เอ็มมานูเอล มาครง” รับตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส

“เอ็มมานูเอล มาครง” รับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศสอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศต่อสู้ภัยก่อการร้าย และลดความแตกแยกในฝรั่งเศส

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีคนใหม่ของฝรั่งเศส กล่าวในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในกรุงปารีส เมื่อวานนี้ ว่า เขาจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อต่อสู้กับภัยก่อการร้ายและอำนาจเผด็จการ รวมถึงการแก้ไขวิกฤตผู้อพยพที่โลกกำลังเผชิญ

ผู้นำคนใหม่ของฝรั่งเศส ยังประกาศว่า จะผลักดันให้เกิดการปฏิรูปเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจฝรั่งเศส รวมทั้งจะผลักดันให้สหภาพยุโรป หรือ EU ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ปัญหาในประเทศ นายมาครงวัย 39 ปี กล่าวว่า เขาจะทำงานเพื่อลดความแตกแยกในสังคมฝรั่งเศส ซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ผ่านมา และเขาจะพยายามสร้างความแข็งแกร่งให้กับฝรั่งเศสจนเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตาชาวโลก

หลังพิธีส่งมอบอำนาจ นายมาครงกับนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ อดีตประธานาธิบดี ยังได้หารือกันในหลายเรื่อง ซึ่งรวมถึงการมอบรหัสปล่อยขีปนาวุธของฝรั่งเศส

นายออลลองด์ ที่มีคะแนนนิยมลดลง และไม่สามารถดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีได้เป็นสมัยที่ 2 กล่าวว่า หลังจากสิ้นสุดหน้าที่ประธานาธิบดี เขาจะกลายเป็นพลเมืองฝรั่งเศส และหัวหน้ามูลนิธิลา ฟรองซ์ ซองแกช

นายมาครง ซึ่งเป็นผู้นำฝรั่งเศสที่มีอายุน้อยที่สุดนับตั้งแต่การก่อตั้งสาธารณรัฐฝรั่งเศสที่ 5 มีกำหนดเดินทางไปต่างประเทศครั้งแรกในวันนี้ โดยจะเยือนเยอรมนี เพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีแองเกล่า แมร์เคิล ของเยอรมนี ที่กรุงเบอร์ลิน หลังจากนั้นเขาจะประกาศรายชื่อนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐบาล

‘แพท ณปภา’ เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกันฟอกเงิน

“แพท ณปภา” เข้ารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกันฟอกเงิน ด้านทนายเตรียมยื่นหลักทรัพย์ประกันตัวชั่วคราวต่อศาลจำนวน 5 แสนบาท

เวลา 9.00 น. วันนี้ (15 พ.ค.) ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นางสาวณปภา ตันตระกูล หรือ แพท ดารานักแสดงชื่อดังพร้อมด้วย นายอาคม คงสวัสดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน บช.ปส. หลังถูกออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกันฟอกเงินหลังจากมีธุรกรรมการเงินเชื่อมโยงกับ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง สามีแพท ณปภา

ทนายความ กล่าวว่า เหตุที่เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ไม่ได้เดินทางมาตามหมายเรียกนั้น เนื่องจากหมายเรียกมาถึงในระยะเวลากระชั้นชิด จึงได้ทำหนังสือขอเลื่อนเป็นวันที่ 22 พ.ค. ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้อนุญาตให้เป็นวันนี้จึงได้เดินทางมาตามหมายเรียก ทั้งนี้ เมื่อวันนี้ผู้ต้องหามาตามหมายเรียกอำนาจควบคุมตัวของพนักงานสอบสวนจึงจำเป็นต้องส่งไปฝากขังที่ศาล โดยเบื้องต้นได้เตรียมหลักทรัพย์ไว้ประกันตัวชั่วคราวจำนวน 500,000 บาทเท่ากับจำนวนของ นายอัครกิตติ์

ขณะที่ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินการยื่นขอหมายจับ แพท ณปภา ภรรยาของเบนซ์ เรสซิ่ง จากศาลอาญาเมื่อวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมา แต่ทางศาลอาญาได้พิจารณาเห็นว่า แพท ณปภา ไม่ได้มีพฤติการณ์หลบหนี และยังมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง จึงอนุมัติแค่เพียงหมายเรียกในความผิดฐานฟอกเงินและสมคบเพื่อการฟอกเงินตาม พระราชบัญญัติฟอกเงิน พุทธศักราช 2542 เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหา เมื่อวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้นัดหมายมาพบเจ้าหน้าที่ แต่ในวันดังกล่าว แพท ณปภา ไม่ได้เดินทางมาตามนัด

อย่างไรก็ตาม สำหรับการออกหมายเรียก แพท ณปภา นั้นเนื่องจากเงินจำนวน 1,900,000 บาท ที่มีการโอนเข้ามาในบัญชีเงินฝากของ แพท ณปภา แต่ไม่สามารถชี้แจงได้ว่ามาเงินดังกล่าวมาจากที่ใด โดยบอกแต่เพียงว่าเป็นเงินที่สามีโอนมาให้เท่านั้น

บุกรวบ! อดีต ตร.นอกรีตค้ายาเสพติดยึด 1.2 ล้านเม็ด

ตร.ปส.สกัดจับอดีต ตร.นอกรีตลักลอบลำเลียงยาเสพติด พร้อมของกลางยาบ้า 1.2 ล้านเม็ดกัญชา 1,100 กิโลกรัม

นาย ประหยัด โพธิ์หล้าอายุ 42 ปี ชาว จ.หนองคาย, นาย มงคล ภูมิพัฒน์ อายุ 51 ปี ชาว จ.ขอนแก่น ,นาย สมบัติ โพธิ์หล้าอายุ 54 ปี ชาว จ.เพชรบูรณ์ และ นาย จักรี ประเสริฐวงษา อายุ 32 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด จับกุมพร้อมด้วยของกลางยาบ้าจำนวน 600 มัดรวมประมาณ 1,200,000 เม็ด และกัญชาอัดแท่งจำนวน 1,100 แท่งน้ำหนักรวมประมาณ 1,100 กิโลกรัม

พล.ต.ต.ทนัย อภิชาติเสนีย์ ผู้บังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด หรือ ปส. กล่าวว่าทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รับแจ้งข้อมูลจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ซึ่งเป็นอดีตเจ้าหน้าที่ตำรวจรับจ้างจากนายทุนชาวลาวลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ สปป.ลาวเข้ามาส่งจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคใต้ เจ้าหน้าที่จึงตั้งด่านตรวจ ที่ถนนสายเพชรเกษม ขาล่องใต้ ม.3 ต.ห้วยยาง อ.ทับสะแก จว.ประจวบคีรีขันธ์ และแสดงตัวขอตรวจค้นจับกุมแต่คนร้ายเกิดไหวตัวพยามขับรถหนีการจับกุมจนเกิดอุบัติเหตุรถตกไหล่ข้างเจ้าหน้าที่จึงควบตัวนาย ประหยัดและนาย มงคล และยึดของกลางดังกล่าวไว้ได้

ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่าได้รับการว่าจ้างจาก เอเย่นต์รายใหญ่ในพื้นที่ภาคอีสานสั่งให้ไปส่งให้กับลูกค้าใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยคิดเป็นเที่ยวละ 300,000 – 500,000 บาทไปส่งมอบให้กับลูกค้าเพื่อที่จะลำเลียงส่งต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านต่อไป

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบประวัติของนาย ประหยัด โพธิ์หล้า หรือ จ.ส.ต.ประหยัด โพธิ์หล้า อายุ 42 ปี เป็น อดีตรับข้าราชการตำรวจที่ สภ.โพนพิสัย เคยมีประวัติถูกจับกุมในข้อหา “ลักลอบขนย้ายตัวนิ่ม”จำนวน 156 ตัวซึ่งเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองเมื่อ ปี 2552 ที่จังหวัดเพชรบุรี และถูกออกจากราชการจึงผันตัวเองมาเป็นผู้ค้ายาเสพติดโดยรับส่งกัญชาอัดแท่งลงในพื้นที่ต่างจังหวัด

ที่มา… INN