กรมทรัพยากรทางทะเลฯ แจงกรณี ทะเลศรีราชามีขยะเกลื่อน ส่งกลิ่นเหม็น

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชี้แจงกรณีกระแสข่าว ทะเลศรีราชา มีขยะเกลื่อนส่งกลิ่นเหม็น เตรียมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางบริหารจัดการขยะและน้ำเสีย

นางสาวสุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชี้แจงกรณีเมื่อวันที่ 12 พ.ค.60 ที่ผ่านมา มีกระแสข่าว “ทะเลศรีราชา วิกฤติหนัก ขยะเกลื่อนส่งกลิ่น เหม็นหึ่ง” โดยมีเนื้อหาว่า พื้นที่สวนสาธารณะเกาะลอย ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี บริเวณชายหาดพบขยะเป็นจำนวนมากทับถมอยู่ตลอดแนวความยาวประมาณ 500 เมตร จนถึงสะพานข้ามไปยังเกาะลอยที่ในตอนนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง มีเลนโคลนจากฝั่งลงไปยังทะเลยาวเกือบ 200 เมตร ในส่วนของสภาพน้ำมีสีดำส่งกลิ่นเหม็นไปทั่วบริเวณ

ล่าสุด กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้สั่งการให้สำนักบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (สบทช.2) โดยเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงาน จ.ชลบุรี ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก (ศวทอ.) ตรวจสอบข้อเท็จจริงในพื้นที่แล้ว สรุปได้ดังนี้

2.1 วันที่ 13 พ.ค.2560 เวลา 10.30 น. พบว่ามีตะกอนดินเลนสีดำซึ่งคลื่นได้พัดพาเข้าหาชายหาดเป็นระยะทาง ประมาณ 400 เมตร (ขณะน้ำลง) มีกลิ่นเหม็น รวมทั้งพบเศษขยะตามแนวชายหาดปะปนมากับตะกอนดินเลน จากการตรวจสอบข้อมูลการไหลเวียนของกระแสน้ำโดยเฉลี่ยพบว่า เป็นช่วงเปลี่ยนฤดูมรสุมที่กระแสลมจากทางทิศใต้เริ่มแรงขึ้น กระแสน้ำชายฝั่งมักเคลื่อนที่ตามลม

โดยกระแสน้ำบริเวณศรีราชา เกาะลอยจะไหลขึ้นมาจากทางด้านใต้ซึ่งเป็นตลาดและชุมชน แนวขยะที่พบอาจเกิดจากการสะสมอยู่ที่พื้นท้องทะเล เมื่อฝนตกคลื่นลมแรงขยะจึงถูกกวนขึ้นมาจากพื้นและประกอบกับกระแสน้ำพัดพาขยะจากตอนใต้เข้ามา ทั้งนี้ ในบริเวณดังกล่าวไม่มีปะการัง หญ้าทะเล หรือทรัพยากรทางทะเลที่สำคัญแต่อย่างใด

2.2 เจ้าหน้าที่ ศวทอ. ได้ตรวจวัดคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้นพบว่า อุณหภูมิน้ำทะเล 30.70-31.50 องศาเซลเซียส / ความเค็ม 12.5-31.9 ส่วนในพันส่วน / ความเป็นกรดด่าง 7.82-8.59/ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำ 3.01-3.43 มิลลิกรัมต่อลิตร โดยมีค่าต่ำกว่ามาตรฐานคุณภาพน้ำทะเล (สำหรับเขตชุมชน)

2.3 นายชรัส สุวรรณ รองนายกเทศมนตรีเมืองศรีราชา ได้นำพนักงานเจ้าหน้าที่ของเทศบาลศรีราชา จำนวน 20 นาย จัดเก็บกวาดขยะบริเวณชายหาดศรีราชาแล้ว

สำหรับการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารในน้ำทะเล เจ้าหน้าที่ ศวทอ. ได้เก็บตัวอย่างเพื่อนำไปตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการแล้ว โดยผลการวิเคราะห์จะแจ้งให้ทราบในลำดับต่อไป และในวันจันทร์ที่ 15 พ.ค.60 กรมควบคุมมลพิษจะลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมด้วย เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าวในพื้นที่เทศบาลศรีราชา สบทช.2 จะได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องส่วนท้องถิ่น ชุมชน ผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารในบริเวณใกล้เคียง เพื่อร่วมกันกำหนดมาตรการและแนวทางในการบริหารจัดการขยะและน้ำเสีย พร้อมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้เกิดความตระหนักของผลกระทบจากการทิ้งขยะและปล่อยน้ำเสียจากฝั่งลงสู่ทะเลต่อไป

ตำรวจ 191 จับแก๊งค์ปลอมวุฒิการศึกษาส่งขายทั่วประเทศ

ตำรวจ 191 แถลงจับ 2 ผู้ต้องหา ปลอมวุฒิการศึกษา เอกสารราชการ ส่งขายออนไลน์ทั่วประเทศ

ที่กองบังคับการสายตรวจเเละปฎิบัติการพิเศษ หรือ 191 พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บังคับการสายตรวจเเละปฎิบัติบัตรการพิเศษ ได้นำเเถลงข่าวจับทลายแก๊งค์ปลอมเอกสารใบอนุญาตให้ใช้อาวุธปืน หรือ ใบ ป.4 วุฒิการศึกษา บัตรข้าราชการตำรวจ เอกสารราชการ โดยมีการส่งขายออนไลน์ทั่วประเทศ

ทั้งนี้ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือ นายนิธิภัทร์ เจ้าของร้านถ่ายเอกสาร ทำหน้าที่ปลอมเอกสาร เเละ นายสท้าน ทำหน้ารับคำสั่งจากนายหน้า ซึ่งจับกุมได้บริเวณหน้าร้านถ่ายรูป ใน ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.สมุทรสาคร พร้อมของกลางหลายรายการ อาทิ หนังสือระเบียนเเสดงผลการเรียนการศึกษานอกระบบระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปลอม จำนวน 6 ฉบับ หนังสือระเบียนเเสดงผลการเรียนตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปลอม จำนวน 9 ฉบับ

ประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ปลอม จำนวน 1 ฉบับ เเท่นปั๊มรูปรอยดวงตราของสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง จำนวน 1 เเท่น คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะเเละอุปกรณ์ต่อพ่วง ที่ใช้ในการตัดต่อภาพ จำนวน 1 เครื่องโทรศัพท์มือถือ จำนวน 2 เครื่องรถจักรยายนต์จำนวน 1 คัน พร้อมเอกสารราชการปลอมอีกหลายฉบับ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการสายตรวจเเละปฏิบัติการพิเศษ จะทำการรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมขยายผลจับกุมนายหน้า เเละผู้รับจ้างเปิดบัญชีที่ใช้ในการกระทำความผิด ที่เหลือในเครือข่ายต่อไป

เปิดภาพหายาก ด้านในของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

เปิดภาพหายาก ด้านในของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ 

วันนี้ (13 พ.ค. 60) ผู้คนในโลกออนไลน์ได้มีการส่งต่อเรื่องราวและภาพหาชมยากจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘นัท จุลภัสสร ‘ ที่เขาได้เผยไว้วานนี้ (12 พ.ค. 60) โดยภาพได้เผยให้เห็นด้านในของอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ที่ซึ่งสร้างไว้เพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส พร้อมมีข้อความระบุว่า

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ด้านในอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นเช่นนี้เอง

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิสร้างขึ้นเพื่อเทิดทูนวีรกรรมของทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่เสียชีวิตไปในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศสเรื่องการปรับปรุงพรมแดนไทยกับอินโดจีนฝรั่งเศส ซึ่งในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิต 59 คน ทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือน พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา เป็นผู้วางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2484 และจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นผู้ทำพิธีเปิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2485 สถาปนิกผู้ออกแบบอนุสาวรีย์คือ หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล

ก่อนที่จะมีการสร้างวงเวียนอนุสาวรีย์ บริเวณจุดตัดของถนนพญาไท ถนนราชวิถี และถนนพหลโยธินนี้มีชื่อเรียกว่า “สี่แยกสนามเป้า”

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ความหมาย
การออกแบบอนุสาวรีย์ของหม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล มีแรงบันดาลใจห้าประการ คือ

ปฏิบัติการของกองทัพทั้ง 5
ปฏิบัติการอย่างกล้าหาญของกำลังพลโดยเฉพาะ
อาวุธที่ทหารใช้สู้รบ
เหตุการณ์ที่สำคัญที่ต้องเปิดการสู้รบ
ความสนใจของประชาชน

ลักษณะทางสถาปัตยกรรม

หม่อมหลวงปิ่นใช้ดาบปลายปืน ซึ่งเป็นอาวุธประจำกายทหาร โดยใช้ดาบปลายปืนห้าเล่มรวมกัน จัดตั้งเป็นกลีบแบบลูกมะเฟือง ปลายดาบชี้ขึ้นบน ส่วนคมของดาบหันออก ก่อสร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็กประดับหินอ่อน มีความสูงประมาณ 50 เมตร ดาบปลายปืนส่วนด้ามตั้งเหนือเพดานห้องโถงใหญ่ ซึ่งใช้เก็บกระสุนปืนใหญ่บรรจุอัฐิทหารที่เสียชีวิตในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ด้านนอกตอนโคนดาบปลายปืน มีรูปปั้นหล่อทองแดง ขนาดสองเท่าคนธรรมดา ของนักรบ 5 เหล่า คือ ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ ตำรวจ และพลเรือน ศิลปินผู้ปั้นรูปเหล่านี้เป็นลูกศิษย์ของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เช่น สิทธิเดช แสงหิรัญ, อนุจิตร แสงเดือน, พิมาน มูลประสุข, แช่ม ขาวมีชื่อ ภายใต้การควบคุมของ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี

ด้านนอกของผนังห้องโถง เป็นแผ่นทองแดงจารึกนามผู้เสียชีวิต รายนามผู้ที่ได้รับการจารึกไว้มีทั้งสิ้น 160 นาย เป็นทหารบก 94 นาย ทหารเรือ 41 นาย ทหารอากาศ 13 นาย และตำรวจสนาม 12 นาย จนถึงปัจจุบันแผ่นทองแดงจารึกรายนามผู้เสียชีวิต และผู้สละชีพเพื่อชาติจากสงครามต่าง ๆ ตั้งแต่ พ.ศ. 2483-2497 รวมทั้งสิ้น 801 นาย

อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

ความสำคัญ

นอกจากเป็นอนุสรณ์สถานที่สำคัญ และเป็นที่จารึกรายนามทหารที่เสียชีวิต ในกรณีพิพาทระหว่างไทยกับฝรั่งเศส สงครามโลกครั้งที่ 2 และสงครามเกาหลีแล้ว ยังเป็นต้นทางของถนนพหลโยธิน รวมไปถึงศูนย์กลางการคมนาคมที่มีรถโดยสารให้บริการในหลายเส้นทาง เป็นจำนวนมาก ทั้งรถเมล์ รถไฟฟ้า BTS และรถตู้ ผ่านตลอด 24 ชั่วโมง จึงทำให้อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นชุมทางการคมนาคมที่สำคัญของกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

สิ่งก่อสร้างบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้แก่ โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า ทางพิเศษศรีรัช สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แฟชั่นมอลล์ เซ็นเตอร์วัน กูดเดย์

ข้อมูล : วิกิพีเดีย