ไมโครซอฟต์ ระดมวิศวกรตรวจหามัลแวร์ที่โจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์หลายประเทศทั่วโลก
สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า บริษัทไมโครซอฟต์ ได้ออกแถลงการณ์ ระดมวิศวกรเพื่อตรวจหาและมัลแวร์ หรือไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ หลังถูกมือดีปล่อยออกมาจัดการคอมพิวเตอร์ จนส่งผลกระทบต่อระบบการทำงานของหลายหน่วยงานทั่วโลก
โดยนายจาคับ ครูสเต็ก ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง บริษัทอวาสท์ เปิดเผยว่า ได้ตรวจพบการโจมตีไซเบอร์ครั้งใหญ่มากกว่า 75,000 ครั้งใน 99 ประเทศ ขณะที่นักวิจัยของบริษัทแคสเปอร์สกี้พบ 45,000 ครั้งใน 74 ประเทศ เช่น ระบบคอมพิวเตอร์ของโรงพยาบาลต่างๆ ในอังกฤษ กระทรวงกิจการภายในของรัสเซีย บริษัทเทเลโฟนิกา ยักษ์ใหญ่ทางด้านเทเลคอมของสเปน บริษัทขนส่ง “เฟดเอ็กซ์” ของสหรัฐฯ และอีกหลายองค์กรในยุโรป

ขณะที่ บริษัทที่ปรึกษาด้านความมั่นคงสหรัฐฯ ระบุว่า มัลแวร์ดังกล่าวได้แพร่ไวรัสไปอย่างรวดเร็ว โดยอาศัยช่องโหว่ของระบบวินโดว์ส ทั้งนี้ หากผู้ใช้งานไม่ชำระเงินตามข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ภายใน 3 วัน ตัวเลขการชำระเงินจะเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า แต่หากยังไม่ชำระเงินภายใน 7 วัน ไฟล์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ทั้งหมดจะถูกลบทิ้ง
ด้านนายแพ็ททริค ทูมีย์ อีกหนึ่งผู้เชี่ยวชาญ ระบุว่า การโจมตีไซเบอร์ครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า เครือข่ายคอมพิวเตอร์มิได้เป็นเป้าหมายแต่เฉพาะหน่วยงานความมั่นคง แต่ยังรวมถึงแฮคเกอร์และอาชญากรทั่วโลก โดยที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดอีเมลหรือคลิกเพื่อลิงค์ข้อมูล ไวรัสคอมพิวเตอร์ก็สามารถแพร่เชื้อจากเครื่องสู่เครื่องได้โดยตรง
สำหรับไวรัสคอมพิวเตอร์ตัวใหม่ที่สร้างผลกระทบเสียหายอยู่ในขณะนี้ มีมีชื่อว่า “แรนซ่อมแวร์” หรือ ไวรัสคอมพิวเตอร์เรียกค่าไถ่ มีการทำงาน คือ ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลของผู้ใช้งาน แต่จะทำการเข้ารหัสหรือล็อกไฟล์ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร รูปภาพ วิดีโอ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ใช้งานไม่สามารถเปิดไฟล์ได้ เว้นแต่ผู้ใช้งานจะต้องทำการจ่ายเงินออนไลน์ตามข้อความเรียกค่าไถ่ ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ข้อมูลข่าวจาก จส.100