พบไวรัสมัลแวร์ระบาดไทย 3 ราย ตร.แนะอย่าจ่ายค่าไถ่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผย พบการแพร่รระบาดไวรัสมัลแวร์ 2-3 ราย แนะไม่ควรจ่ายค่าไถ่คนร้าย ยัน ยังไม่กระทบความมั่นคง

พล.ต.ต.ศิริพงษ์ ติมุลา ผู้บังคับการสนับสนุน สำนักงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการสื่อสาร หรือ สทส.พร้อมด้วย พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ร่วมกันแถลง กรณีที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแจ้งเตือนให้ระมัดระวังไวรัสมัลแวร์ ซึ่งมีการโจมตีระบบข้อมูลคอมพิวเตอร์ของสถาบันและหน่วยงานต่างๆ มาแล้วทั่วโลกว่า มีการตรวจสอบพบตั้งแต่วันที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบการแพร่กระจายในเครืองข่ายเน็ทเวิร์ค

ซึ่งแพร่ในระบบปฏิบัติการ window ทั่วโลกว่า 100 ประเทศแล้ว โดยผู้ที่ติดไวรัสมัลแวร์ จะถูกเรียกค่าไถ่ และเข้าไฟล์ข้อมูลของตนเองไม่ได้ หากต้องการเข้าถึงรหัสข้อมูลต้องจ่ายเงิน โดย 3 วันแรกต้องจ่ายเงินจำนวน 300 เหรียญ ครบ 6 วัน 600 เหรียญ และหากเกิน 7 วัน หากต้องการให้ระบบใช้งานได้ตามปกติ ต้องติดต่อจ่ายเงินในระบบบิทคอยน์ของคนร้ายเท่านั้น

ทั้งนี้ วิธีการป้องกันไวรัส มีแนวทางคือผู้ที่ใช้บริการทั่วไปนั้น ให้อัพเดทระบบ window ให้ทันสมัย ซึ่งทางผู้ให้บริการMicrosoft ได้พัฒนาโปรแกรมให้ดาวน์โหลดผ่านเว็บไซต์ หรือหาข้อมูลผ่านเว็บไซต์ thaicert .or.th ส่วนผู้ดูแลระบบ ต้องมีการ

อัพเดทซอฟแวร์ให้เป็นเวอร์ชั่น 2003-2008 แต่หากไม่มั่นใจก็ให้ยุติพอร์ต (ช่องสัญญาณ) นั้นทันที และสามารถลง windowใหม่ ทั้งนี้แนะนำไม่ต้องชำระเงินผ่านระบบให้คนร้าย ส่วนใครที่ได้รับผลกระทบ ขอให้รวบรวมหลังฐานเพื่อไปร้องทุกข์เอาผิด ที่ ปอท. ขณะนี้ประเทศไทยเริ่มพบมีการแพร่ระบาดไวรัสมัลแวร์ แล้ว 2-3 ราย แต่ยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์

ด้าน รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยอมรับว่า ตำรวจสากล หรืออินเตอร์โพล ได้แจ้งเตือนตำรวจสากลของไทยเรื่องแผนประทุษกรรมของไวรัสมัลแวล์ และให้มีการเฝ้าระวัง ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับและสั่งเฝ้าระวังข้อมูล ยืนยันระบบความมั่นคงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังไม่ได้รับผล กระทบแต่อย่างใด

ที่มา… INN

“พล.อ.ธนะศักดิ์” ยืนยัน! ยังไม่เพิ่มวันหยุด ช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิง

“พล.อ.ธนะศักดิ์” ยืนยันยังไม่มีการพิจารณาประกาศวันหยุดเพิ่มช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ในหลวง ร.9

พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณาให้มีการประกาศวันหยุดในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งกำหนดการยังคงเป็นไปตามเดิม โดยขณะนี้ทุกฝ่ายที่ เกี่ยวข้องอยู่ในช่วงระหว่างการเตรียมการในแต่ละด้าน ทั้งการเชิญผู้แทนเข้าร่วมพระราชพิธี และการจัดพื้นที่วางดอกไม้จันทน์ ตามจุดต่างๆ รวมถึงวัดในต่างจังหวัด เพื่อรองรับประชาชนที่คาดจะหลั่งไหลเข้ามาเข้าร่วมพระราชพิธี เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ให้เพียงพอ โดยจะศึกษาบทเรียนในวันเคลื่อนพระบรมศพมายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง

ส่วนการจัดสร้างพระเมรุมาศยังคงคืบหน้าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ยืนยันเสร็จสิ้นตามกรอบเวลาอย่างแน่นอน ขณะเดียวกันในช่วงสิ้นเดือนกันยายนจะเชิญสื่อมวลชนทั้งในประเทศและต่างประเทศ มาทำความเข้าใจการใช้คำศัพท์ในช่วงพระราชพิธี

ผบช.ปส.ยันมีหลักฐานเอาผิดแพท ณปภาปมฟอกเงิน

ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ยืนยันมีหลักฐานดำเนินคดี “แพท ณปภา” ปมฟอกเงิน 

พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ระบุว่าหากนางสาวณปภา หรือ แพท ตันตระกูล ยอมรับตั้งแต่แรกว่า มีการรับเงิน 1 ล้าน 9 แสนบาท จากนายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฟอกเงินและสมคบกันฟอกเงิน ก็จะทำให้กระบวนการทำงานรวดเร็วขึ้นเนื่องจากในช่วงแรกผู้จัดการส่วนตัวของแพท ณปภา มีการระบุไว้ว่าเป็นเงินที่ได้มาจากการทำงานในวงการบันเทิง

ส่วนที่ แพท ณปภา อ้างว่าไม่ทราบถึงที่มาของเงินก็เป็นสิทธิส่วนตัว แต่ตำรวจดำเนินคดีตามพยานหลักฐาน และจะคุมไปฝากขังศาลอาญา ซึ่งแพท ณปภา จะต้องไปยื่นขอประกันในชั้นฝากขัง และที่ผ่านมาตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็ไม่เคยให้ประกันตัวผู้ต้องหาในชั้นสอบสวนอยู่แล้ว

ส่วนการดำเนินคดีกับ แพท ณปภา เนื่องจากเส้นทางการเงินพบว่าเงินที่นายอัครกิตติ์ รับโอนมาจาก นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องค้ายาเสพติด มีการโอนต่อไปให้ แพท ณปภา ก่อนที่จะแต่งงานกันประมาณ 3 เดือน ส่วนที่ แพท ณปภา ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม และระบุต้องดูแลมารดานั้นก็เป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้

ซึ่งขณะนี้เตรียมสรุปสำนวนในส่วนของ นายอัครกิตติ์ เพื่อส่งอัยการมีความเห็นทางคดี ส่วนของแพท ณปภา ต้องรอเอกสารทางการเงินบางส่วน ก่อนสรุปสำนวนในเร็วๆนี้ และจากข้อมูลในขณะนี้ทราบว่ามีนักแสดงเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าเสพติด ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูล ส่วนใหญ่พบว่ามีพฤติกรรมเกี่ยวข้องโดยเสพยาเสพติด