อดีตตำรวจ ป่วยโรครุมเร้า เขียนจดหมายลาตาย ก่อนยิงขมับเมีย-ฆ่าตัวตายตาม

อดีตตำรวจ วัย 70 ปี ป่วยโรครุมเร้า เขียนจดหมายลาตาย ก่อนตัดสินใจจ่อปืนยิงขมับเมีย และฆ่าตัวตายตาม 2 ศพ คาบ้านพัก

ร.ต.อ.เฉลียวเดช พิริยะธนากุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.นาด้วง อ.นาด้วง จ.เลย ได้รับแจ้งว่ามีการฆ่ากันตายอยู่ที่บ้านเลขที่ 159 หมู่ 6 บ้านป่าหวาย ต.นาด้วง อ.นาด้วง หน้าที่ว่าการอำเภอนาด้วง จึงเดินทางเข้าไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์จาก รพ.นาด้วง และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคีรีธรรมจุดนาด้วง เพื่อทำการชันสูตรพลิกศพและสอบสวนทันที

ทั้งนี้ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น พบผู้เสียชีวิตเป็นชายและหญิงในห้องโถงชั้นลาง 2 ศพ สภาพศพผู้ชายนอนคว่ำหน้ามีเลือดกระจาย ทราบชื่อต่อมาคือ ด.ต.จำนงค์ โพธิสน อายุ 70 ปี อดีตข้าราชการตำรวจ ปัจจุบันเป็นข้าราชการบำนาญ ถูกยิงด้วยปืนลูกโม่ 357. ของผู้ตาย เข้าที่ขมับขวาทะลุออกซ้าย

อีกรายเป็นหญิงนอนบนเตียงนอนใกล้กันสภาพศพนอนหงายใส่ชุดนอน ทราบชื่อต่อมาคือ นางศรีนวล โพธิสน อายุ 70 ปี เป็นภรรยาของ ด.ต.จำนงค์ โพธิสน ถูกยิงเช่นกัน โดยในที่เกิดเหตุพบจดหมายลาตายของ ด.ต.จำนงค์ ว่า “ร้อยเวรครับดำเนินการตามกฎหมายด้วย ผมฆ่าภรรยาและตัวเองเมื่อ 15 พ.ค.60 ผมเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ อโหสิกรรมให้ผมด้วย” ทางญาติไม่ติดใจ ทางเจ้าหน้าที่จึงมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

คุก 4 ปี 6 เดือน ‘ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ’ คดีบึ้มหวังสังหาร ‘ทักษิณ’

ศาลทหารสูงสุด สั่งจำคุก 4 ปี 6 เดือน “ร.ท.ธวัชชัย กลิ่นชะนะ” จำเลยคดีคาร์บอบม์ หวังสังหาร “ทักษิณ” ปี 49

ศาลทหารสูงสุดได้มีพิพากษาคดีลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ หวังสังหาร นายทักษิณ ชินวัตร ในสมัยที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เมื่อปี 2549 โดยพิพากษาสั่งจำคุก ร้อยโทธวัชชัย กลิ่นชะนะ อดีตนายทหารสัญญาบัตรประจำการ สำนักงานเลขานุการกองทัพบก เป็นเวลา 4 ปี 6 เดือน และปรับ 3,000 บาท ในข้อหามีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตฯ และความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ

ส่วนจำเลยอีก 2 คน ประกอบด้วย พันเอกมนัส สุขประเสริฐ อดีตนายทหารรักษาความปลอดภัยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน และพันเอกสุรพล สุประดิษฐ์ หรือ เสธ.ตี๋ อดีตนายทหารแผนกการเงิน กอ.รมน. ศาลทหารสูงสุดพิพากษายกฟ้อง

สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 หน่วยอรินทราช 191 ตรวจสอบพบรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างสะพานข้ามแยกบางพลัด ซึ่งเป็นเส้นทางที่ขบวนรถของนายทักษิณต้องผ่าน ซึ่งพบวัตถุระเบิดแรงสูงซุกซ่อนอยู่ในรถจำนวนมาก และได้ขยายผลจับกุมตัวจำเลยทั้ง 3 คน

ก่อนหน้านี้ศาลทหารกรุงเทพ พิพากษาจำคุกจำเลยทั้ง 3 คน ฐานครอบครองวัตถุระเบิด เป็นเวลา 6 ปี ปรับคนละ 4,000 บาท แต่ ร.ท.ธวัชชัย ให้การเป็นประโยชน์จึงให้ลดโทษเหลือ 4 ปี 6 เดือน ปรับ 3,000 บาท และยกฟ้องข้อหาพยายามฆ่า ขณะที่ศาลทหารกลางพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด จนกระทั่งศาลทหารสูงสุดได้มีคำพิพากษาให้จำคุก ร.ท.ธวัชชัย จำเลยในคดีนี้เพียงรายเดียว

ผู้เสียหาย ร้องกองปราบ ถูกเท้าแชร์หลอกผ่านไลน์ สูญกว่า 40 ล้าน

ผู้เสียหายกว่า 10 คน ร้องกองบังคับการปราบปราม หลังถูกหลอกเล่นแชร์ผ่านแอพพลิเคชั่นไลน์ มูลค่าเสียหายกว่า 40 ล้าน 

นางบุญลักษณ์ อายุ 39 ปี พร้อมด้วยกลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ เท้าแชร์ ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน ภายหลังหลอกลวงให้เล่นแชร์ผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ ซึ่งมีหลายวง แบ่งเป็นวงแชร์ที่เปิดให้ร่วมนำเงินมาเล่นแชร์ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักล้านบาท และมีวงแชร์แบบออมเงินแลกกับทองคำ แต่ภายหลังกลับไม่ได้รับเงินดอกเบี้ยที่นำไปเล่นแชร์ดังกล่าว รวมมูลค่าเสียหายกว่า 40 ล้านบาท โดยนำหลักฐานการโอนเงิน และเอกสารที่เกี่ยวข้องมามอบให้พนักงานสอบสวนไว้ประกอบการพิจารณาดำเนินคดี

ทั้งนี้ ผู้เสียหาย กล่าวว่า ได้ทราบภายหลังว่ามีผู้เสียหายจำนวนมากในหลายพื้นที่ทั่วประเทศที่ถูกเท้าแชร์ รายนี้ หลอกลวง แต่ส่วนใหญ่เชื่อถือและกล้านำเงินมาเล่นแชร์ด้วย เพราะเห็นว่า มีผู้ที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมเล่นแชร์ดังกล่าวด้วย จึงเกิดความน่าเชื่อถือ โดยขณะนี้น่าจะมีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 100 คน

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า เบื้องต้นได้รับเรื่อง โดยมอบหมายให้พนักงานสอบสวน กก.1-6 บก.ป.สอบปากคำผู้เสียหายไว้ก่อน อย่างไรก็ดี จากการสอบถามทราบว่ากรณีที่เกิดขึ้นมีการแจ้งความที่ บก.ปอศ. ไว้แล้ว หลังจากนี้จะพิจารณาส่งเรื่องกลับไปยังพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ดำเนินการต่อไป โดยพฤติการณ์ทางคดีน่าจะเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.กู้ยืมเงินอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน