ดราม่าบิ๊กไบค์โผล่อีก ยกล้อเกี่ยวรถคนอื่นล้มจนเจ็บ แต่ไม่สำนึกรับผิดชอบ

ผู้เสียหายโพสต์กระทู้ หวังล่าตัวผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบ หลังคึกคะนองยกล้อรถบิ๊กไบค์ไปเกี่ยวคันอื่นล้มบาดเจ็บหนัก เสียหายนับแสน 

วันนี้ (16 พ.ค. 60) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวจากสมาชิกพันทิป รถของเล่นในตู้กับข้าว เพื่อช่วยกันติดตามให้ผู้ก่อเหตุมารับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น หลังจากที่เขาเกิดความคึกคะนองขับรถบิ๊กไบค์ยกล้อ ก่อนไปเกี่ยวกับรถอีกคันจนประสบอุบัติเหตุ ทำให้ได้รับบาดเจ็บขาหัก รถพังยับเยิน

โดยเจ้าของกระทู้ได้มีข้อความว่า คุณจะยืมรถคนอื่นมาขี่ก็เรื่องของคุณ แต่คุณยกล้อไปชนคนอื่นไม่ได้

สวัสดีค่ะ เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายนพี่หนูได้ประสบอุบัติเหตุเพราะคนอื่น …. พี่หนูไปเที่ยวระยอง และได้เจอกับกรุ๊ปมอเตอร์ไซค์ เลยเที่ยวด้วยกัน อ่านมาถึงตรงนี้เหมือนไม่มีอะไรใช่ไหมคะ มันมีค่ะ เด็กหนึ่งในนั้นเกิดความคึกคะนองยกล้อขึ้นมา ทั้งๆ ที่บริเวณนั้นมีรถในกลุ่มเขาขี่มาด้วยกันอยู่ (ยกล้อเพื่อ ??) แล้วพลาดไปเกี่ยวรถพี่ชายหนู

รถเด็กคนนั้นไม่เป็นอะไร แต่รถพี่หนูช่วงหน้าไม่เหลือ ตัวก็ได้รับบาดเจ็บที่แขน และขา ต้องพักงานและรักษาตัวเป็นเดือน เงินก็ไม่มีซ่อมรถ เด็กคนนั้นรับผิดชอบมาแค่ 10,000 บาท ทั้งๆ ที่เกิดเรื่องเป็นคนบอกเองว่าเขาจะรับผิดชอบให้ นี่ผ่านมา 1 เดือนแล้วค่ะ ไม่โผล่มาให้พี่หนูเห็นหน้าเลย

แล้วรถที่เด็กคนนั้นเอาไปยกล้อ เขาก็ยืมรถคนอื่นมาอีกที ดูเค้าทำสิ … มีคนโพสต์เรื่องนี้ลงเฟซบุ๊กเพื่อตามตัว (คนโพสต์รู้จักกับเด็กคนนี้) สรุปก็ต้องลบออก เพราะอ้างเหตุผลว่าเด็กคนนี้เขาแจ้งความหาว่าไปข่มขู่เขา และเมื่อสองวันที่แล้ว รถคู่กรณีกับพี่หนูก็พาลหายไปจากเรดาห์อีก สนุกจริงๆ เรื่องนี้ อ่านกันมาเยอะแล้ว เรามาดูรูปภาพกันดีกว่าค่ะ

ทั้งนี้เมื่อเรื่องราวดังกล่าวได้เผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยส่วนใหญ่โจมตีผู้ก่อเหตุ พร้อมเรียกร้องให้ออกมารับผิดชอบ เพราะไม่ว่าอย่างไรก็หนีเรื่องที่ได้กระทำไว้ไม่สำเร็จ

อ่านเรื่องราวเต็มได้ที่นี่ >> คุณจะยืมรถคนอื่นมาขี่ก็เรื่องของคุณ แต่คุณยกล้อไปชนคนอื่นไม่ได้

หนุ่มวิศวะ ลาออกจากงานหันมาเพาะ ‘มะม่วง’ หลากชนิดสร้างรายได้

ช่วงนี้เรียกได้ว่าเป็นช่วงแห่ง ‘ฤดูผลไม้หน้าร้อน‘ ซึ่งมีผลไม้หลากหลายชนิดต่างทยอยออกผลมาสู่ตลาด และส่งต่อถึงมือผู้บริโภคให้ได้ลองลิ้มชิมรสชาติของผลไม้ไทยที่มีเอกลักษณ์ในตัว จนเป็นที่ติดอกติดใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติอย่างมาก

และผลไม้ที่จะกล่าวถึงไม่ได้ในช่วงหน้าร้อนนี้คงหนีไม่พ้น ‘มะม่วง‘ ยิ่งเป็นมะม่วงสุกมีรสชาติหวานหอม และรับประทานคู่กับข้าวเหนียวมูลก็ยิ่งเข้ากันดี ซึ่งมะม่วงนั้นก็มีหลากหลายชนิดและมีการเพาะปลูกทั่วประเทศไทย จนเกษตรกรหลายรายหันมาทำขยายกิ่งพันธุ์เพื่อจำหน่าย ทั้งนำไปปลูกเพื่อหวังผลผลิต หรือนำไปใช้ในการจัดสวนก็ดีเช่นกัน

วันนี้ MThaiNews ในช่วง ‘เกษตรสร้างรายได้‘ จะขอพาทุกท่านไปพบกับคุณนิธิศธน จิตรพรทรัพย์ หรือคุณซี อดีตทำงานด้านวิศวกร ให้กับบริษัทเอกชน และคุณสุวารี สุขจั่น หรือคุณฝน อดีตทำงานด้านสถาปัตย์ สองคู่รักเมืองนนท์ที่ยอมลาออกจากงานเพื่อมาทำงานด้านเกษตรอย่างเติมตัว ปัจจุบันเป็นเจ้าของ ‘บัวทองธานีพันธุ์ไม้’ ตั้งอยู่ที่เรือนทิพย์พิมาน ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี

โดยคุณซี ได้เปิดเผยว่าแต่เดิมตนและภรรยาต่างคนต่างทำงานประจำทั้งคู่ แต่ด้วยความจำเจกับงานประจำที่ทำอยู่ทุกวัน อีกทั้งไม่สามารถเก็บเงินได้เท่าที่ควร เนื่องจากที่ทำงานอยู่ไกลประกอบกับค่าใช้จ่ายในแต่ละวันค่อนข้างสูง จึงตัดสินใจออกจากงานประจำ เพื่อมาหางานอิสระทำ โดยได้รับโอกาสจาก ดร.ไพโรจน์ สุขจั่น ส.จ.เมืองนนท์ ซึ่งมีศักดิ์เป็นลุงของคุณฝน ได้หยิบยื่นโอกาสในการก้าวสู่อาชีพเกษตรกรอย่างเต็มตัว

มะม่วงยายกล่ำ

ในช่วงแรกที่เข้ามาทำต้องใช้เวลาเรียนรู้อย่างมาก เนื่องจากไม่มีความรู้ด้านการเกษตรเลยแม้แต่น้อย ต้องอาศัยครูพักลักจำจากคนงานภายในสวน และศึกษาจากผู้ชำนาญการในการทำกิ่งพันธุ์ ส่วนสาเหตุที่มาเพาะกิ่งพันธุ์จำหน่ายนั้น เนื่องจากเป็นการสร้างรายได้ที่ไม่ต้องใช้เวลามากนัก หากเปรียบเทียบกับการเพาะมะม่วงเพื่อหวังผลผลิตจำหน่ายอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน อีกทั้งการเพาะกิ่งพันธุ์มะม่วงยังเป็นการอนุรักษ์สายพันธุ์มะม่วงโบราณไปในตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งปัจจุบันมีลูกค้าให้ความสนใจอย่างต่อเนื่องในการนำไปเพาะปลูก ทั้งแบบนำไปจัดสวน และนำไปทำเป็นสวนมะม่วงอย่างเต็มตัว

ปัจจุบันที่สวนของคุณซีและคุณฝน มีกิ่งพันธุ์มะม่วงกว่า 50 สายพันธุ์ ซึ่งมีทั้งพันธุ์ไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะ ‘มะม่วงยายกล่ำ’ ซึ่งเป็นมะม่วงดั่งเดิมของจังหวัดนนทบุรี ซึ่งหลังน้ำท่วมปี 54 เป็นต้นมา สายพันธุ์นี้เริ่มจะหายากมากขึ้น โดยจุดเด่นของมะม่วงยายกล่ำสุกจะมีความหวาน เนื้อเนียน ไม่มีเสี้ยน และเป็นสายพันธุ์โบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 แล้ว

ส่วนช่องทางการตลาดในปัจจุบันมาจากทางเฟซบุ๊กจนมีคนสนใจมากขึ้น และเข้ามาชมที่สวนโดยตรง สำหรับกิ่งพันธุ์มะม่วงที่สวนของคุณซีและคุณฝนจำหน่ายอยู่นั้น มีราคาตั้งแต่ 100 บาทไปจนถึงหลัก 1,500 บาท ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ที่ลูกค้าสนใจ ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าจากประเทศเพื่อนบ้านให้ความสนใจอย่างมาก ส่วนรายได้จากการขายกิ่งพันธุ์มะม่วงนั้นเฉลี่ยนเดือนละ 100,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งอนาคตเตรียมวางแผนแปรรูปมะม่วงเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า โดยใช้ผลผลิตจากภายในสวนของตนเอง

สำหรับใครที่สนใจอยากศึกษาการทำกิ่งพันธุ์มะม่วง หรือสนใจเลือกซื้อกิ่งพันธุ์มะม่วงหลากชนิดสามารถไปได้ที่ บัวทองพันธุ์ไม้ ตั้งอยู่ภายในเรือนทิพย์พิมาน ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หรือโทรสอบถามได้ที่เบอร์ 081-286-9123 (คุณซี)

เรื่อง/ภาพ ธเนตร พุทธิตระกูล

พะเยาอ่วม! ฝนถล่มน้ำท่วมหนัก บางจุดสูงเกือบ 1 เมตร

​อ่วมหนัก!!! น้ำท่วมพะเยา วัดพระเจ้าตนหลวง สถานีขน ถนนหลายสายจมน้ำมิด

วันนี้ (16 พ.ค.) สถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพะเยา หลังจากฝนได้ตกมาเกือบตลอดทั้งวัน พบหลายพื้นที่ ถูกน้ำท่วมฉับพลันเป็นบริเวณกว้าง โดยเฉพาะในเขตเทศบาลเมืองพะเยา จากปริมาณน้ำที่มีมากจนท่อระบายน้ำรับไม่ไหว ทำน้ำเอ่อท่วมถนนหลายสาย รวมทั้งตรอกซอยต่างๆ ระดับน้ำได้เข้าท่วมเรือนประชาชนที่ในพื้นที่ต่ำ นอกจากนี้ถนนพหลโยธิน ซึ่งเป็นถนนสายหลักในตัวเมืองพะเยา บริเวณตั้งแต่สี่แยกประตูเหล็กไปจนถึงสามแยกร่องห้าระยะทาง 4 กม.น้ำท่วมขังถนนตลอดสาย บางช่วงสูง 50 ซม. รถยนต์ขนาดเล็กต้องวิ่งชิดขอบเกาะกลางถนน


ขณะที่วัดศรีโคมคำ พระอารามหลวง หรือวัดพระเจ้าตนหลวง น้ำจากดอยจอมทองได้ไหลหลากเข้าในลานวัดและลงไปที่รอบวิหารพระเจ้าตนหลวงซึ่งอยู่ต่ำกว่าลานวัด ระดับน้ำสูง 30 ซม เหลืออีกเพียง 2 ซม.น้ำจะเข้าพื้นวิหารพระเจ้าตนหลวง เทศบาลเมืองพะเยา ได้นำรถสูบน้ำ จำนวน 3 คัน มาเร่งสูบระบายน้ำออกตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงช่วงบ่าย ขณะที่สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จ.พะเยา ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาเสริมเพื่อเร่งระบายน้ำออก

ส่วนถนนบริเวณหน้าแขวงทางหลวงพะเยา ซึ่งเป็นจุดต่ำระดับสูง 40-50 ซม รถเล็กผ่านด้วยความยากลำบาก และที่ถนนไฮเวย์เส้นทางหลักกรุเพทฯ –เชียงราย ระดับน้ำที่บริเวณสี่แยกป่าแดง สูงถึง 70 ซม บริเวณริมร่องกลางถนน เนื่องจากป่าจากตำบลท่าวังทองไหลงมาและไม่สามารถระบายได้ เจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงพะเยา เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลท่าวังทอง และเทศบางเมืองพะเยา มาให้บริการยืนโบกรถและเร่งระบายน้ำออกจากผิวถนนซึ่งมีระยะทางยาว 300 เมตร ระยนต์ติดยาว 1 กม.

ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.พะเยา ก็จมอยู่ใต้บาดาลเช่นกัน รถยนต์ไม่สามารถเข้าออกได้ และมีรถเก๋งของชาวบ้านจมอยู่ในน้ำจำนวนเสียหายจำนวน 3 คัน รถโดยสารต้องจอดอยู่ด้านบนถนนหน้าสถานีฯ ทำให้การจราจรติดขัดอย่างมาก

ด้านเจ้าหน้าที่ สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พะเยา แจ้งว่า นอกจากในตัวเมืองพะเยาแล้ว บริเวณรอบนอกทั้งอำเภอเมืองพะเยาก็ประสบปัญหาน้ำหลากระบายไม่ทันเช่นกัน เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นต่างเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนและระบายน้ำอย่างเร่งด่วน

นอกจากน้ำท่วมแล้ว ยังมีไฟฟ้าดับที่ ต.บ้านต๋อม ต.บ้านต๊ำ และ ต.แม่ปืม เนื่องจากสายไฟแรงสูงขาดที่บริเวณบ้านป่าคา ต.แม่ปืม อ.เมืองพะเยา ทำให้หมู่บ้านชุมชนที่อยู่ด้านทิศตะวันตกของถนนพหลโยธินไฟฟ้าดับตั้งแต่เวลา 08.10 น. เจ้าหน้าที่ไฟฟ้า จ.พะเยาแจ้งว่าต้องรอให้ฝนซาลงหน่อยจึงจะสามารถเข้าดำเนินการได้ จนเมื่อเวลา 12.00 น.ก็สามารถจ่ายกระแสไฟฟ้าได้ตามปกติ

นายสมเกียรติ แสงแก้ว ปลัดอาวุโส รักษาราชการแทนนายอำเภอภูซาง แจ้งว่า ได้มีน้ำไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.ป่าสัก อ.ภูซาง น้ำป่าไหลมาอย่างรวดเร็วช่วงเช้ามืด สร้างความเสียหายให้แก่บ้ายเรือนราษฎร 20 หลังคาเรือน โดยน้ำได้ท่วมอยู่ประมาณ 1 ชม.แล้วกลับสู่ภาวะปกติ แต่ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ขนย้ายสิ่งของหนีน้ำไว้ในที่ปลอดภัยเนื่องจากยังมีฝนตกๆ หยุด อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีอีกหลายอำเภอก็ได้รับผลกระทบบ้างเช่นกัน