โชคดีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รักษาความสงบอยู่บริเวณดังกล่าว เห็นเหตุการณ์เข้า และใช้ถังดับเพลิงฉีดระงับไฟช่วยชีวิต ได้ทัน จากนั้นจึงนำตัวส่ง รพ.ตำรวจ เบื้องต้นผู้บาดเจ็บอาการดีขึ้นแล้ว แต่พูดได้ไม่ชัด มีแผลพุพองตามร่างกาย ส่วนสาเหตุนั้นอยู่ระหว่างสอบสวน แต่คาดว่าอาจจะมาประท้วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านที่เกิดขึ้นในวันนี้ก็เป็นได้