เรียกร้องทบทวนมติ ไม่บรรจุพยาบาลวิชาชีพ

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผย ปัญหาบุคลากรพยาบาล เป็นปัญหาที่เรื้อรังมานาน ซึ่ง 10 ปีที่ผ่านมา นำเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ไม่น้อยกว่า 2 ครั้ง เพื่อขอกันตำแหน่งบุคลากรจากกระทรวงต่าง ๆ เพื่อให้เป็นตำแหน่งพยาบาล แต่ก็ยังทำให้ มีตำแหน่งค้าง อยู่อีกกว่า 1 หมื่นอัตรา

ขณะที่ เครือข่ายพยาบาลวิชาชีพ ลูกจ้างชั่วคราว ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนมติของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังพลภาครัฐ และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี อนุมัติอัตราตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 10,992 อัตรา ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไข จะรณรงค์ให้พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวที่ปฏิบัติงานในสังกัดโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข เขียนใบลาออก ให้มีผลตั้วแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

ก่อนหน้านี้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าอัตราตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพที่ร้องขอ 10,992 ตำแหน่ง เป็นการคิดคำนวณ 3 ปีตั้งแต่ปี 2561-2563 หากได้จำนวนนี้ในแต่ละปี จะแก้ปัญหาพยาบาลวิชาชีพไม่เพียงพอในระบบได้

ขณะที่ เครือข่ายพยาบาลวิชาชีพ ลูกจ้างชั่วคราว ออกแถลงการณ์ เรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวนมติของคณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังพลภาครัฐ และเรียกร้องให้คณะรัฐมนตรี อนุมัติอัตราตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพ 10,992 อัตรา ทั้งนี้ หากไม่ได้รับการแก้ไข จะรณรงค์ให้พยาบาลวิชาชีพลูกจ้างชั่วคราวที่ปฏิบัติงานในสังกัดโรงพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข เขียนใบลาออก ให้มีผลตั้วแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้

ก่อนหน้านี้ นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าอัตราตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพที่ร้องขอ 10,992 ตำแหน่ง เป็นการคิดคำนวณ 3 ปีตั้งแต่ปี 2561-2563 หากได้จำนวนนี้ในแต่ละปี จะแก้ปัญหาพยาบาลวิชาชีพไม่เพียงพอในระบบได้

ป.ป.ส.คาด!! 16 พ.ค.นี้รู้ผล “แพท – เบนซ์” โดนข้อหาสบคบค้ายาหรือไม่

เลขาฯ ป.ป.ส. คาด อังคารนี้ รู้ผล “แพท” – “เบนซ์” โดนข้อหาสบคบสนับสนุนค้ายาเสพติดหรือไม่ หลัง ปส. ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้แพทเข้าพบ 15 พฤษภาคม นี้

นายศิรินทร์ยา สิทธิชัย เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงกรณี นางสาวณปภา ตันตระกูล หรือ แพท ดารานักแสดงชื่อดัง ที่ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ปส.) ออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ให้เข้าพบ ในวันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม 2560 ว่า กรณีนี้ ทางพนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด มีการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถออกหมายเรียกให้ นางสาวณปภา เข้ามารับทราบข้อกล่าวหาฐานสมคบกันฟอกเงินได้

ส่วน ทาง ป.ป.ส. จะรับผิดชอบใน 2 กรณี คือการตรวจสอบทรัพย์สินทั้งจำนวน 10 กว่ารายการ ของ นายณัฐพล นาคคำ หรือ บอย ผู้ต้องหาคดียาเสพติด และ นายอัครกิตติ์ วรโรจน์เจริญเดช หรือ เบนซ์ เรซซิ่ง (สามี แพท ณปภา) โดยคณะกรรมการอยู่ระหว่างพิจารณาซึ่งใกล้แล้วเสร็จแล้ว

ส่วนอีกกรณี คือ การพิจารณาว่า นายอัครกิตติ์ และนางสาวณปภา จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติดหรือไม่ เนื่องจากพบเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดส่งต่อเป็นทอดๆไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดี ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ส. พิจารณาหลักฐานทั้งหมดแล้วพบว่า นายอัครกิตติ์ และนางสาวณปภา รู้เห็นว่าเงินที่ถูกส่งต่อมาเป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ก็จะต้องถูกดำเนินคดีฐานสมคบกันค้ายาเสพติด หรือ ตาม พ.ร.บ. มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 มาตรา 8 ผู้ใดสมคบ โดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติด ผู้นั้นสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน ห้าปี หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรณีนี้คณะกรรมการฯ อยู่ระหว่างพิจารณา โดยคาดว่าจะทราบผลภายในวันอังคารที่จะถึงนี้

ประชาชนทั่วสารทิศ เดินทางมากราบพระบรมศพ ล่าสุดยอด 192 วัน กว่า 7 ล้านคน

เหล่าพสกนิกรทั่วสารทิศ ยังคงเดินทางมาต่อเเถวรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสายฝน ที่โปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงเช้า

วันที่ 14 พ.ค. 2560 บรรยากาศบริเวณด้านหน้าพระบรมมหาราชวังในช่วงเช้าวันนี้ พสกนิกรจากทั่วสารทิศยังคงเดินทางมาต่อแถว เพื่อรอเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีฝนตกโปรยปรายลงมาตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ซึ่งทางสำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนกลุ่มแรกเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ ผ่านทางประตูวิเศษไชยศรี ตั้งแต่เวลา 05.00 น. โดยในส่วนของประชาชนที่ต่อแถวในจุดพักคอยภายในเต็นท์รอบพื้นที่สนามหลวง ยังมีทางเจ้าหน้าที่ และจิตอาสา มาคอยอำนวยความสะดวก ให้บริการประชาชน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย

และสำหรับการรักษาความปลอดภัยยังคงเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยประชาชนที่จะเข้ามาในท้องสนามหลวง จะต้องเดินผ่านเข้าจุดคัดกรองของเจ้าหน้าที่ แสดงบัตรประชาชน ผ่านเข้าเครื่องแสกน และผ่านการตรวจค้นกระเป๋าสัมภาระ อย่างละเอียด ป้องกันไม่ให้มีการนำอาวุธของมีคม เข้ามาในพื้นที่ได้

ทั้งนี้สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.07 น.ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 32,226 คน รวม 192 วัน มี 7,009,741 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลเป็นเงิน 3,128,508 บาท รวม 192 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 556,594,512.26 บาท