พบหลักฐาน ‘เกาหลีเหนือ’ เชื่อมโยง ไวรัสเรียกค่าไถ่ WannaCry

นักวิจัยของบริษัทพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ชั้นนำเผยว่า พวกเขาพบหลักฐานที่เชื่อมโยงเกาหลีเหนือกับมัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่โจมตีคอมพิวเตอร์ทั่วโลก

นักวิจัยด้านความมั่นคงทางไซเบอร์ค้นพบหลักฐานทางเทคนิคที่อ้างว่า อาจเป็นเกาหลีเหนืออาจมีความเชื่อมโยง กับการระบาดทั่วโลกของ WannaCry มัลแวร์ หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ชนิดเรียกค่าไถ่ชื่อ ซึ่งโจมตีคอมพิวเตอร์กว่า 300,000 เครื่อง ใน 150 ประเทศตั้งแต่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่หลักฐานดังกล่าวยังไม่เพียงพอที่จะสรุปได้ว่า เกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังการโจมตีบนโลกออนไลน์จริง

บริษัท ไซแมนเทค และ แคสเปอร์สกี แล็บ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า พวกเขาพบว่า โค้ดบางตัวในซอฟต์แวร์ไวรัส WannaCry รุ่นแรกๆ ไปปรากฏในโปรแกรมที่ใช้โดยกลุ่ม‘ลาซารัส กรุ๊ป’ ซึ่งเป็น กลุ่มปฏิบัติการแฮกเกอร์ของเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม พวกแฮกเกอร์สามารถนำโค้ดจากกลุ่มอื่นๆ มาใช้ซ้ำได้ จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายองค์กร ในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ว่าแท้จริงแล้ว การโจมตีบนโลกไซเบอร์ครั้งใหญ่นี้เป็นฝีมือของใครกันแน่

โดยในประเทศไทยเอง พบไวรัสเรียกค่าไถ่โจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ในประเทศแล้วกว่า 200 เครื่อง ขณะที่ ETDA มีศูนย์ประสานงานความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ (ThaiCERT) ภายใต้สังกัดและออกคำเตือน ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ให้คนไทยระวังไวรัสชนิดนี้

ที่มา  www.theguardian.com

น.1 ยืนยันเหตุบึ้มหน้าโรงละครแห่งชาติไม่ใช่ระเบิด

ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยัน เหตุบึ้มสนั่นหน้าโรงละครแห่งชาติไม่ใช่ระเบิด – EOD ชี้ ท่อพีวีซี บิดจนเกิดระเบิด

พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุมีเสียงดังคล้ายระเบิด มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ที่บริเวณหน้าโรงละครแห่งชาติ ที่เกิดเหตุเป็นจุดติดตั้งป้ายแผนผังแสดงจุดบริการจุดจอดรับส่ง จุดที่ 3 ของผู้เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ ซึ่งติดตั้งอยู่กับต้นไม้ บนทางเท้าด้านหน้าโรงละคร พบเศษท่อพีวีซี ตกอยู่ที่โคนต้นไม้ และตรวจสอบพบผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อต่อมา คือ น.ส.จันทร์เพ็ญ วุฒิเอกไพบูลย์ อายุ 54 ปี มีอาการหูอื้อ และมีรอยถลอกที่แขนซ้าย และน.ส.กัญชนา บุญชีพ อายุ 38 ปี ทั้งสองรายได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดท่อพีวีซีที่ขาด้านขวา และขาซ้ายมีรอยช้ำ หูอื้อ เบื้องต้นถูกส่งตัวไปปฐมพยาบาลที่เต้นท์ของกองทัพบก

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื่องต้นทราบว่า จุดดังกล่าวเป็นที่วางป้ายแสดงแผนผัง ซึ่งมีการใช้ท่อพีวีซีในการยึดป้ายกับต้นไม้ เพื่อป้องกันการล้มลง ที่ดินด้านล่างพบเศษท่อพีวีซีตกอยู่ ตรวจสอบเบื้องต้นมีลักษณะเป็นแกนแบบสามเหลี่ยมที่ใช้เป็นฐานในการค้ำป้าย โดยยืนยันว่าไม่มีการวางระเบิดแต่อย่างใด ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก ส่วนสาเหตุที่เกิดระเบิดขึ้นนั้นต้องให้นักวิทยาศาสตร์หรือผู้ที่มีความรู้ตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งว่าเพราะเหตุใดท่อจึงเกิดระเบิดขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.กำธร กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ท่อดังกล่าวเป็นฐานค้ำป้ายแสดงแผนผังทำด้วยพลาสติก พบว่ามีเศษท่อพีวีซีตกอยู่ มีรอยแตกแต่ไม่ได้เกิดจากการใช้ดินปืน ทั้งยังไม่พบเขม่าดินปืนที่จุดดังกล่าวแต่อย่างใด จึงไม่ใช่การวางระเบิด หรือประทัดยักษ์ทั้งสิ้น แต่คาดว่าเกิดจากการที่ท่อพีวีซีเก่าและมีลมพัดเข้าไปในท่ออย่างต่อเนื่อง จนทำให้แกนท่อบิดและเกิดการระเบิดขึ้นมา

ด้าน น.ส. กัญชนา กล่าวว่า ขณะที่ตนเองกราบพระบรมศพเสร็จ ก็เดินทางมารอรถเมล์ที่จุดดังกล่าว ขณะที่ยืนรอกับกลุ่มเพื่อน ขณะนั้นไม่มีลมพัดแต่อย่างใด จู่ๆ เกิดเสียงดังคล้ายระเบิด และมีควันสีขาวขึ้นมา ตนหูอื้อ และพบว่าที่ขามีบาดแผล ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพาไปปฐมพยาบาล

ที่มา… INN

เสื่อมอีก! บุกจับพระคากุฏิวัด ปาร์ตี้น้ำต้มพืชกระท่อม สารภาพตั้งวงทุกคืน

ตำรวจ ฝ่ายปกครอง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช บุกจับพระสงฆ์ ปาร์ตี้น้ำต้มพืชกระท่อมคากุฏิวัด สารภาพสิ้นตั้งวงทุกคืน

วันที่ 16 พ.ค.60 นายวิทศักดิ์ จำเริญนุศิษย์ นายอำเภอพรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกวานนี้ 15 พ.ค.60 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมคีรี เข้าตรวจค้นกุฏิพระวัดทอนหงส์ หมู่ 2 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระลูกวัดลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้วัยรุ่นในพื้นที่ และมั่วเสพยากันภายในกุฎิวัด

เมื่อถึงที่วัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พรหมคีรี สนธิกำลังปิดล้อมกุฏิพระลูกวัดที่ชาวบ้านร้องเรียน ก่อนจะเคาะประตูขอตรวจค้นในกุฏิพบว่ามีพระลูกวัดจำนวน 3 รูป กำลังมั่วสุมดื่มน้ำต้มพืชกระท่อม ทราบชื่อพระวัฒนา สุดรัก อายุ 29 ปี,พระดำรงศักดิ์ พรหมเดช อายุ31 ปี และพระอรรถพล สำลีนิล อายุ 23 ปี โดยทั้งหมดเป็นพระลูกวัดทอนหงส์ ตรวจค้นภายในกุฏิพบของกลางยาบ้า 30 เม็ด กระสุนปืน 9 มม.8 นัด และน้ำต้มพืชกระท่อม 100 ซีซี ก่อนจะนำตัวพระลูกวัดทั้ง 3 รูป ให้เจ้าอาวาสวัดทอนหงส์ทำการสึกจากความเป็นพระ และนำตัวอดีตพระลูกวัดทั้ง 3 ราย ส่งพนักงานสอบสวน สภ.พรหมคีรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบสวนอดีตพระลูกวัดทั้ง 3 ราย ได้ให้การรับสารภาพว่าที่ผ่านมานัดพระในวัดมาร่วมเสพน้ำต้มพืชกระท่อมในกุฏิเป็นประจำทุกคืน รวมทั้งลักลอบจำหน่ายยาบ้าให้กับวัยรุ่นในพื้นที่มาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนยาบ้าซื้อจากเอเย่นต์ในพื้นที่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะสอบสวนขยายผลหาตัวผู้ค้ายารายใหญ่มาดำเนินคดีต่อไป