กลุ่มอุตฯ น้ำตาล จ่อปั้นบุคลากรสู่ตลาด พร้อมเปิดรับกว่า 1,000 ตำแหน่ง

กลุ่มอุตฯ น้ำตาล สำรวจความต้องการแรงงานสายวิชาชีพ พร้อมเปิดรับเพิ่มกว่า 1,000 ตำแหน่ง เสนอ สอศ.ออกแบบหลักสูตรพัฒนา

นายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี ประธานคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ของ 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทราย เปิดเผยว่า หลังจาก 3 สมาคมโรงงานน้ำตาลทรายได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อร่วมกันพัฒนาบุคลากรวิชาชีพระดับอาชีวศึกษาในรูปแบบทวิภาคี ซึ่งเป็นโปรแกรมการศึกษาสายอาชีพในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือ ปวส. ที่จะป้อนแรงงานวิชาชีพเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลทรายรวมถึงอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

ล่าสุด คณะทำงานได้เริ่มสำรวจ ความต้องการบุคลากรด้านวิชาชีพของโรงงานน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เบื้องต้นพบว่า ภาคอุตสาหกรรมน้ำตาลและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง มีความต้องการใช้แรงงานด้านวิชาชีพในสายงานต่างๆ เช่น สาขาซ่อมบำรุงเครื่องกล สาขาเครื่องมือการเกษตรและเทคโนโลยีการจัดการเกษตรสมัยใหม่ สาขาพืชศาสตร์ รวมกว่า 1,000 ตำแหน่ง โดยหลังจากนี้จะนำข้อมูลดังกล่าวไปหารือร่วมกับ สอศ.

เพื่อวางแผนจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอน ทั้งภาคทฤษฎี ปฏิบัติ และการฝึกอาชีพในโรงงานน้ำตาล รวมทั้งร่วมกันกำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกนักศึกษาอาชีวะระดับ ปวส. เข้าอบรมหลักสูตร โดยหลักสูตรดังกล่าวจะใช้เวลาการเรียนการสอน 2 ปี คาดว่าจะเริ่มเปิดรับสมัครนักศึกษาระดับ ปวส. เข้าอบรมหลักสูตรได้ในปีการศึกษา 2561

DSI บุกค้นร้านจำหน่ายรถหรู 9 จุด เหตุเอี่ยวนำเข้ารถเลี่ยงภาษี

DSI บุกค้นร้านจำหน่ายรถหรู ย่านพระราม 9 เรียบ ถ.มอเตอร์เวย์ หลังพบหลักฐานสำแดงเท็จกว่า 10 คัน

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (18 พ.ค. 60) เจ้าหน้าที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ นำโดยพ.ต.ท.ปกรณ์ สุชีวกุล ผบ.สำนักคดีการเงินการธนาคาร พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ผบ.สำนักคดีภาษีอากร พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ ผบ.สำนักปฏิบัติการพิเศษ นำหมายค้นจากศาลอาญา เข้าตรวจค้นร้านจำหน่ายรถหรู 9 จุด  ที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถยนต์หรูหลีกเลี่ยงภาษี

รถซุปเปอร์คาร์, รถหรู, ดีเอสไอ
รถซุปเปอร์คาร์

ประกอบด้วย 1.บริษัทนิช คาร์ กรุ๊ป จำกัด (ริมถนนมอเตอร์เวย์) เลขที่ 2388 ถ.พระราม 9 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กทม. 2.โชว์รูมลัมโบกินี ของบริษัทนิชคาร์ ชั้น 2 ห้างสยามพารากอน 3.อพาร์ทเมนต์ผ่องศรี เลขที่ 9/128 ซอยรามคำแหง 105/1 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม.

4.บ้านเลขที่ 8/47 ม.2 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ 5.บ้านเลขที่ 335/382 ถ.ศรีนครินทร์ แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 6.บ้านเลขที่ 49 ซ.รามคำแหง 54 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กทม. 7.เต๊นท์รถเลียบทางด่วนรามอินทรา เลขที่ 999/9 ถ.ประดิษฐ์มนูธรรม แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. 8.บริษัทเอสทีที ออโต้คาร์ เลขที่ 41 ถ.เทียนร่วมมิตร แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กทม. และ 9.บ้านเลขที่ 267/13-14 ถ.สุขุมวิท 63 แขวงคลองตันเหนือ. เขตวัฒนา กทม.

ภาพจาก Thai News Online

ฉาว! พ่อบ้านมูลนิธิเด็กชื่อดังหัวหิน กระทำอนาจาร 2 เด็กหญิง

ผู้ปกครองพาเด็กหญิงแจ้งความตำรวจเอาผิดคนดูแลมูลนิธิชื่อดังแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหิน หลังกระทำลวนลามทำอนาจาร ด้านตำรวจหัวหินขออนุมัติศาลออกหมายจับคนก่อเหตุแล้ว

วันนี้ ( 18 พ.ค. 60) ผู้สื่อข่าว MThai ได้รับข้อมูลจาก จากนายเตชะ ทับทอง เจ้าของเฟซบุ๊กชื่อว่า ‘เตชะ ทับทอง หนึ่งร้อยตัวแทนทำดีเพื่อพ่อ’ ว่า เกิดเหตุการณ์พ่อบ้านมูลนิธิเด็กแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทำอนาจารเด็กหญิงในความดูแลหลายคนอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งมีการแชร์ข้อมูลดังกล่าวลงในเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง อย่าง แหม่มโพธิ์ดำ,อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.4 และ Drama-addict กลายเป็นประเด็นดราม่า

อนาจาร, มูลนิธิเด็ก, ข่าวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

เนื่องจากที่พึ่งของเด็กด้อยโอกาสทางสังคม กลายเป็นขุมนรกที่น่าหวาดกลัว รวมทั้งหน่วยงานต้นสังกัดของมูลนิธินี้ยังไม่ออกมารับผิดชอบใดๆ โดยช่วงค่ำวานนี้ (วันที่ 17 พ.ค.60) ผู้ปกครองของเด็กหญิงวัย 13 ปี ที่ถูกกระทำอนาจาร ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.หัวหิน โดย ร.ต.ท.เนติรัฐ ไชยสถิต ร้อยเวร สภ.หัวหิน เป็นผู้รับเรื่อง และมีการสอบปากคำเหยื่อท่ามกลางสหวิชาชีพ เจ้าหน้าที่จากบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด

คุณเล็ก ผู้ประสานงานของนายเตชะ ทับทอง (ขอสงวนชื่อจริง และปิดบังใบหน้า) เล่าว่า ได้ไปเยี่ยมเด็กๆ ที่มูลนิธิเด็กแห่งนี้ และพาเด็กๆ ไปกินขนมข้างนอกที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง ซึ่งตนทำเป็นประจำ ระหว่างทานขนมได้พูดคุยกับเด็กหญิง เอ (นามสมมติ) ได้รับทราบเรื่องราวที่น่าตกใจ

โดยเด็กหญิงเอ เล่าว่า พ่อป้อม ซึ่งเป็นผู้ดูแลหรือพ่อบ้านของมูลนิธิเด็กแห่งนี้ มีพฤติกรรมผิดปกติ โดยในช่วงกลางคืนจะย่องเข้ามาในห้องนอนของเด็กๆ ซึ่งเด็กๆ จะระมัดระวังตัวจากพ่อป้อม จนกระทั่งวันหนึ่งเมื่อประมาณ 2 ปี เด็กๆ ในบ้านไปทำกิจกรรมที่กรุงเทพฯ เหลือเด็กหญิงเอ อยู่บ้าน พ่อป้อม บอกว่า แม่หนิง ซึ่งเป็นภรรยาของพ่อป้อม บอกให้มานอนที่ห้องคอมพ์

เด็กหญิงเอแม้จะหวาดกลัวแต่ก็ยอมทำตามโดยนอนห่มผ้าคลุมโปง ตกดึกพ่อป้อมก็ย่องมาเปิดผ้าห่ม และใช้มือจับก้น เด็กหญิงเอพยายามกลั้นสะอื้นไม่ร้องไห้ แกล้งบิดขี้เกียจ พ่อป้อมรู้ตัวก็ยอมถอยกลับเข้าห้องของตนเองไป แต่ก็ยังพยายามแอบดูอยู่ สร้างความหวาดกลัวกับเด็กหญิงเออย่างมากจนไม่สามารถนอนได้ต้องร้องไห้ตลอดทั้งคืน

คุณเล็กเล่าอีกว่า ยังมีเด็กในความดูแลอีกหลายคนที่ถูกพ่อป้อมกระทำอนาจาร บางคนจะถูกพ่อป้อมมานั่งเบียด บางครั้งจะเอามือโอบเอว แกล้งเดินผ่านแล้วเอามือมาถูกก้น ซึ่งเด็กๆ ต่างก็รับรู้พฤติกรรมของพ่อป้อง และจะช่วยกันระวังตัวกันเป็นพิเศษเมื่ออยู่กับพ่อป้อม

รายล่าสุด เกิดขึ้นกับเด็กหญิงบี ซึ่งไม่ใช่เด็กในความดูแลของมูลนิธิ แต่เด็กหญิงบีมักจะมาเล่นกับลูกๆ ของพ่อป้อมและบางครั้งก็มานอนค้างเป็นประจำ เนื่องจากพ่อแม่ทำงานดึก คืนหนึ่งขณะที่เด็กหญิงบี นอนหลับอยู่ พ่อป้อมก็เข้ามาหอมแก้ม ดึงผ้าห่มออก และถลกเสื้อของเด็กหญิงบีทำอนาจาร

คุณเล็ก เล่าว่า หลังจากทราบเรื่องจากน้องเอ ก็พยายามสืบหาข้อมูลถึงพฤติกรรมของพ่อป้อม จนทราบว่าพ่อป้อมกระทำพฤติกรรมลักษณะดังกล่าวกับเด็กหลายคน จึงประสานไปยัง นายเตชะ ทับทอง เพื่อหาทางออกให้กับเด็กๆ ซึ่งได้มีการติดต่อแม่ของเด็กหญิงเอ และเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง

ซึ่งเมื่อแม่ของเด็กหญิงเอทราบ ก็เดินทางมารับตัวลูกสาวออกจากมูลนิธิเด็กแห่งนี้ทันที และตัดสินใจเข้าแจ้งความไปตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ผ่านมาขณะเดียวกันเมื่อพ่อแม่ของเด็กหญิงบีทราบเรื่องก็ตัดสินใจเดินทางมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหินอีกราย เพื่อเอาบุคคลอันตรายกับเด็กๆ มาลงโทษ

คุณเล็ก เล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นได้แจ้งไปยังผู้บริหารสำนักงานใหญ่ของมูลนิธิเด็กชื่อดังแห่งนี้ ซึ่งผู้บริหารของมูลนิธิแจ้งกับ นายเตชะ ทับทอง ว่าได้สั่งพักงานทั้งพ่อป้อมและแม่หนิง เป็นการชั่วคราว ซึ่งมองว่าไม่ถูกต้อง เพราะพ่อป้อมมีพฤติกรรมอันตรายต่อเด็กๆ ควรย้ายออกไปเป็นการถาวร หรือไล่ออกเปลี่ยนผู้ดูแลเด็ก

แต่กลับพบว่า พ่อป้อมยังวนเวียนอยู่ในมูลนิธิฯ นอกจากนี้ในระหว่างที่เรื่องนี้ถูกแพร่ถึงบุคคลภายนอก และรู้ถึงผู้ใหญ่ในมูลนิธิแห่งนี้ พบว่าเด็กหญิงเอ ถูกเพื่อนๆ ในบ้านเดียวกันรังเกียจ ไม่ให้เข้ากลุ่มทำให้น้องเอเสียใจและมีความเครียดอย่างหนัก สภาพจิตใจย่ำแย่จนถึงขีดสุด

จนขณะนี้น้องเอต้องโทรศัพท์ให้แม่มารับและลาออกจากโรงเรียนที่น้องเอกำลังเรียนอยู่ ถือเป็นการสร้างความบอบช้ำให้เด็กหญิงรายนี้ และไม่น่าเชื่อว่ามูลนิธิเด็กชื่อดังแห่งนี้จะรับบุคคลอันตรายต่อเด็กๆ มาเป็นผู้ดูแล ถือเป็นการหนีเสือปะจระเข้ ที่พึ่งของเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้กลับกลายเป็นนรก

สำหรับมูลนิธิเด็กแห่งนี้มีสำนักงานใหญ่อยู่กรุงเทพมหานครและมีเครือข่ายบ้านพักเด็กอยู่ในหลายจังหวัด โดยจะดูแลแบบบ้าน โดยที่บ้านอำเภอหัวหิน จะมีเด็กในความดูแลประมาณ 12 คน ซึ่งเป็นเด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส เด็กมีปัญหาทางครอบครัว และเด็กเร่ร่อน มีสามีภรรยาในชีวิตจริงเป็นผู้ดูแล เพื่อให้เด็กๆ ได้ซึมซับความรักจากครอบครัว เป็นที่รู้จักของคนทั่วไป

อย่างไรก็ตามจากเหตุที่เกิดขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หัวหิน ได้ขออนุมัติศาลจังหวัดหัวหิน ออกหมายจับ พ่อป้อม ผู้ดูแลบ้านพักหรือพ่อบ้าน มูลนิธิเด็กชื่อดังแห่งนี้แล้ว เบื้องต้นตั้งข้อหา “ลวนลามกระทำอนาจารต่อเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี”