หลอนหนัก! ถนนผีสิงที่พะเยา ชาวบ้านเห็นหญิงแต่งขาววิ่งตัดหน้ารถ

คนพะเยาผวาหนัก!!!ไม่กล้าผ่านถนนสายผีสิง หลังเกิดอุบัติเหตุหลายครั้งคนเห็นหญิงแต่งขาววิ่งตัดหน้ารถ ถึงกับวิ่งกันป่าราบ

วันนี้ (8 พ.ค.) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า เมื่อกลางดึกผ่านมา เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างอารมณ์ อำเภอดอกคำใต้ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ต้องเร่งเข้าช่วยเหลือปฐมพยาบาลและตรวจสอบที่เกิดเหตุ หลังทหารเกณฑ์ค่ายขุนเจืองธรรมมิกราช เกิดอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พุ่งลงข้างทาง บริเวณถนนสายศรีชุม-ศาลา

ซึ่งเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง ตำบลสว่างอารมณ์ อำเภอดอกคำใต้ กับตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา จนทำให้ได้รับบาดเจ็บบริเวณคางและปาก เกิดแผลฉีกขาดโดยเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลดอกคำใต้

โดยถนนสายดังกล่าวเป็นเส้นทางเชื่อมต่อระหว่าง ตำบลสว่างอารมณ์ อำเภอดอกคำใต้ กับตำบลท่าวังทอง อำเภอเมืองพะเยา ซึ่งเป็นถนนที่มีความมืดและคับแคบไม่มีไฟส่องสว่างประกอบกับถนนสายดังกล่าวยังมีความคดเคี้ยว จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุและทำให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก และในรอบปีที่ผ่านมามีอุบัติเหตุทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย โดยส่วนใหญ่จะเกิดการที่รถพุ่งเสียหลักและจมลงน้ำ

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ, ถนนผีสิง, ข่าวจังหวัดพะเยา

ล่าสุดเมื่อ 2 วันที่ผ่านมาก็เกิดเหตุที่มีรถยนต์เก๋งวิ่งผ่านเส้นทางดังกล่าว พบว่ามีผู้หญิงสวมชุดขาววิ่งตัดหน้ารถในช่วงดึก จนทำให้เจ้าของรถวิ่งหนีเอาตัวรอดปล่อยรถยนต์ทิ้งไว้กลางถนน จนต้องเรียกเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ

โดยถนนสายนี้ก่อนหน้านั้นในรอบปีพบมีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 3 ราย ทั้งหมดรถพุ่งเสียหลักจมน้ำเสียชีวิตทั้งหมด จนเป็นเหตุให้ผู้คนต่างๆที่เดินทางเกิดการผวาจนขนานนามเป็นถนนผีสิง และทำให้ผู้คนไม่กล้าวิ่งผ่านถนนสายนี้ในช่วงกลางคืน และมักจะพบอุบัติเหตุอย่างต่อเนื่อง

รถชน, ข่าวอุบัติเหตุ, ถนนผีสิง, ข่าวจังหวัดพะเยา, ข่าวสดวันนี้

ลูกชายคลั่งยา ฆ่าแม่บังเกิดเกล้าดับ รับเสียใจ ออกมาจากคุก จะบวชทดแทน

ลูกชายคลั่งยา ทำร้ายร่างกายแม่บังเกิดเกล้าจนตาย รับเสียใจ ออกมาจากคุก จะบวชทดแทน

วันนี้ (9 พ.ค. 60) ที่ กองบังคับการปราบปราม ได้แถลงข่าวการจับกุมตัว นายธงชัย แก้วดาว อายุ 36 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดเชียงใหม่ ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่น (บุพการี) จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มี.ค. 60

ทั้งนี้ นายธงชัย ได้ทำร้ายร่างกาย นางอำพร ดวงใจ ผู้เป็นแม่ จนได้รับบาดเจ็บสาหัสและหลบหนีไป ต่อมา นางอำพร ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนถึงวันที่ 31 มี.ค. 60 แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด ซึ่งจากผลการตรวจร่างกายพบ บาดแผลฟกช้ำหลายที่แถบทั้งตัว

ด้าน นายธงชัย ผู้ต้องหา ได้รับสารภาพว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้เสพยาและกินเหล้าเข้าไปจนมีอาการมึนเมา จนเกิดมีปากเสียงกับพ่อ แม่ เลยลงมือทำร้ายร่างกาย เพราะน้อยใจ ซึ่งตนเองรู้สึกเสียใจที่ได้กระทำลงไป อยากฝากบอกญาติ ๆ หรือถ้าพ่อกับแม่ได้ยินว่า ขอโทษ เป็นไปได้ออกมาอยากบวชให้แม่

คปพ. ยื่นคัดค้าน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้ ขัดรัฐธรรมนูญ 2560 ม.77

เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย ยื่นคัดค้าน พ.ร.บ.ปิโตรเลียม ชี้ ขัดรัฐธรรมนูญ 2560 ม.77

เวลา 10.00 น. วันที่ 9 พ.ค.2560 เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) นำโดย นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ อดีตโฆษกพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางเข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 เพื่อตรวจสอบวินิจฉัย พ.ร.บ.ปิโตรเลียม (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ที่ผ่านการลงมติของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ว่าขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๗๗ วรรคสอง และมาตราอื่นๆ หรือไม่ ก่อนที่รัฐบาลเตรียมนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย

โดย นายปานเทพ กล่าวว่า สำหรับการเข้ายื่นร้องเรียนในวันนี้ เนื่องจาก พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับนี้ ขัดแย้งกับ รธน. ม.77 วรรคสอง ซึ่งได้บัญญัติไว้ว่าก่อนตรากฎหมายจะต้องมีการรับฟังความคิดเห็นและรวบรวมความคิดเห็นเหล่านั้นมาวิเคราะห์ในทุกระบบรอบด้าน เมื่อรับฟังความเห็นแล้ว ต้องนำมาเผยแพร่ต่อประชาชน จากนั้นให้นำมาประกอบคำพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายทุกขั้นตอน

ทั้งนี้หมายความว่า ตั้งแต่วันที่ 6 เม.ย. 2560 เป็นต้นมา หากมีขั้นตอนใดในกระบวนการตรากฎหมายเกิดขึ้น คือต้องปฏิบัติตามมาตรา 77 วรรคสอง ทันที หากไม่ปฏิบัติตามหมายความว่าประชาชนถูกละเมิดสิทธิในการแสดงความคิดเห็น ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันบัญญัติไว้ในมาตรา 213 ว่า ถ้าประชาชนถูกละเมิดสิทธิสามารถยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยตรงด้วยตนเองได้

อย่างไรก็ตาม ตนเองพร้อมด้วยประชาชนบางส่วนจึงได้มาใช้สิทธิที่ถูกละเมิด เนื่องจากไม่มีการจัดกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนประกอบการพิจารณาทุกกระบวนการ ก่อนที่จะมีการโปรดเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ดังนั้นจึงถือว่ายังมีช่วงเวลาก่อนตรากฎหมายอยู่ อีกทั้งยังมองว่า พ.ร.บ.ปิโตรเลียมฉบับดังกล่าวไม่ได้คำนึงถึงส่วนรวมของประเทศชาติอย่างแท้จริง ขาดความรอบคอบ ไม่ระมัดระวังในการดำเนินการกิจการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุด ไม่ยึดถือและไม่ปฏิบัติตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี