ธอส. ลดดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีลง 0.15% ต่อปี

ธอส. ปรับลดดอกเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีลง 0.15% ต่อปี จากเดิม 6.40% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.25% ต่อปี

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ทางธนาคารได้ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินกู้แบบมีระยะเวลา (MLR) ลงอีก 0.15% ต่อปี จากเดิม 6.40% ต่อปี ลดลงเหลือ 6.25% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้รายใหญ่ชั้นดีประเภทเงินเบิกเกินบัญชี (MOR) ลดลง 0.25% ต่อปี จากเดิม 7.25% ต่อปี เหลือ 7.00% ต่อปี ส่วนอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้ารายย่อยทั่วไป (MRR) คงไว้ที่ 6.75% ต่อปี เนื่องจากปัจจุบันอัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ยังคงอยู่ในระดับต่ำที่สุดในระบบสถาบันการเงิน

ขณะเดียวกัน ธอส. อยู่ระหว่างการพิจารณาจัดทำโครงการสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยพิเศษแก่ผู้เข้าร่วมโครงการกรอกแบบสำรวจแอพพลิเคชั่นคนไทยมีบ้าน : Home for All เพื่อให้เกิดเม็ดเงินกระจายสู่ระบบเศรษฐกิจโดยตรงแทนการปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR โดยจะมีการประกาศรายละเอียดของโครงการในเร็วๆ นี้

ด้านอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อเป็นการเสริมสร้างวินัยการออมให้กับลูกค้าประชาชนซึ่งจะมีส่วนสำคัญที่จะทำให้มีที่อยู่อาศัยได้ง่ายยิ่งขึ้นในอนาคต ธนาคารยังคงอัตราดอกเบี้ยเงินฝากทุกประเภทไว้เท่าเดิม ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 เป็นต้นไป

แม่ร้องอัยการ ปมลูกสาวผู้ช่วยพยาบาลดับปริศนาเมื่อปี 55

แม่ร้องอัยการ ปม ลูกสาวผู้ช่วยพยาบาลดับปริศนาเมื่อปี 55 ถูกตำรวจเจ้าของคดีรีบสรุปสำนวนว่าฆ่าตัวตาย ทั้งที่พบหลักฐานว่าเป็นการฆาตกรรม 

วันนี้ (19 พ.ค.) เวลา 09.30 น. ที่ สำนักงานอัยการสูงสุด อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา นายชัยโย เมลกุล และนางนิตยา สาเระ บิดามารดาของผู้ช่วยพยาบาล เข้ายื่นคำร้องขอความเป็นธรรมต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการสูงสุด กรณี น.ส.ณัฐนรี เมลกุล บุตรสาวผูกคอตายภายในบ้านพัก อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2555 แต่เจ้าหน้าตำรวจเจ้าของคดีกลับรีบสรุปสำนวนว่าเป็นการฆ่าตัวตาย ซึ่งทางครอบครัวไม่เชื่อว่าบุตรสาวฆ่าตัวตายจริง และสงสัยว่าเป็นการฆาตกรรมโดยแฟนของบุตรสาว ซึ่งจนถึงขณะนี้คดีดังกล่าวยังไม่มีความคืบหน้า

นางนิตยา มารดา กล่าวว่า ในที่เกิดเหตุพบร่อยรอยการต่อสู้ภายในบ้าน ประกอบกับผลการชันสูตรของแพทย์ ยังพบว่าบุตรสาวมีบาดแผลตามร่างกายหลายจุด รวมไปถึงในเวลาต่อมา แฟนของบุตรสาวยังได้ยอมรับว่า ทำร้ายร่างกาย น.ส.ณัฐนรี จริงแต่ไม่ได้ลงมือฆ่า ซึ่งทางพนักงานสอบสวน สภ.บ่อพุด จ.สุราษฎร์ธานี เจ้าของคดี ก็ไม่ได้มีการสอบสวนในประเด็นการฆาตกรรม

พร้อมกับรีบสรุปสำนวนส่งให้กับพนักงานอัยการว่าเป็นการฆ่าตัวตายโดยไม่มีผู้ใดเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ ตำรวจเจ้าของคดีถูกให้ออกจากราชการแล้ว เนื่องจากบกพร่องต่อหน้าที่ แต่ไม่ได้รับโทษทางอาญา ตนจึงมาร้องขอความเป็นธรรมให้อัยการสูงสุดช่วยพิจารณาโทษทางอาญาเจ้าของคดีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ด้านคดีฆาตกรรม ตนก็กำลังให้ทนายดำเนินการให้ถึงที่สุด ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ซึ่งแฟนหนุ่มของบุตรสาวได้รับโทษเพียงฐานทำร้ายร่างกาย จำคุก 6 เดือน จาก 1 ปี ลดโทษเพราะสารภาพว่าทำร้ายร่างกายจริง

นอกจากนี้ น.ส.นิตยา ยังเล่าย้อนเรื่องราวว่า ลูกสาวไปทำงานและพักอยู่ที่เกาะสมุยมาเป็นเวลา 1 ปีแล้ว ช่วงแรกทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลไทยอินเตอร์ ตำแหน่งประชาสัมพันธ์ และได้รู้จักสนิทสนมกับแฟนหนุ่มคนนี้ซึ่งทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ประจำรถพยาบาลฉุกเฉิน และเป็นพ่อหม้าย แต่ลูกสาวเพิ่งแยกออกมาพักเองลำพังได้เพียงเดือนกว่าก่อนเกิดเหตุ

ส่วนการคบหากันระหว่างลูกสาวกับแฟนหนุ่มคนนี้ก็ทราบมาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเรื่องรุนแรงกับลูกสาว จะมีก็แต่เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 ลูกสาวกลับมาบ้านที่ จ.สตูล มาร้องไห้กับตนบอกว่าไม่อยู่สมุยแล้ว อยู่ไม่ได้แล้ว มีเมียของฝ่ายชายมาขู่ฆ่า ให้ช่วยไปเก็บของกลับบ้าน แต่ตนก็บอกให้ไปแจ้งที่ทำงานให้ทราบก่อนเพราะเราทำงานแล้วต้องมีความรับผิดชอบ

ในวันเกิดเหตุ ลูกสาวโทรมาหาก็ยังคุยกันปกติ แต่จู่ๆ ก็มีเสียงลูกสาวบอกว่า อย่าแย่ง อย่าแย่ง จากนั้นสายก็หลุดไป ต่อมาไม่ถึงชั่วโมงก็เกิดเหตุกับลูกสาว มีคนโทรศัพท์มาแจ้งตนว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว เหตุที่เกิดขึ้นทางครอบครัวไม่เชื่อว่าเป็นการฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน โดยก่อนหน้านี้ทางครอบครัวถูกขู่ฆ่า ซึ่งขณะนี้ได้มีเจ้าหน้าที่คุ้มครองพยานมาดูแลความปลอดภัยของครอบครัวตนอยู่

ครูโพสต์แจง หลังผู้ปกครองถล่ม ให้นักเรียนซ่อมด้วยการท่องสูตรคูณ

ครูโพสต์แจง หลังผู้ปกครองไม่พอใจการตัดสินผลการเรียน เหตุให้นักเรียนท่องสูตรคูณเพื่อสอบซ่อม ชี้เป็นเจตนาดีหวังให้เด็กมีการฝึกฝนพัฒนาตนเอง 

วันนี้ (19 พ.ค. 60) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Wattanasak Autsajan‘ ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจง ถึงกรณีที่มีผู้ปกครองโพสต์ข้อความไม่พอใจโจมตีการทำหน้าที่ หลังจากที่เขาได้สั่งให้เด็กท่องสูตรคูณเพื่อเป็นการสอบซ่อม ทั้งๆ ที่การกระทำดังกล่าวไม่ใช่ทางของเด็กนักเรียนคนนั้น จนทำให้ต้องซ้ำชั้น ว่า

เรียนผู้ปกครองนักเรียนทุกท่านครับ ถ้าท่านมีความสงสัยในการตัดสินผลการเรียน ขอความกรุณามาพบผมได้โดยตรง หรือจะโทรศัพท์เพื่อพูดคุยกันอย่างมีเหตุผลก็จะดีนะครับ

ด้วยบทบาทวิชาชีพครูแล้ว ใครๆ ก็อยากเห็นศิษย์มีพัฒนาการที่เหมาะสม และมีความเจริญก้าวหน้าในชีวิตกันทุกคน จริงอยู่ไม่มีใครมีความถนัดและเก่งไปทุกเรื่อง แต่อยากให้แยกแยะระหว่างความถนัดกับความใส่ใจในหน้าที่ของนักเรียนให้ออก การเป็นนักเรียนจะต้องมีการฝึกฝนตนเอง มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง สมกับโคลงสี่สุภาพของหม่อมหลวงปิ่น มาลากุลดัง ว่า

กล้วยไม้ออกดอกช้า ฉันใด
การศึกษาเป็นไป ฉันนั้น
แต่ออกดอกคราใด งามเด่น
การศึกษาปลูกปั้น เสร็จแล้ว แสนงาม

การที่ได้ผลการเรียนตกจากเกณฑ์ เข้าใจว่าผู้ปกครองไม่อยากให้นักเรียนเสียเวลา ต้องการให้ครูมีความเมตตากรุณาสมกับจรรยาบรรณวิชาชีพ อย่างไรก็ตาม การที่ครูปล่อยผ่านนักเรียนที่มีผลการเรียนตกต่ำนั้น ผมมองว่าอาจเป็นการทำร้ายศิษย์ทางอ้อม

คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตได้โดยไม่ประสบปัญหาอุปสรรคเลยคงจะเป็นไปได้ยาก สิ่งที่ผู้ปกครองไม่ได้รับรู้ เช่น พฤติกรรมที่นักเรียนประพฤติมาตลอดทั้งปี ความใส่ใจในการเล่าเรียน และผลคะแนนตลอดทั้งปีย่อมมีผลต่อการตัดสินผลการเรียนทั้งสิ้น

ดังนั้น การที่ได้ผลการเรียนที่ตกเกณฑ์นั้น ย่อมมาจากความไม่ใส่ใจของเขาเองมากกว่าความถนัดที่มี การที่ให้แก้ 0 ด้วยการท่องสูตรคูณนั้น ตัวผมเองมีความต้องการเพียงให้นักเรียนได้รับรู้ถึงกระบวนการฝึกฝนตนเองขั้นพื้นฐานของมนุษย์ปุถุชนทั่วไป

การที่ผู้ปกครองไปตั้ง status ดังภาพ ดูจะไม่มีความเป็นธรรมต่อตัวผมเอง เชื่อได้ว่า status ดังกล่าวต้องมีการเผยแพร่ไปเป็นวงกว้างในระดับหนึ่ง ส่งผลเสียหายต่อชีวิตการทำงานของผมเอง จึงหวังใจว่าน่าจะเป็นกรณีสุดท้ายที่จะเกิดขึ้นครับ สุดท้ายก็ขออโหสิกรรมเลิกแล้วต่อกันครับ

ด้วยความเคารพ