มทภ.4 เรียกหน่วยมั่นคงถกด่วนคาร์บอมบ์ปัตตานี

แม่ทัพภาคที่ 4 ถึงที่เกิดเหตุคาร์บอมบ์บิ๊กซีปัตตานี เรียกประชุมด่วนหนวยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คืบหน้า เหตุคนร้ายลอบวางระเบิดและคาร์บอมบ์บริเวณหน้าห้างบิ๊กซีปัตตานี อ.เมือง จ.ปัตตานี ล่าสุด ทางพล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เดินทางถึงที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมเรียกประชุมด่วนทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่าย เจ้าหน้าที่หทาร เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เพื่อสรุปเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อวางแนวทางในการสอบสวน และประเมิณในเรื่องการรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

ทั้งนี้ คืนวันที่ 23 สิงหาคม 2559 เกิดเหตุคนร้ายลอบวางระเบิดอย่างน้อย 3 ลูก และ 1 ในนั้นเป็นคาร์บอมบ์ในเวลาไล่เลี่ยกันใกล้โรงแรมเซาท์เทิร์นวิว ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และได้รับบาดเจ็บอีก 30 คน จากนั้นวันที่ 17 พฤศจิกายน 2559 เกิดเหตุคาร์บอมบ์ สหกรณ์ จ.ปัตตานี ไฟไหม้วอดพังยับ เจ็บ 5 คน โดยทั้ง 2 เหตุคนร้ายใช้คาร์บอมบ์สร้างสถานการณ์รุนแรงในปี 2559 ซึ่งในปี 2560 เกิดเหตุคาร์บอมบ์รุนแรงครั้งแรกที่ จ.ปัตตานี อีกเช่นกันในวันนี้(9 พฤษภาคม 2560)

ที่มา… INN

สตง. ยันยังไม่พบผิดปกติซื้อเรือดำน้ำ – ไม่ขัดรธน.

ผู้ว่าการ สตง.ยันซื้อเรือดำน้ำไม่ผิดปกติ การันตีทำจีทูจีไม่เข้าข่ายสนธิสัญญา ไม่ขัดรธน.60

วันนี้ 9 พ.ค. 60 นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้กล่าวถึงกรณีความคืบหน้าในการตรวจสอบการจัดซื้อเรือดำน้ำของกองทัพเรือ ว่า จากการดูจากข้อเท็จจริงและหลักฐานที่ปรากฏยังไม่พบนัยสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความผิดปกติในการจัดซื้อเรือดำน้ำ

เรือดำน้ำ, สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน

ทั้งนี้ โครงการจัดซื้อเรือดำน้ำได้มีการริเริ่มมาหลายรัฐบาลไม่ใช่ริเริ่มจากรัฐบาลนี้ โดยมีการเปรียบเทียบหาข้อมูลมาจากหลายประเทศ จนกองทัพเรือเห็นว่าของประเทศจีนเหมาะสมที่สุด ซึ่งการตรวจสอบเราจะแบ่งเป็นในส่วนของยุทโธปกรณ์และส่วนของลำเรือ เรื่องของยุทโธปกรณ์หรืออาวุธ เราจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง เราจะเข้าไปตรวจสอบเฉพาะเรื่องของลำเรือ ว่าเหมาะสมในเรื่องการใช้จ่ายหรือไม่

ส่วนเรื่องงบประมาณที่ใช้ถึง 36,000 ล้านบาทนั้น มีความเหมาะสม เป็นภาระผูกพันถึงปี 2566 และมีการจ่ายเงินแต่ละงวดอยู่ที่ 700-2,000 ล้านบาท ซึ่งไม่เกินเงินงบประมาณและเป็นงบประมาณปกติของกองทัพเรืออยู่แล้ว ไม่ได้เบียดเบียนงบกลาง

พร้อมกันนี้ นายพิศิษฐ์ ยังได้ตอบถึงข้อสงสัยที่ว่า การจัดซื้อครั้งนี้ ขัดรัฐธรรมนูญ 2560 หรือไม่นั้นว่าในเรื่องนี้เราต้องมาดูเปรียบเทียบว่าที่ผ่านมามีการดำเนินการไว้อย่างไร การทำจีทูจีกับการทำสนธิสัญญาเหมือนกันหรือไม่ รัฐธรรมนูญทุกคนมีสิทธิตีความ แต่จะตีความเองไม่ได้ เพราะสุ่มเสี่ยง จึงต้องมาดูที่ผ่านมาดำเนินการอย่างไร

แต่เบื้องต้น เชื่อว่าหากเป็นลักษณะจีทูจี ก็ไม่น่าเข้าข่ายสนธิสัญญาระหว่างประเทศ อย่างไรก็ตาม สตง.จะยังตรวจสอบติดตามการทำสัญญาและเบิกจ่ายเงินต่อไป หากพบว่ามีการใช้จ่ายเงิน ที่ทำให้เกิดความเสียหาย สตง.ก็มีอำนาจขอให้กองทัพเรือ รัฐบาลทบทวน ปรับลด หรือ แก้ไขสัญญาได้

จับได้แล้วฝรั่งหนุ่ม มีเซ็กซ์ริมหาดสมุย อ้างเมาหนักจนขาดสติ

ตำรวจเกาะสมุยจับได้แล้ว นักท่องเที่ยวอนาจารมีเซ็กซ์ข้างถนน บริเวณหาดสมุย อ้างเมาจนขาดสติ ยันไม่มีเจตนา เพราะรักประเทศไทย

เมื่อเวลา 13.20. น. วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผกก.สภ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี พ.ต.ท.วัชระ สมศรี สว.สส. ร.ต.อ.พิเชษฐ์ วิบุตร รอง.สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจด่านตรวจคนเข้าเมืองเกาะสมุได้ทำการเชิญตัวนายพอนส์ เครสโป อานัว (Mr.Pons Crespo Arnau) อายุ 28 ปี ชาวสเปน มาสอบสวน

หลังจากสืบสวนทราบว่านักท่องเที่ยวคนดังกล่าวเป็นหนุ่มที่ปรากฏในคลิปฉาวมีเซ็กซ์บริเวณฟุตบาทถนนสายเลียบชายหาดเกาะสมุย (อ่านข่าว : นักท่องเที่ยวกระทำอนาจาร บริเวณจุดชมวิวเกาะสมุย)

สมุย, ข่าวจังหวัดสุราษฎร์ธานี, เซ็กซ์

ซึ่งจากการสอบสวนนักท่องเที่ยวรายดังกล่าว ยอมรับว่าได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง โดยในวันดังกล่าวตนเองกับเพื่อนสาวอยู่ในอาการเมาสุรา และได้เกิดมีอารมณ์จึงก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนต้องขอโทษชาวไทย และชาวเกาะสมุย ที่ได้ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา ป.อาญา มาตรา 388 ผู้ใดกระทำการอันควร ขายหน้า อนาจารต่อหน้าธารกำนัล ในที่สาธารณะ มีโทษปรับ 1,000 บาท แต่นายพอนส์ เครสโป อานัว มีเงินติดตัวเพียง 1,000 จึงได้ขอร้องเจ้าหน้าที่ตำรวจขอเสียค่าปรับเพียง 500บาท ส่วนเงินที่เหลือไว้เป็นค่าโดยสารรถเดินทางกลับที่พัก