เปิดภาพ 20 บุคคลอันตราย ต้องสงสัยป่วนพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้

ฝ่ายความมั่นคง 3 จว.ชายแดนใต้ ติดป้าย 20 บุคคลอันตราย ทั่วเมือง หวังให้ประชาชนแจ้งเบาะแส
รายงานข่าวแจ้งว่า วานนี้ (16 พ.ค. 60) ฝ่ายมั่นคงหลายฝ่ายในพื้นที่ 3 จังหวัดภายใต้ ได้ร่วมกันติดป้ายไวนิลขนาดใหญ่ทั่วทั้ง3 จังหวัดภาคใต้ เตือนระวังบุคคลอันตราย ซึ่งเป็นที่ต้องการของทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐ โดยสาเหตุของการเปิดเผยโฉมหน้าของบุคคลอันตรายในครั้งนี้นั้น เพื่อเป็นการกดดัน และให้ประชาชนที่มีเบาะแสเข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ในการติดตามตัวมาดำเนินคดี และป้องกันเหตุร้ายรุนแรงที่อาจจะเกิดขึ้น ที่เบอร์ 191 หรือ 0-7329-9345

สำหรับบุคคลอันตรายที่ทางการได้มีการขึ้นป้ายมีด้วยกัน 20 คน ประกอบด้วย

1.นายรอฟี มามะรอยาลี
2. นายสการียา อาแซ
3. นายมากอเซ็ง เจะมะ
4. นายโนรดิน จินดาเพ็ชร
5. นายอาบีดิน ปาดี
6. นายมูฮัมหมัดนรู ตูหยง
7. นายอับดุลนายซิ ตาเยะ
8. นายอัสรี เย็ง
9. นายนูวา ปาเนาะ
10. นายอาบูบากา ยาซิ

11. นายมะซานูซี พือบาน๊ะ
12.นายแวสูไฮดี แวบือราเฮง
13. นายซามีม ซะแม
14. นายฮารง แวกือจิ
15. นายอับดุลเลาะ ตาเปาะโต๊ะ
16. นายรอซะยะโกะ
17. อาหะมัด ลือแมซา
18. นายมะดารี อารง
19. นายต่วนเป็ง ตาหยง
และ 20. นายลุกมาน มะดิง

“ฮิลลารี”หวนคืนเวทีการเมือง

“ฮิลลารี คลินตัน” หวนคืนเวทีการเมืองสหรัฐอีกครั้ง พร้อมตั้งองค์กรใหม่เพื่อต่อต้าน“โดนัลด์ ทรัมป์”โดยตรง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหมของ นางฮิลลารี คลินตัน วัย 69 ปี อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 จากพรรคเดโมแครต ซึ่งล่าสุดเธอได้หวนกลับสู่วงการการเมืองอีกครั้งพร้อมทั้งตั้งกลุ่มชื่อว่า ออนวอร์ดส ทูเก็ตเตอร์ (Onwards Together) เพื่อกระตุ้นชาวอเมริกันให้มีส่วนร่วม จัดตั้ง และลงสมัครเลือกตั้งชิงตำแหน่งทางการเมืองภายใต้สโลแกน “Stronger Together”

โดยมีการระบุว่า กลุ่มดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านนโยบายของนายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตคู่แข่งทางการเมืองโดยเฉพาะ นอกจากนี้วัตถุประสงค์ของกลุ่ม มุ่งหมายขับเคลื่อนคุณค่าที่ก้าวหน้า และเตือนใจชาวอเมริกันทุกคนว่า นางคลินตันได้รับคะแนนเสียงสนับสนุน เกือบ 66 ล้านเสียง ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่สู้ศึกกับนายทรัมป์ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2559

อย่างไรก็ตาม นางคลินตัน ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์ ยกย่องผลงานขององค์กรหลายแห่ง ที่ต่อสู้การกีดกันแบ่งแยก และสนับสนุนพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งกลางเทอมในปีหน้า

ทั้งนี้คลินตันได้ระดมทุนผ่านมูลนิธิกว่า 2 ล้านเหรียญสหรัฐที่มุ่งเน้นการส่งเสริมสิ่งแวดล้อม สุขภาพ เพื่อประเทศกำลังพัฒนาทั่วโลก

ที่มา  www.newsweek.com

ปปส. ชี้ หลักฐานยังไม่พอเอาผิด ‘แพท ณปภา’ ข้อหาสนับสนุน

เลขาธิการ ปปส. ชี้ หลักฐานยังไม่พอเอาผิด “แพท ณปภา” ข้อหาสนับสนุนช่วยเหลือ มั่นใจสรุปสำนวนรายการทรัพย์สินได้ภายใน 2-3 เดือนนี้

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ปปส. เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี กับ นายอัครกิตต์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง และ น.ส.ณปภา ตันตระกูล หรือ แพท ณปภา ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงินเครือข่ายยาเสพติด ว่า ในส่วนของทรัพย์สินที่อายัดไว้มีจำนวน 22 รายการ เป็นของ เบนซ์ เรซซิ่ง 4 ราย และเงินสดที่ เบนซ์ โอนให้ แพท ณปภา อีก 1 รายการ

โดยสำนวนคดีในส่วนของทรัพย์สินนั้น คาดว่าจะสรุปได้ภายใน 2-3 เดือนนี้ ส่วนรถลัมโบกินี เจ้าหน้าที่จะนำขายทอดตลาดอีกครั้ง เนื่องจากต้องนำเงินส่วนหนึ่งไปให้กับเจ้าของที่ถือกรรมสิทธิ์ โดยมั่นใจว่า ในส่วนของสำนวนที่เกี่ยวกับทรัพย์สินทางอัยการจะพิจารณาสั่งฟ้องทั้งหมด

เลขาธิการ ปปส. กล่าวด้วยว่า สำหรับข้อหา “สนับสนุนหรือช่วยเหลือและสมคบกันกระทำความผิด” ตาม พ.ร.บ.มาตราการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดนั้น ทางพนักงานสอบสวน ปส.ได้เสนอมาให้ ปปส.พิจารณาทั้ง 2 คน คือ เบนซ์ เรซซิ่ง และ แพท ณปภา แต่ ปปส.ได้อนุมัติให้แจ้งข้อหาเพิ่มกับ เบนซ์ เรซซิ่ง เพียงคนเดียวก่อน เพราะมีหลักฐานที่เชื่อได้ว่ามีส่วนในการกระทำผิดจริง

ส่วน แพท ณปภา หลักฐานยังไม่เพียงพอ โดยมีเพียงเรื่องการโอนเงินจาก เบนซ์ ซึ่งเป็นสามี จำนวน 1.9 ล้านบาท ซึ่งก็ต้องให้ความเป็นธรรมเพราะ แพท ณปภา รับโอนมาในฐานะทีเป็นภรรยาและยินดีให้ทาง ปปส. ยึดไว้ แต่อย่างไรก็ตาม หากพนักงานสอบสวน ปส.มีพยานหลักฐานเพิ่มเติมก็สามารถเสนอให้ ปปส.พิจารณาได้อีก